ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด เที่ยวทุ่งดอกไม้หลากสี สวรรค์ของคนรักดอกไม้ 5D3N #JPNZG2106

฿

รหัสทัวร์ : JPNZG2106
แต้มสะสม : 10 แต้ม

จุดเด่นของทัวร์

  1. บินโดยสายกานบิน การบินไทย
  2. ชมความมหัศจรรย์ “บ่อน้ำสีฟ้า”
  3. โทมิตะ ฟาร์ม
    • 39999 ฿
    • 37999 ฿
    • 36999 ฿
    • 49999 ฿
    • 47999 ฿
    • 46999 ฿
    • 41999 ฿
    • 39999 ฿
    • 38999 ฿
    • 8000 ฿
SKU:JPNZG2106
Category:
Tags:, ,

ช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม
ถือว่าเป็นช่วงที่น่าไปเที่ยวฮอกไกโดมากๆ
เพราะคุณจะได้พบกับดอกไม้นานาชนิดที่กำลังบานสะพรั่ง

ทัวร์ญี่ปุ่น GO WENT GONE HOKKALDO 5D3N

วันแรก         กรุงเทพ ฯ – สนามบินสุวรรณภูมิ

20.30 น.     พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2 สายการบินไทย เคาน์เตอร์ D เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน

23.45 น.     เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ TG 670

วันที่สอง       ฟูราโน่ – โทมิตะ ฟาร์ม – สวนชิกิไซโนะโอกะ – เซรุบุโนะโอะกะ – บ่อน้ำสีฟ้า อาซาฮิกาว่า – ช้อปปิ้งอิออน

08.30 น.      เดินทางถึง สนามบินชิโตเสะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นแล้วจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟูราโน่ เมืองที่อยู่ในแอ่งกระทะ ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาไทเซ็ทสึ และเทือกเขายูบาริ ทำให้เมืองฟูราโน่มีอากาศเย็นและแห้งประกอบกับดินแถบนั้นเป็นดินภูเขาไฟ จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะดอกไม้ นำท่านสู่ โทมิตะ ฟาร์ม ฟาร์มของนักบุกเบิกรุ่นแรกๆ ของฮอกไกโด ท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล (ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) อาทิ ดอกฮามานะสึในเดือนมิถุนายน, ดอกลาเวนเดอร์และดอกป๊อปปี้ ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม, กลางเดือนสิงหาคมไปแล้วเป็นดอกคอสมอส ซึ่งแต่ละเดือนจะมีชนิดดอกไม้ต่างกันไป***ช่วงเวลาดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ (ประมาณปลายเดือน กรกฎาคม-เดือน สิงหาคม)  อิสระให้ท่านชื่นชมความงามของทุ่งดอกไม้ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา จนขนานนามกันว่าเนินเขาสายรุ้ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนชิกิไซโนะโอกะ ซึ่งเป็นเนินสวนดอกไม้ 4 ฤดู ที่มีโรลคุงและ โรลจัง หุ่นฟางขนาดใหญ่ สัญลักษณ์ของสวน ชิกิไซ โนะ โอกะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ชมดอกไม้นานาพันธุ์ชนิด รวมถึงดอกลาเวนเดอร์ และทุ่งดอกไม้หลากสี ที่ได้รับคำนิยมและคำชมว่าจัดสวนไล่สีได้สวยงามที่สุด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายไว้บริการแด่ทุกท่าน เช่น ขับรถ ATV รถไฟชมฟาร์ม หรือฟาร์มเลี้ยง Alpaca เป็นต้น *หมายเหตุ ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่ากิจกรรมในสวนดอกไม้*

จากนั้นนำท่านสู่เนินเขาเซรุบุโนะโอะกะ ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสไม่ว่าจะเป็นดอกซัลเวีย ดอกพิทูเนีย หรือดอกแมร์รี่โกลด์ จนผู้คนพากันเรียกทุ่งแห่งนี้ว่า “งานผ้าลายดอกไม้” อิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศของสวนตามอัธยาศัย หรือหากต้องการความความสะดวกสบาย ก็สามารถเสียค่าบริการเพิ่มเพื่อใช้บริการรถชมวิวได้

