7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เสน่ห์อารยธรรมที่ต้องไปเยือน

ทำไมถึงต้องเรียกว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ก็เพราะว่า สิ่งเหล่านี้ในยุคกลางจะมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มากกว่ายุคโบราณที่ส่วนใหญ่พังทลายไปซะส่วนใหญ่ค่ะ วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าสิ่งมหัศจรรย์ ทั้ง 7 มีอะไรกันบ้าง รับรองว่าแต่ละสถานที่นั้นไม่ธรรมดา

ฮาเกีย โซเฟีย แห่งนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โบสถ์ทรงโดมใหญ่ที่สุดในโลก! เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ มีการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบคริสเตียน และอิสลาม สวยโดดเด่น หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วค่ะ

ต้องมาชมความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน มีระยะทางยาวกว่า 7,000 กิโลเมตร เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลกอีกด้วย ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสมชื่อเลย

สุสานใต้ดินเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ นอกจากพีระมิดที่ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ฝังศพของกษัคริย์ แต่ยังมีที่นี่อีก หลุมฝังศพใต้ดิน ที่อยู่ใต้ดินลึกเข้าไปในภูเขาหินทรายเป็นชั้นๆ สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้นะคะ

หอเอนเมืองปิซา อยู่บริเวณจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม งงล่ะสิ่ ทำไมมันเอน ซึ่งสาเหตุแห่งการเอนเนี่ย น่าจะมาจากการที่สถาปนิกได้ลงฐานไว้เหนือชั้นดินปนทราย ซึ่งตรงนี้สันนิษฐานกันว่าเป็นท้องน้ำเก่าที่ถูกดินกลบฝังไว้ มันก็เลยเอนแบบนี้ค่ะ

Stonehenge เจ้าก้อนหินจำนวนมากขนาดนี้มาจากไหน กันนะ? ยังคงเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้ว่าใครกันนะ ที่นำเจ้าก้อนหินใหญ่ยักษ์พวกนี้มาวางซ้อนทับกันบนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ เป็นอีกสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปไขปริศนามากๆ ค่ะ

โคลอสเซียม ตั้งตระหง่านกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี สถาปัตยกรรมสุดอลังการของอาณาจักรโรมันโบราณ ในอดีตเคยเป็นสังเวียนการต่อสู้ที่ดุเดือดของนักสู้กลาดิเอเตอร์ ให้ได้ประลองฝีมือกันค่ะ

เจดีย์กระเบื้องเคลือบ เมืองนานกิง ประเทศจีน น่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเพียงแห่งเดียวที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้นแล้ว ในช่วงเหตุการณ์กบฏไท่ผิงในราวคริสตศตวรรษที่ 19 ส่วนเจดีย์ที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นหอที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทนที่แล้วในปี ค.ศ. 2010