#เที่ยวเวียดนาม ทั้งอาหาร ที่เที่ยวต่างๆคือดีงามมากจ้า🇻🇳

💥แต่ก่อนจะไปเราควรเตรียมความพร้อมก่อนนะจ๊ะ✈️🎒🌏ไทยแอคทิวิตี้เลยจัดให้จ้า #10ความรู้ที่จะทำให้คุณเที่ยวในเวียดนามอย่างมืออาชีพ
ทำให้การเที่ยวในเวียดนามของคุณไม่ยากอีกต่อไป

1.)ฟรีวีซ่า
ประเทศเพื่อนบ้านที่แสนจะน่ารัก และยังเป็นประเทศอาเซียน เราจึงไม่ต้องขอวีซ่าในการไปเที่ยวเวียดนามค่ะ แค่จองทัวร์ก็สามารถถือหนังสือเดินทางของไทยเข้าไปในเวียดนามได้เลย โดยเราสามารถอาศัยอยู่ในเวียดนามได้ไม่เกิน 30 วัน แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับไปเที่ยวพักผ่อนแล้ว

2.) การเดินทาง
วิธีที่นิยามมากที่สุดก็คงต้องหนีไม่พ้นการนั่งเครื่องบินไป เพราะจากไทยไปเวียดนามใช้เวลาไม่นานประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปลายทางของเราจะเป็นเมืองไหน โฮจิมินห์ก็ใกล้หน่อย ฮานอยก็ไกลหน่อย
สายการบินที่บินจากไทยไปเวียดนามก็มีตัวเลือกให้เราเยอะมากๆ ทั้ง Low Cost และ Full Service ยิ่งตัวเลือกเยอะยิ่งดีกับผู้บริโภค

3.) สภาพอากาศ
ภูมิอากาศ
เวียดนาม อยู่ในเขตลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ อากาศในเวียดนามมี 2 ฤดู คือ ฤดูหนาวและ ฤดูร้อน
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ตอนเหนือของเวียดนามมีกระแสลมจากขั้วโลกเหนือพัดผ่าน ทำให้อากาศเย็นจนถึงเย็นจัด (อุณหภูมิต่ำสุด 0 องศา)
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ช่วงที่อากาศร้อนที่สุดคือ เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ในฤดูร้อนมักมีลมพายุและฝนตกหนัก ในภาคเหนือเเ… ดูเพิ่มเติม

4.) เตรียมแลกเงิน
เวียดนามมีสกุลเงินที่เรียกว่า ด่อง (VND) ก็มีรู้ว่าเงินเค้ามีเลข 0 เยอะๆ ต่อท้ายให้มันงงทำไม อย่างเช่น เราเอาเงิน 1,500.- บาท ไปแลกเป็นเงินด่อง จะได้ประมาณ 1,000,000.- VND (1 ล้านด่อง) กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านกันไปเลย

วิธีการแปลงเงินดองเป็นบาทแบบง่ายๆ เช่น 100,000 ด่อง เวลาจะคิดเป็นเงินไทย ให้ตัด 0 สามตัวหลังทิ้ง แล้วคูณด้วย 1.5 (เรทประมาณนี้แหละ) 100×1.5 = 150 [[[เงิน 100,000 ด่อง ก็ประมาณ 150 บาท]]]
*คำแนะนำ* : แลกเงินไปจากไทยเลย

5.) สื่อสารยังไงดี?
คนเวียดนามมีภาษาเป็นของตัวเอง (เราชอบฟังเขาคุยกัน สำเนียงภาษาเขาน่ารักดี) แต่ เวลาไปเที่ยวก็ ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร ยิ่งในเมืองใหญ่ๆ เมืองท่องเที่ยวนี่ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องนี้ พูด ฟัง ภาษาอังกฤษกันได้ทั้งนั้น

ส่วนเมืองเล็กๆ ที่มีคนรุ่นใหม่ไม่เยอะ เค้าก็จะใช้ภาษาถิ่นเป็นหลัก แต่ไม่ต้องกลัวนะ ให้เราใช้ภาษามือ ภาษาเขียน เข้าสู้ หรือไม่ก็พึ่ง Google Traslate เป็นตัวช่วย เพราะแค่กล้าก็ชนะแล้ว ไม่อดตายแน่นอน

6.) ใช้ Grab ไม่โดนโกง
โหลด app GRAB มาโลดดดดดด วิธีนี้เสี่ยงโดนโกงน้อยที่สุดแล้ว ถ้าไปคนเดียว เที่ยวไม่ไกลก็แนะนำ Grab Win ถ้าไปหลายคนก็ Grab Taxi
ควรรู้ สำหรับ Grab ที่เวียดนาม ราคาจะแตกต่างกันตามช่วงเวลานะ ช่วงชั่งโมงเร่งด่วน (7.00 – 9.00 น. และ 15.00 – 19.00 น.) ราคาจะแพงขึ้นมาหน่อย และในช่วงเทศกาล อย่างช่วงปีใหม่ราคาก็จะสูงกว่าปกติ เช่นกัน
สำคัญ ถ้าคิดจะใช้บริการ Grab เราต้องเป็นคนกดเรียกเอ… ดูเพิ่มเติม

7.) อย่าตกใจเสียงแตร
รถในประเทศเวียดนามพวงมาลัยจะอยู่ทางซ้าย ขับรถเลนขวา (ตรงข้ามกับไทย) ดังนั้นเวลาข้ามถนนต้องตั้งสติดีๆ แล้วมองรถทางซ้ายก่อนทางขวาเน้อ
อีกหนึ่งความเวียดนามสไตล์ที่ยังไงเราก็ต้องเจอ นั่นก็คือกองทัพมอไซด์ และเสียงแตรจ้า บีบกันแบบไม่มีลิมิต บี๊บบบบ บี๊บๆๆ บี๊บบบบบ แรกๆ ก็สะดุ้ง ตกใจกับเสียงแตรทุกที แบบจะบีบอะไรกันนักหนา แต่อยู่ไปวันสองวันก็ชินเอง
ปล.เวลาจะข้ามถนนก็เดินข้ามไปเรื่อยๆ เลยนะ อย่าหยุด เพราะมอไซด์เค้าจะหยุดให้เราเอง

8.) อาหารการกิน
อาหารเวียดนามมีให้เลือกเยอะมากกกกก อร่อยทั้งนั้น ดีต่อสุขภาพด้วย มีตั้้งแต่ภัตตาคารขึ้นชื่อยันร้านอาหารริมทาง ที่สำคัญราคามิตรภาพมากๆ ส่วนตัวเราคิดว่าอาหารเวียดนามที่ไทยกับอาหารเวียดนามของแท้ ค่อนข้างจะแตกต่างกันอยู่นะ
คำเตือน : ควรเลือกร้านอาหารที่มีป้ายราคาบอก หรือถ้าไม่มีก็ควรถามราคาใช้ชัดเจนกก่อนสั่งนะ เรื่องนี้เราก็เคยเจ็บมาแล้วเหมือนกัน

9.) ระวังของมีค่าให้ดี
เวียดนามค่อนข้างจะมีชื่อเสียงเรื่องโกง และฉกชิงวิ่งราว
กระเป๋า พยายามเอาไว้ด้านหน้า ให้อยู่ในสายตาเราเสมอ เพราะกระเป๋าด้านข้างคือของเรา กระเป๋าข้างหลังระวังจะกลายไปเป็นของเค้านะเออ
โทรศัพท์- กล้อง จะกดเรียกรถ จะกดดูทาง จะเอาขึ้นมาอัพโซเชียล หรือจับขึ้นหรือมาถ่ายรูป ก็ต้องระแวดระวังกันให้ดี อย่าเดินไปเล่นโทรศัพท์ไป กล้องถ่ายเสร็จแล้วก็รีบเก็บลงกระเป๋านะ
เงิน แบ่งเก็บไว้หลายๆ ที่ อย่าเก็บไว้ที่เดียว เพราะถ้าหายได้มีสำรอง

10.) ปลั๊กไฟชนิดหัวแบน
เรื่องสบายมาก ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลยจ้า เพราะเวียดนามใช้เต้าเสียบเหมือนบ้านเราเลย เป็นขาแบน 2 ขา