ทัวร์ตุรกี Hilight Turkey 8D 5N BY QR #TUKZG2102

฿

รหัสทัวร์ : TUKZG2102
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของโปรแกรม

1.ทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมต หรือ ฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน

2. ชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ 1 ใน 7 สิ่ง

3.ชม หุบเขาอุซิซาร์ (UCHISAR VALLEY) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่

แต้มสะสม 20

    • 29999 ฿
    • 29999 ฿
    • 28999 ฿
    • 33999 ฿
    • 33999 ฿
    • 32999 ฿
    • 6000 ฿
    • 7000 ฿
SKU:TUKZG2102
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์ตุรกี Hilight Turkey 8D 5N BY QR #TUKZG2102

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – ล่องเรือบอสฟอรัส อิสตันบูล – เมืองบูซ่าร์ – GRAND MOSQUE เมืองบูซ่าร์ – อิซเมีย  

อิซเมีย – เมืองคูซาดาซี – บ้านพระแม่มารี – เมืองโบราณเอฟฟิซุส – ปราสาทปุยฝ้าย – เฮียราโพลิส

ปามุคคาเล่  ปามุคคาเล่ – คอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – คัปปาโดเกีย

กำหนดการเดินทาง มกราคม-เมษายน 2561

วันแรก    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

22.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องกระเป๋าสัมภาระและเอกสารการเดินทาง

วันที่สอง โดฮา –อิสตันบูล – BLUE MOSQUE – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – ล่องเรือบอสฟอรัส

01.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดย สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR837 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง)

05.25 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

07.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR239

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)

12.25 น. ถึง สนามบินอตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านสู่ เมืองอิสตันบูล (iSTANBUL) เมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส BOSPHORUS เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิ้ล เป็นต้น

จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมต หรือ ฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็น ที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 จากนั้นไม่ไกลนำทุกท่านชม BLUE MOSQUE หรือ SULTAN AHMET MOSQUE ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ SULTAN AHMED นั้นเอง

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (SAINT SOPHIA) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกี จึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

นำท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (BOSPHORUS) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ THE BLACK SEA กับทะเลมาร์มาร่า SEA OF MARMARA โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าเป็นช่องแคบนี้เป็นจุดนัดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเซีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาน่าค้นหา

ค่ำ                           รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำเข้าสู่ที่พัก TITANIC BUSINESS BAYRAMPASA HOTEL ISTANBUL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สาม อิสตันบูล – เมืองบูซ่าร์ – GRAND MOSQUE เมืองบูซ่าร์ – อิซเมีย 

เช้า                          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูซ่าร์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกีซึ่งห่างจากอิสตันบูลประมาณ 154 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาการอาศัยอยู่ปรมาณ1.5ล้านคน มีความสำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศและเมืองนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ประมาณ 70 เปอร์เซนต์เพื่อนำ ไปทอเป็นพรมในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรออตโตมาน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1326-1362และ จากนั้น ได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือของกรุงคอนสแตนดิโนเปิล นำท่านชมความงามของ มัสยิดเก่าแก่ของเมืองบูร์ซ่า GRAND MOSQUE ภายในจะพบกับผลงานอันละเอียดอ่อน และประณีตของงานกระเบื้องประดับ ที่มีสีสันลวดลายที่ละเอียดและซับซ้อนอย่างพิสดาร ทั้งลายรูปวงกลมรูปดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม และรูปเรขาคณิต ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองที่ในอดีตกษัตริย์ ที่เคยปกครองอาณาจักรออตโตมาน ได้ใช้เมืองนี้เป็นที่ฝังศพ และนอกจากนั้น ยังถูกตกแต่งให้เป็นสวนที่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นจำนวนมากจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสีเขียว GREEN BURSA สุสานสีเขียว GREEN TOMB สุเหร่าสีเขียว หรือ YESIL MOSQUE สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ซาถูกสร้างขึ้นในช่วงปีค.ศ.1491-1421 โดยสถาปนิกชื่อ HACIIVAZ PASA โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเบอร์ซา อาคารสุเหร่ามีความโดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องหินอ่อนสีฟ้าเขียวในการตกแต่งผนังและเพดานด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าเขียว เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นภายในสุเหร่าแห่งนี้ยังมีที่บรรจุศพของสุลต่านเมห์เมดที่1 และครอบครัวสถานที่แห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศตุรกี

เที่ยง                       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสู่ตลาดผ้าไหมเมืองบูร์ซา ตลาดผ้าไหมเมืองบูร์ซาที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของ

ประเทศตุรกี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทะเลมากนัก โดยตลาดแห่งนี้ค้าขายผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม     เป็นหลัก โดยเฉพาะผ้าคลุมศีรษะ ลวดลายพื้นเมืองจะขายดีเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจากตุรกีเป็นประเทศที่มีผู้น้บถือศาสนาอิสลามมากอีกหนึ่งประเทศ ซึ่งนอกจากผ้าคลุมแล้วก็ยังมีเสื้อผ้าหลากหลายแบบ และด้วยสีสันของผ้าไหมที่สดใสนี่เองที่ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นตลาดที่สวยงามที่สุดจนครั้งหนึ่งสมเด็จพระนางเจ้าควีนอลิซาเบท แห่งอังกฤษเคยมาเยือน ด้วย ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ IZMIR (ระยะทาง 330กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเข้าสู่ที่พัก RAMAZA PLAZA HOTEL IZMIR ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สี่                      อิซเมีย – เมืองคูซาดาซี – บ้านพระแม่มารี – เมืองโบราณเอฟฟิซุส – ปราสาทปุยฝ้าย – เฮียราโพลิส – ปามุคคาเล่

เช้า                          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (KUSADASI) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. (98 กม.)

นำท่านเข้าชม  บ้านพระแม่มารี (HOUSE OF VIRGIN MARY)  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ สร้างด้วยหินอ่อนเป็นสถาปัตยกรรมกรีกแบบไอโอนิค และมีเสาหินตั้งตระหง่านรอบวิหารมากกว่า 100 ต้น ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (EPHESUS) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (LONIA) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace, Prada, Michael kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง                       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. (197 กม.) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (COTTON CASTLE) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส (HIERAPOLIS) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรค เมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไป บางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร เช่น โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้น

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะเข้าสู่ที่พัก COLOSSAE HOTEL PAMUKKALE ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า   ปามุคคาเล่ – คอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – คัปปาโดเกีย

เช้า                          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (KONYA) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  ระหว่างทางแวะชม CARAVANSARAI ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        นำทุกท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (MEYLANA MUSEUM) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่าด้วย

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะเข้าสู่ที่พัก GOLD YILDIRIM HOTEL CAPPADOCIA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่หก   คัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง – หุบเขาอุซิซาร์ – ระบำหน้าท้อง

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น. เพื่อชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ** (ค่าขึ้นบอลลูนอยู่ที่ท่านละ 200 USD)

เช้า                          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (UNDERGROUND CITY) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำ และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึก และทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้

นำทุกท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (OPEN AIR MESEUM) ที่ เมืองเกอเรเม (GOREME) ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        ชม หุบเขาอุซิซาร์ (UCHISAR VALLEY) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

จากนั้นนำท่านแวะ ชมโรงงานทอพรม  โรงงานเซรามิค  อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงโชว์ระบำหน้าท้อง BELLY DANCEซึ่งเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึง ปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน

นำคณะเข้าสู่ที่พัก GOLD YILDIRIM HOTEL CAPPADOCIA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด  คัปปาโดเกีย – เมืองอังการ่า – สุสานอตาเติร์ก – สนามบินอังการ่า

เช้า                          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองอังการ่า (ANKARA) เมืองหลวงของประเทศตุรกี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของตุรกี และอันดับ 2 ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        นำทุกท่านเดินทางสู่ สุสานอตาเติร์ก  (ATATURK MAUSOLEUM) เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย

17.00 น. นำคณะเดินทางสู่สนามบิน มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าในสนามบิน

20.20น.  ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR258

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)

วันที่แปด                โดฮา – กรุงเทพฯ

00.10 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเที่ยวบิน

01.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 834

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 15 นาที)

12.30 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

****************************************

** หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน ,รถทัวร์ ,รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ท หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

อัตราค่าบริการ  
กำหนดการเดินทาง   ผู้ใหญ่ ห้องละ 2-3 ท่าน 1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง (เด็กอายุไม่เกิน12ปี) 1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กไม่มีเตียง (เด็กอายุไม่เกิน12ปี) พักเดี่ยว เพิ่ม ราคา ไม่รวม ตั๋ว
27มกราคม – 03กุมภาพันธ์ 61 29,999 29,999 28,999 6,000 14,999
03 – 10 กุมภาพันธ์ 2561 29,999 29,999 28,999 6,000 14,999
24 กุมภาพันธ์ – 03 มีนาคม 61 29,999 29,999 28,999 6,000 14,999
10 – 17 มีนาคม 2561 29,999 29,999 28,999 6,000 14,999
07 – 14 เมษายน 2561 33,999 33,999 32,999 7,000 18,999
  **ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น**   ** ราคาเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ 10,000 บาท**   การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 20 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา     กรุณาจองก่อนล่วงหน้า พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ ท่านละ 20,000.- บาท ภายใน 3 วันนับจากวันจอง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ที่จะขอรับลูกค้ารายต่อไป ...ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21 วัน
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว(Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกัน หรือ อยู่คนละชั้นกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน ซึ่งถ้าเข้าพัก 3 ท่าน อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม หรือ อาจมีความจำเป็นต้องแยกห้องพักเนื่องจากโรงแรมนั้นไม่สามารถจัดหาได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมในกรณีที่อาจมีการแยกห้องพัก
  2. โรงแรมในตุรกีอาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในตุรกีที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน
อัตราค่าบริการนี้รวม ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ                         R ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.       R ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน         R ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ                           R ค่าจ้างมัคคุเทศก์บริการตลอดการเดินทาง ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)  ค่าทิปไกด์และคนขับรถและหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 60 USD/ทริป/ท่าน ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ค่าวีซ่าสำหรับคนที่ไม่ได้ถือพาสสปอร์ตไทย เงื่อนไขการชำระค่าบริการ
  1. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 20,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง
  2. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 08.30-17.30 นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง
  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า45 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า30 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ
  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด
  2. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 08.30-17.30 นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 20 คน
เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ
  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า  แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้  ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น
ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
  1. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  2. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น