เที่ยง            บริการกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม บ่อน้ำสีฟ้า หรือ BLUE POND บ่อน้ำสีฟ้าที่เกิดจากความบังเอิญที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเพื่อไม่ให้โคลนภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ Tokachi เมื่อปี ค.ศ.1988 ไหลเข้าสู่เมือง โดยที่ก้นบ่อน้ำแห่งนี้จะมีแร่ธาตุที่เกิดจากโคลนภูเขาไฟทำให้มีสีฟ้าหรือเขียวมรกตสดใส และมีกิ่งไม้ที่โผล่ออกมาจากพื้นผิวน้ำ ทำให้มีความสวยแปลกตาไปอีกแบบ อีกทั้งสีของบ่อน้ำแห่งนี้จะมีความสวยงามแตกต่างไปตามแต่ละฤดูกาลอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอาซาฮิกาว่าเพื่อเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก            โรงแรม SMILE HOTEL ASAHIKAWA HOTEL/ YUBARI HOTEL SHUPARO / FUJITA KANKO WASHINGTON HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

หลังจากเข้าที่พักแล้ว นำท่านช้อปปิ้งยังห้างสรรพสินค้า ห้างจัสโก้อิออน  ให้ท่านได้ซื้อของฝากมากมายหลากหลายชนิด อาทิเช่น ขนมชนิดต่างๆ ผลไม้ตามฤดูกาล และพิเศษสุดกับร้าน 100 เยน ทีทุกอย่างในร้านราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น  **อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า**

วันที่สาม       สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า  – หมู่บ้านราเม็ง – สวนผลไม้ – โอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ช้อปปิ้งทานุกิโกจิ

เช้า               บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมความน่ารักของสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ได้ถูกกักขังในกรงแบบที่ท่านเคยเห็นในสวนสัตว์ทั่ว ๆ ไปถึงกว่าปีละ 3 ล้านคนจากทั่วโลก โดยสวนสัตว์แห่งนี้ได้มีแนวความคิดที่ว่า สัตว์ต่างๆ ควรที่จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ จึงทำให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของสัตว์แต่ละประเภท อาทิเช่น หมีขาวจากขั้วโลก นกเพนกวินสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงครอบครัวลิงอุลังอุตังแสนรู้

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง RAMEN VILLAGE หรือ หมู่บ้านราเม็ง”หมู่บ้านชื่อดังของเกาะฮอกไกโด นับย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยต้นโชวะ ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ถือกำเนิดราเมนขึ้น ณ เมืองซัปโปโรโดยการผสมผสานบะหมี่หลากหลายชนิดของประเทศจีนเข้าด้วยกัน และต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสร็จสิ้นลงราเมนของเมืองอาซาฮิกาว่า ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน อาทิเช่น วิธีการคงความร้อนของน้ำซุปให้อยู่ได้นานขึ้นโดยเคลือบผิวน้ำซุปด้วยน้ำมันหมู หรือจะเป็นน้ำซุปซีอิ๊วที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและน้ำสต๊อคซีฟู้ด ปลาซาร์ดีนแห้ง หรือ “นิโบะชิ” และเส้นบะหมี่ที่มีส่วนผสมของน้ำน้อยกว่าปกติและด้วยความโด่งดังและมีเอกลักษณ์ของราเมน เมืองอาซาฮิกาว่าแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่น

เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านราเม็งในหมู่บ้านราเม็ง (คืนเงินค่าอาหารท่านละ 1,000 เยน)

บ่าย             จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนผลไม้ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้และชิมผลไม้สดๆ จากต้น ซึ่งมีให้ท่านเลือกหลากหลายสามารถทานได้แบบไม่จำกัดเวลาและจำนวน นอกจากนี้ทางสวนผลไม้ ยังมีบริการขายผลไม้จากสวนเพื่อนำกลับไปเป็นของฝาก แด่คนที่คุณรักได้อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก รวมถึงการตกแต่งของบ้านเรือนนั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกออกแบบเป็นสไตล์ตะวันตกเนื่องจากในอดีตเมืองโอตารุได้รับอิทธิพลมาจากการทำการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศในแถบยุโรป  อิสระให้ท่านเดินชมความสวยงามของเมืองเลียบคลองโอตารุอันสวยงามน่าประทับใจ  คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่สู่โกดังในเมือง ภายหลังเลิกใช้จึงถมคลองครึ่งหนึ่งเป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยวแทนโกดังต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารอิฐสีแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว โดยการเป่าแก้วด้วยเทคนิคในแบบต่างๆ จึงทำให้เครื่องแก้วที่ออกมามีรูปแบบและสีที่แตกต่างกัน

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนรักได้อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทานุกิโคจิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งอาเขตบนถนนคนเดินที่มีหลังคามุงบังแดดบังฝนและหิมะ มีความยาว 7 บล็อกถนน มีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่กว่า 200 ร้านค้าตั้งขวางในแนวตะวันออก-ตะวันตกอยู่ระหว่างสถานี Subway Odori และ Susukin   เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

ที่พัก            โรงแรม  TOYOKO INN SAPPORO SUSUKINO – MINAMI HOTEL  หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่           ดิวตี้ฟรี –มิตซุยเอ้าท์เล็ท –ทำเนียบรัฐบาลเก่า ฮอกไกโด – สวนโอโดริ – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

เช้า               บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านปลอดภาษี DUTY FREE อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยจากนั้น   จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่มิตเอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET) ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย *เพื่อไม่เป็การรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย*  จากนั้น นำท่านชมด้านนอกของ ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งาน มายาวนานกว่า 80 ปีแต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปีพ.ศ. 2512   จากนั้นนำท่านผ่านชม หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่และเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัย ฮอกไกโด แต่ได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากนั้นนำท่านผ่านชมเดินทางสู่ สวนโอโดริ สวนสวยใจกลางเมืองที่ทอดตัวยาวจากตะวันออก  ไปตะวันตกโดยมีความยาว 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจหรือจัดงานประเพณีในเทศกาลต่าง ๆ ที่สวนแห่งนี้

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิด และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น ปูสุไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ

พักที่            โรงแรม APA HOTEL&RESORT SAPPORO ระดับเดียวกัน

วันที่ห้า         สนามบินชิโตเสะ – กรุงเทพ ฯ    

เช้า              บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

10.00 น.     เหิรฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671

15.50 น.     เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…

อัตราค่าบริการ

 
  กำหนดการเดินทาง   ผู้ใหญ่ ห้องละ 2-3 ท่าน 1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง (เด็กอายุไม่เกิน12ปี) 1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กไม่มีเตียง (เด็กอายุไม่เกิน12ปี) พักเดี่ยว เพิ่ม
11 – 15 กรกฏาคม 2561 49,999 47,999 46,999 8,000
18 – 22 กรกฏาคม 2561 49,999 47,999 46,999 8,000
01 – 05 สิงหาคม 2561 41,999 39,999 38,999 8,000
15 – 19 สิงหาคม 2561 41,999 39,999 38,999 8,000
22 – 26 สิงหาคม 2561 41,999 39,999 38,999 8,000
29 ส.ค. – 02 ก.ย. 2561 39,999 37,999 36,999 8,000
  ***ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3,500 เยน /ทริป/ต่อท่าน***
** ราคาจอยแลนด์ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน 35,900 บาท  ** ราคาเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ 10,000 บาท   การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 30 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 10,000.- บาท หากมีการยกเลิกภายหลัง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าตั๋วเครื่องบินเต็มใบให้กับสายการบินเป็นที่เรียบร้อย ยกเว้นค่าภาษีน้ำมันที่ยังมิได้ชำระ ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ กรุณาชำระ 21 วันก่อนการเดินทาง   หมายเหตุ    
  1.   ตั๋วเมื่อออกแล้ว ไม่สามารถรีฟันด์ได้ อันเนื่องจากเงื่อนไขของสายการบิน
  2. ไม่มีราคาเด็ก เนื่องจากเป็นราคาพิเศษแล้ว
        อัตราค่าบริการนี้รวม
  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ
  2.  ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  3. ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.
  4. ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  5. ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  7.  ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ
  8. ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง
  9. ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  1.  ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (เพราะรัฐบาลประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน)
 **ถ้ากรณีที่ทางรัฐบาลประกาศให้กลับมาใช้วีซ่า ผู้เดินทางจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าเพิ่ม ท่านละ 1,700 บาท**       2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)       3.  ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3,500 เยน/ทริป/ต่อท่าน 4.  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% เงื่อนไขการชำระค่าบริการ
  1. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง
  2. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
    เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง
  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว ***ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า15 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ
  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด
  2. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน
        เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ
  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า  แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้  ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น
  ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
  1. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  2. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  3. ประเทศญี่ปุ่น มีกฎหมายห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพืช และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ เช่น ผัก ผลไม้สด ไข่ เนื้อสัตว์ ไส้กรอกฯ เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อที่จะมาจากสิ่งเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงมาก