ทัวร์ตุรกี แกรนด์ตุรกี 9 วัน 6 คืน (TK) #TUKWC2801

฿

รหัสทัวร์ : TUKWC2801
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของโปรแกรมทัวร์

1.พักโรงแรม 5 ดาว บินตรงโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์

2.สัมผัสความงามของ “ปามุคคาเล่” มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

3.ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส” หนึ่งช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก

    • 49900 ฿
    • 59900 ฿
    • 13900 ฿
    • 16900 ฿
SKU:TUKWC2801
Category:
Tags:, ,

ทัวร์ตุรกี แกรนด์ตุรกี 9 วัน 6 คืน (TK) #TUKWC2801

วันแรกของการเดินทาง(1)     ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – อิสตันบูล

18.30 น.   สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ประตูทางเข้า 10 เคาน์เตอร์ U

21.45 น.    ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบลู โดยสายการบิน TURKISK AIRLINES เที่ยวบินที่ TK 065

วันที่สอง(2)     อิสตันบลู – คัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – นครใต้ดิน

04.10 น.   เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบลู อาตาตูร์ก (แวะเปลี่ยนเครื่อง)

06.40 น.  ออกเดินทางสู่ สนามบินเออร์คิเลท โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2010

08.15 น.   เดินทางถึง เมืองไคเซอรี่ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคัปปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดีตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็ น แผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้ นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปีค.ศ. 1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่” (GOREME OPEN AIR MUSEUM) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ จากนั้น นำท่านร้านขายของพื้นเมือง (GALERIE IKMAN) ซึ่งมีสินค้าพื้นเมืองให้ท่านได้เลือกซื้อมากมาย เช่น พรม เครื่องเงิน และของที่ระลึกต่างๆ

เที่ยง      บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย    นำท่านชม “นครใต้ดิน” (UNDERGROUND CITY) เมืองใต้ดิน  ของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ จากนั้นนำท่านแวะ “ชมโรงงานทอพรม และ “โรงงานเซรามิค” สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัยอิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก

ค่ำ    บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ห้องอาหาร HANEDAN

พักที่ :  ALFINA CAVE HOTEL   หรือที่พักระดับใกล้เคียง      

วันที่สาม(3)     ปามุคคาเล่ – อุชิซาร์ – ระบำหน้าท้อง

05.00 น.  สำหรับท่านที่สนใจ ขึ้นบอลลูน เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น ท่านสามารถเลือกซื้อ OPTIONAL HOT AIR BALLOON TOUR ได้ ราคาประมาณ 250 USD ต่อท่าน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ OPTIONAL TOUR ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน)

เช้า   บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านชมความงดงาม RED VALLEY ผาหินสีขาวอมชมพูอมแดง ทิวทัศน์อันตระการตา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหุบเขาคู่กันได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่งดงามที่สุดในคัปปาโดเกีย จากนั้น นำชม PASABAG VALLEY หินทรงสูงใหญ่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมปล่องไฟสามเศียร ซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยหินธรรมชาติที่มีความสวยงามแปลกตา ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ DEVRENT VALLEY ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นปล่องไฟนางฟ้าในรูปแบบต่างๆ

เที่ยง    บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  นำท่านสู่ “อุชิซาร์” (UCHISAR) หนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัปปาโดเกีย หุบเขาอุซิซาร์ หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย อุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ในอดีตอุซิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

ค่ำ    บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” (BELLY DANCE) อันเลื่องชื่อ ณ เมืองคัปปาโดเกีย ระบำหน้าท้องเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน (บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)

พักที่ :  ALFINA CAVE HOTEL     หรือที่พักระดับใกล้เคียง

วันที่สี่(4)      คัปปาโดเกีย – คอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – ปามุคคาเล่

เช้า   บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองคอนย่า” (KONYA) (ระยะทาง 240 กม./ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 55 นาที) เป็นเมืองที่นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกีหรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์เมฟลานา” (MEVLANA MUSEUM) อาคารหลังใหญ่ที่มีโดมสีเขียวทรงแปลกตาหลังนี้แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่ในอดีตแล้วที่นี่คือสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามที่สร้างโดย “เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี” ( MEVLANA CELALEDDIN RUMI) และบรรดานักบวชในศาสนาจะใช้เป็นที่สวดมนต์ทำสมาธิด้วยวิธีการอดอาหารเพื่อทรมานตัวเองแล้วไปเดินหมุนวนเป็นวงกลมพร้อมกับการทำจิตให้สงบด้วยการฟังเสียงขลุ่ยเรียกวิธีนี้ว่า“WHIRLING DERVISHES” ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีสวนสวยริมทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นก็ยังตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ก็เป็นไปในรูปแบบของมุสลิมด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นสุสานของ เมฟลานา เจลาลุดดีน รูมี ผู้สร้าง ตลอดจนคนในครอบครัวและกลุ่มลูกศิษย์ผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดท่านด้วย อีกทั้งในวันที่ 17 ธันวาคมของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองวันครบรอบการจากไปของเมฟลานาเมื่อปี ค.ศ. 1271

เที่ยง    บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย    นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองปามุคคาเล่” (PAMUKKALE) (ระยะทาง 261 กม./ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 25 นาที)  คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” PAMUK หมายถึง ปุยฝ้าย และ KALE หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำ ปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้วเป็นแอ่งเป็นชั้นลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1988

ค่ำ    บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่ :  NINOVA THERMAL HOTEL       หรือที่พักระดับใกล้เคียง

วันที่ห้า(5)     ปามุคคาเล่ – นครโบราณเฮียราโพลิส – ปราสาทปุยฝ้าย – เซลจุก – เมืองโบราณเอเฟซุส – อิซเมียร์  

เช้า   บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านชม “นครโบราณเฮียราโพลิส” หรือนครศักดิ์สิทธิ์ (HIERAPOLIS) สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2200 ปี เพราะถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเล่ แต่หากถอดความคำว่าเฮียราโพลิส หมายถึง เมืองแห่งความศักดิ์สิทธ์ เช่นเดียวกับเมืองทุกเมืองที่มียุครุ่งโรจน์และยุคเสื่อมถอยเฮียราโพลิสเองก็เป็นแบบนั้น หลังจากเมืองนี้ถูกยกให้พวกโรมัน ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเมืองย่อยยับ ประมาณปลายศตวรรษที่ 2 เฮียราโพลิส ค่อยๆถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ จนก้าวสู่ศตวรรษที่ 3 ด้วยความรุ่งโรจน์ที่สุดแต่เวลาเคลื่อนไปถึงศตวรรษที่ 7 ก็ถึงยุคเสื่อม เมื่อถูกข้าศึกต่างถิ่นรุกราน นอกจากนี้ยังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว จากนั้น นำท่านชม “ปราสาทปุยฝ้าย” (COTTON CASTLE) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้ มีอุณหภูมิ ประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้

เที่ยง      บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย  นำท่านเดินทางเข้าสู่ “เซลจุก” (SELCUK) เมืองโบราณขนาดเล็กไม่ไกลจากเมืองโบราณในเอเฟซุส  นำท่านชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” (EPHESUS) หรือเอเฟส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน เป็นเมืองเก่ายุคจักรวรรดิโรมันที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการ มีระบบวางท่อน้ำ หอสมุด และอื่นๆรวมทั้งโรงละครใหญ่ทรงโค้งแบบพิมพ์นิยมของกรีกโบราณ มีลานกว้างตรงกลาง แบ่งที่นั่งคนดูเป็น 3 ชั้นตามระดับความสำคัญไล่ไปจนถึงคนธรรมดาสามัญ ใช้เป็นที่เป็นที่ประชุม จัดแสดงละครและการต่อสู้สิงสาราสัตว์ของเหล่าทาส นำท่านเข้าชม “โรงงานเครื่องหนัง” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองอิซเมียร์” (IZMAI) เมืองเก่าแก่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นหุบเขารายล้อม เป็นมหานครในปลายสุดทางตะวันตกของอานาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามมีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี

ค่ำ    บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่ :  WYNDHANM HOTEL IZMIR  หรือที่พักระดับใกล้เคียง

 วันที่หก(6)     อิซเมียร์ – อิสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

เช้า    บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านผ่านชม “หอนาฬิกาอิซเมียร์” (IZMIR CLOCK TOWER ) หอนาฬิกาหินอ่อน ตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสโคนัค โดยหอนาฬิกานั้นมีความสูงประมาณ 25 เมตร (82 ฟุต) ถูกสร้างขึ้นในปี 1901 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 25 ของ ABDULHAMID II’S (ครองราชย์ 1876-1909) ปัจจุบันหอนาฬิกาแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิซเมียร์ จากนั้น นำท่านชม “มัสยิดโคนัค” (KONAK MOSQUE) มัสยิดรูปทรงวงกลมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัสโคนัค ถูกสร้างขึ้นในปี 1754 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมออตโตมัน หลังคา ประตู หน้าต่าง ถูกล้อมรอบด้วยกระเบื้องเซรามิกและหินอย่างสวยงามนำท่านเดินทางสู่ “เมืองอิสตันบูล” (ISTANBUL) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล อิสตันบูล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อิสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ

เที่ยง    บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย    นำท่านชม “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (BLUE MOSQUE) หรือชื่อเดิม คือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (SULTAN AHMED MOSQUE) **การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม** สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 และเสร็จปี 2159 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (KULLIYE)  

นําท่านชม “ฮิปโปโดรม” (HIPPODROME) หรือสนามแข่งม้าโบราณ ซึ่งมีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร มีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง นำท่านเก็บภาพ “สุเหร่าเซนต์โซเฟีย” (SAINT SOPHIA) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายให้เป็น 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบเซนไทน์ (BYZANTINE)  ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม

ค่ำ     บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

พักที่ : PULLMAN HOTEL ISTANBUL   หรือที่พักระดับใกล้เคียง     

วันที่เจ็ด(7)     อิสตันบูล – พระราชวังทอปคาปึ – อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน – แกรนด์บาซาร์ –  ตลาดเครื่องเทศ              

เช้า    บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปึ (TOPKAPI PALACE) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวัง Topkapi สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส โกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

เที่ยง    บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร KONYALI

บ่าย     นำท่านชม “อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน” (YEREBATAN SARAY) ซึ่งตั้งอยู่เยื้องกับวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวังสำรองไว้ใช้เมื่ออิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง นำท่านสู่ “แกรนด์บาซาร์” (GRAND BAZAAR) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมานานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาดแกรนด์บาซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิด เช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง และของที่ระลึกอื่นอีกมากมาย นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปช์มาร์เก็ต (SPICE MARKET) ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ตลาดตั้งอยู่ในร่มและเป็นตลาดใหญ่อันดับสองในอิสตันบูลรองจากแกรนด์บาร์ซาร์ ตลาดเครื่องเทศแห่งกรุงอิสตันบูลนี้สร้างตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า เยนี คามี รายได้จากค่าเช่าร้านส่วนหนึ่งจะนำมาบำรุงมัสยิดและกิจกรรมการกุศลอื่นๆ มักเรียกขานกันจนติดปากว่าตลาดอียิปต์ เพราะที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องสินค้าที่นำเข้าจากกรุงไคโร โดยสินค้าจะมีเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากเครื่องเทศ ถั่วชนิดต่างๆ รังผึ้ง และน้ำมันมะกอก ยังหาซื้อลูกฟิก ขนมเตอร์กิชดีไลท์ (LOKUM) ผลไม้ทั้งสดและแห้ง ของที่ระลึก เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ชาชนิดต่างๆ

ค่ำ     บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

พักที่ :   PULLMAN HOTEL ISTANBUL    หรือที่พักระดับใกล้เคียง

วันที่แปด(8)     ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส – พระราชวังโดลมาบาเชห์ – SPICE MARKET – สนามบิน

เช้า      บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านชมความงดงามโดยการให้ท่านชมความงดงามโดยการ “ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส” (BOSPHORUS CRUISE) ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่

เที่ยง    บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร NUSR-ET STEAKHOUSE

บ่าย     นำท่านเข้าชม “พระราชวังโดลมาบาเชห์” (DOLMABABAHCE PALACE) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (ABDUL MECIT) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป สมควรแก่เวลา นำคณะท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก

20.15 น.   เหินฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 064

วันที่เก้า(9)   กรุงเทพฯ          

09.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

หมายเหตุ   โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยบริษัทฯ ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ

 

อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง  

ผู้ใหญ่

พักห้องละ 2 ท่าน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง)

พักเดี่ยว

เพิ่มท่านละ
20-28 พ.ย. // 05-13 ธ.ค. 2562 21-29 ม.ค. // 07-15 ก.พ. // 18-26 ก.พ. // 05-13 มี.ค. // 17-25 มี.ค. 2563 49,900 49,900 49,900 13,900
30 ธ.ค.62–07 ม.ค.63 59,900 59,900 59,900 16,900
09-17 เม.ย.63 59,900 59,900 59,900 16,900

อัตราค่าบริการนี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (กรุงเทพฯ - อิสตันบูล - กรุงเทพฯ)
  2. บินภายใน 1 เที่ยว (อิสตันบูล-ไคเซอรี่)
  3. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
  4. โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาล เทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  5. ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
  6. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  7. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรรม์)/หากผู้เดินทางอายุเกิน 75 ปี หรือไม่ได้เดินทางไปและกลับพร้อมคณะ (ต้องซื้อประกันเพิ่ม)
  8. น้ำดื่มบริการบนรถโค้ช

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

    1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
    2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
    3. ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
    4. หากท่านลืมสัมภาระไว้ในห้องพัก มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคืน และอาจเกิดความล่าช้าหรือสูญหายได้
    5. ค่าพนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก (ทางบริษัทฯไม่ได้จัดให้แก่ท่านเนื่องจากป้องกันการสูญหายจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในโรงแรมที่พัก และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าห้องพักสำหรับทุกท่าน)
    6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น วันละ 5 USD / ท่าน / วัน
    7. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ตามวัฒนธรรมการบริการแบบสากลโลกท่านละ 100 บาทต่อวัน
   

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง และการชำระเงิน

  • กรุณาจองพร้อมชำระมัดจำ 30,000 บาท ก่อนการเดินทาง พร้อมแฟกซ์สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง Passport มายังบริษัท
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 10 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเหนือความ รับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการเช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้า และออกประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

หมายเหตุ

  • ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ป FINAL 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน - คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด หรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบิน   หรือ กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศ หรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้    
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 40 วันขึ้นไป - เก็บค่าใช้จ่าย ของมัดจำทั้งหมด  
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 35 วันขึ้นไป - เก็บค่าใช้จ่าย 80 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน - เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %