ทัวร์ยุโรป Best of Eastern Europe 8 Days 5 Nights (TG) #EURGTV2406

฿

รหัสทัวร์ : EURGTV2406
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของทัวร์

  1. ชมจัตุรัสเมืองมิวนิค และบรรยากาศที่งดงามของจัตุรัสมาเรียน
  2. เข้าชมปราสาทไฮเดลบิร์กและพระราชวังเชิร์นบรุน
  3. ชมเมืองปราคและเมืองน้ำแร่ในสาธารณรัฐเช็คและบราติสลาวาในสโลวัค
    • 53900 ฿
    • 51900 ฿
    • 49900 ฿
    • 50900 ฿
    • 48900 ฿
    • 46900 ฿
    • 6900 ฿
    • 5900 ฿
SKU:EURGTV2406
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์ยุโรป Best of Eastern Europe 8 Days 5 Nights (TG) 

วันแรก              สนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ

22.00 น.             คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าระหว่างหมายเลข 2-3  เคาน์เตอร์สายการบินไทย  เคาน์เตอร์เช็คกรุ๊ป D

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี      การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

วันที่สอง            มิวนิค (เยอรมัน)-ซาลสเบิร์ก (ออสเตรีย) -บาดเรคเค่นฮัล (เยอรมัน)

00.50 น.             นำท่านออกเดินทางบินตรงสู่ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย

เที่ยวบินที่  TG-924

07.05 น.                 เดินทางถึงสนามบินนครมิวนิค ประเทศเยอรมัน นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ จากนั้นนำท่านชมบริเวณห้องจัดแสดงหรือเฉพาะบริเวณโชว์รูม BMW โชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุดของ BMW ยนตรกรรมที่โด่งดังของบาวาเรีย ให้เวลาท่านเดินชมรถบีเอ็มรุ่นใหม่ๆ พร้อมเลือกซื้อของที่ระลึกจากบีเอ็มและมินิคูเปอร์  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมิวนิค นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ในเส้นทางผ่านชมสนามกีฬาอารีน่า อลิอันซ์ โอลิมปิคทาวเวอร์ เป็นต้น เดินทางถึงเมืองมิวนิค ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย นำท่านชมนครมิวนิค ซึ่งมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ.1158  มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์คลาสสิคหรือแบบสมัยใหม่ และเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย  นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงามที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยู่มากมาย

กลางวัน                        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่เมือง ซาลสเบิร์ก Salzburg  เมืองแห่งศิลปินเพลง ซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมาและยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง The Sound of Music ที่โด่งดัง รวมถึงยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)  นำท่านเดินข้ามแม่น้ำซาลสอัคช์เพื่อเดินเล่นชมเมืองเก่าของ ซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต  ชมมหาวิหารใหญ่กลางเมืองหรือมหาวิหารแห่งเมืองซาลสเบิร์ก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเรอเนอซองส์ตอนปลายต่อบาร็อคตอนต้น ถือเป็นโบสถ์บาร็อคยุคแรก โดยสร้างขึ้นใหม่เพื่อแทนโบสถ์หลังเดิมที่ถูกไฟไหมใหญ่จนเกินซ่อมแซมและถูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถล่มเสียหาย แต่ต่อมาได้รับการบูรณะให้งดงามดังเดิม เดินเล่นบนถนนเกไตรเด้ ที่มีบ้านเรือนเรียงราย ซึ่งถูกสร้างขึ้นช่วงในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือมีลานบ้านที่มีหลังคาสวยงาม ป้ายเหล็กที่บ่งบอกชื่อร้านค้าหรือบ้านเรือนที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างที่เป็นภาพปูนแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีร้านค้แบรนด์เนมมากมายและเป็นที่ตั้งของบ้านเกิดของโมสาร์ต ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 250 ปีเมื่อปี 2006 ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วย โมสาร์ทเกิดที่นี่และอยู่ในบ้านเกิดแห่งนี้มากกว่า 20 ปี ต่อมาย้ายไปอยู่อีกหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้จึงถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา ซึ่งบ้านหลังนี้ได้รับการออกแบบโดย Robert Wilson นักศิลปะชาวอเมริกัน โดยมีการออกแบบให้เหมือนกับตอนที่โมสาร์ทยังมีชีวิตอยู่ ผ่านชมสวนมิราเบลที่งดงามซึ่งเดิมเป็นสวนในพระราชวังเดิม บนถนนฝั่งขวาจะเป็นบ้านเกิดของคีตกวีชื่อดังก้องโลก (เทศบาลเมืองไม่อนุญาตให้นำรถบัสนำนักท่องเที่ยวเข้าในเขตบริเวณเมืองเก่า)

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักในเขตเมืองบาดเรคเค่นฮัล Bad Reichenhall ในเขตประเทศเยอรมัน โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่สาม            บาดเรคเค่นฮัล (เยอรมัน)-ฮอลสตัท (ออสเตรีย)-ลินซ์-เวียนนา

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ฮอลสตัท Hallstatt (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ มีอากาศที่แสนบริสุทธิ์และสวยงามริมทะเลสาบในประเทศออสเตรีย ความสวยงามของเมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ เรียกได้ว่าฮอลสตัทเป็นเมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย นำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” See Strasse ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของถนนซี สตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลินซ์ Linz (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศออสเตรีย และเป็นเมืองหลวงของเขต Upper Austria อยู่ทางตอนเหนือของประเทศริมฝั่งแม่น้ำดานูบ เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นในด้านการผลิตเหล็กกล้า เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ เมืองนี้มีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่สมัยค่าโรมันซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญในอดีต

กลางวัน                        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่กรุงเวียนนา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย หนึ่งในเมืองที่มีความโรแมนติกมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป สะอาดและสวยงามด้วยศิลปะต่างๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองในอดีตกระจายอยู่ทั่วเมือง เวียนนา ยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย มีแม่น้ำสายสำคัญของยุโรปคือแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนาจึงเป็นทั้งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศ และมีความสำคัญในระดับนานาชาติ โดยเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติหลายแห่ง อาทิเช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), Organization of Petroleum Exporting Countries (OPEC) และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติที่สามของโลกอีกด้วย  นำท่านเดินทางผ่านชมทัศนียภาพสองข้างทางผ่านถนนสายวงแหวน เส้นทางท่องเที่ยวสายหลักของกรุงเวียนนาที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ อันงดงาม อาทิ โรงละครโอเปร่าที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869, พระราชวังฮอฟเบิร์ก กลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์กมาตั้งแต่คริสตศตวรรษที่13-20, ตึกรัฐสภา ซึ่งสร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1873-1883, ถ่ายรูปกับภายนอกของพระราชวังเบลวาแดร์, สวนสเตร๊าส์และโบสถ์เซ้นต์สตีเฟ่น เป็นต้น

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่สี่               เวียนนา (ออสเตรีย)-บราติสลาวา (สโลวัค)-ปราค (สาธารณรัฐเช็ค)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

นำท่านเข้าชมความงดงามของ พระราชวังเชรินน์บรุนน์ พระราชวังฤดูร้อนแห่งราชวงศ์ฮับสเบิร์กที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระราชวังใดในยุโรป ที่มีการตกแต่งห้องด้วยศิลปะในหลายรูปแบบทั้งบาร็อคและร็อคโคโค หรือศิลปะประยุกต์จากทางเอเซีย และยังมีเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ ประดับอยู่อย่างวิจิตรงดงาม รวมทั้งสวนภายในพระราชวังที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าโยเซฟที่ 1 เป็นผู้ดำริในการสร้างให้มีความหรูหราโอ่อ่าเทียบเท่ากับพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสเป็นพระองค์แรกแต่พระราชวังเดิมได้รับความเสียจากการทำสงครามจึงได้มีการก่อสร้างและบูรณะขึ้นมาใหม่โดยสถาปนิกประจำราชสำนักและมีการสานต่อการก่อสร้างมาโดยตลอดมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซ่า ในปี 1749 โดยพระราชวังแห่งนี้มีห้องต่างๆ มากมายกว่า 1,400 ห้อง สีที่โดดเด่นคือสีเหลืองซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์แห่งความเรืองโรจน์ของระบอบราชาธิปไตยภายใต้ราชวงศ์ฮับสบวร์ก ทำให้เวียนนามีความโดดเด่นจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1996  นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองบราติสลาวา  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวาเกียหรือสโลวัค เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ รวมทั้งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภูมิภาคยุโรปกลาง มีประชากรประมาณ 450,000 คน บราติสลาวาตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวาเกียกับออสเตรียและฮังการี เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเวียนนาเพียง 50 กิโลเมตร เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมโดยจะพบเห็นได้มากในเขตเมืองเก่า

กลางวัน                        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย              นำท่านผ่านชม รัฐสภา, หน่วยงานภาครัฐต่างๆ, มหาวิทยาลัยโรงละครและสถาบันวัฒนธรรม ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่มีความสัคัญทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการศึกษา รวมถึงสำนักงานใหญ่ของสถาบันทางธุรกิจและการเงินขนาดใหญ่ของสโลวาเกียจำนวนมาก เนื่องจากเมืองนี้เคยตกอยู่ใต้อำนาจของหลายชาติ เช่น ออสเตรีย ฮังการี เยอรมัน จึงมีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆ มากมาย อาทิ พอซโซนี (ฮังการี) เพรชพอรอค (ภาษาสโลวักเก่า) เพรสส์บูร์ก (เยอรมันและภาษาอังกฤษ)  นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทบราติสลาวา (Bratislava Castle Courtyard) ซึ่งปราสาทนี้เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขาร็อกกี้ฮิลล์ ริมฝั่งแม่น้ำดานูบสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 – 18 ซึ่งเคยถูกเพลิงไหม้เสียหาย จากนั้นมีการก่อสร้างเรื่อยมา และมีการก่อสร้างใหม่อีกครั้งในปี 1956-1964 ซึ่งท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ กรุงปราเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค นครหลวงแห่งอาณาจักรโบฮีเมียที่โด่งดังในอดีต ตั้งแต่ยุคสมัยของกษัตริย์ชาร์ลสที่ 4 ได้สร้างให้ปราคกลายเป็นหนึ่งในนครที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของยุโรป (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) ผ่านชมทัศนียภาพสองข้างทางจนถึงกรุงปราค เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ค ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มยุโรปตะวันออก เป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ พรั่งพร้อมไปด้วยศิลปะ ดนตรี การเต้นรำ ภาพยนตร์และละครเวที ทั้งยังเป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมยุโรปขนานแท้ เป็นเมืองที่มีความสวยงามและโรแมนติก เป็นเมืองที่รอดพ้นจากภัยสงครามในอดีตและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1992

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ห้า             ปราค-คาร์โลวีวารี่ (สาธารณรัฐเช็ค)-คัล์มบาช (เยอรมัน)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

นำท่านชมความสวยงามของกลุ่มปราสาทแห่งกรุงปราค ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวาอดีตที่ประทับของจักรพรรดิแห่งโบฮีเมีย ปัจจุบันเป็นที่ทำการของคณะรัฐบาล  นำท่านชมวิวสวยบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นตัวเมืองปราคที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ที่ท่านจะเห็นถึงชื่อที่มาของเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ที่ท่านจะเห็นยอดแหลมของอาคารต่างๆ อีกด้วย นำท่านเข้าชมเขตของตัวปราสาท ซึ่งบริเวณเดียวกันมีมหาวิหารเซนต์วิตัส ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราค สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras เป็นที่เก็บมงกุฎเพชรซึ่งทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทำให้เมืองปราค เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธิคที่ได้ตกแต่งประดับประดาไปด้วยหัวสัตว์ประหลาดมากมายที่ทำด้วยหินตั้งอยู่บนหลังคาและปากท่อรางน้ำฝน นอกจากนั้นมหาวิหารแห่งนี้ยังมีห้องสำหรับสวดมนต์เล็กที่อยู่ด้านข้างรอบๆ และสิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งของห้องสวดมนต์เล็กของ เซนต์ เวนเซสลาส คือ กำแพงฝาผนังที่ประดับด้วยพลอยและหินที่มีสีสันสดใสระรานตา  นอกจากนี้รอบๆตัวปราสาทมีจุดที่น่าสนใจ อยู่หลายแห่งอย่างเช่นโบสถ์เซนต์จอร์จ และถนนโกลเด้นเลนซึ่งเป็นห้องแถวร้านค้าเล็กๆ ตั้งอยู่เรียงราย ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตห้องแถวเหล่านี้เคยใช้เป็นบ้านพักของทหารยามเฝ้าพระราชวัง ให้ท่านถ่ายภาพของปราสาทอันสวยงาม  พร้อมสัมผัสกับบรรยากาศสวยงามของ สะพานชาร์ลส ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา สัญลักษณ์ที่สำคัญของปราคที่สร้างขึ้นในยุคของกษัตริย์ชาร์ลสที่ 4 ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เหล่าศิลปินต่างๆ นำผลงานมา แสดงและขายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ

กลางวัน                        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่เมือง คาร์โลวี่ วารี่ Karlovy Vary (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำแร่และสปา นำท่านชมเมือง คาร์โลวีวารี่ เมืองนี้ถูกค้นพบโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ในปี 1522 ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 เมืองนี้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในเรื่องคุณสมบัติของน้ำตามวารสารทางการแพทย์ ทำให้มีอาคารสปาเกิดขึ้นมากกว่า 200 แห่งและนักท่องท่องเที่ยวมากมายเข้ามาทำการรักษาในบ้านสปาท้องถิ่นเหล่านี้  น้ำแร่ส่วนใหญ่ถูกใช้ในการรักษาแบบดื่มกินอันเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุดในการรักษาแบบสปา ให้ท่านเดินเล่นชมเมืองชั่วครู่ไปบนถนนมิลคอลลอนเนดและถนนนิวลุกก้าและถ่ายรูปกับภายนอกของโบสถ์เซ้นต์ปีเตอร์แอนด์พอลและโบสถ์เซ้นต์แมรี่

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักในเขตเมืองคล์มบาช ประเทศเยอรมัน โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่หก            คัล์มบาช-เวิทแท่ม อัม เมน-เวิทเท่มเอ๊าท์เล็ต-แฟร้งค์เฟิร์ต (เยอรมัน)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองเวิทเเท่ม อัม เมน Wertheim Am Men เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีในรัฐบาเด้น-เวิทแท่มเบิร์ก มีประชากรประมาณเพียง 23,400 คน เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำเทาเบอร์ และแม่น้ำเมน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ จาก เวิทแท่ม วิลเลจ เอ๊าท์เล็ต Wertheim Village Outlet ที่ต่างนำสินค้ามาลดราคาในช่วงฤดูกาลต่างๆ ได้แก่ Armani, Asics, Bally, Boss, Calvin Klein, Coach, Diesel, DKNY, Escada, Furla, Fossil, Guess, L’Occitane, Lacoste, Levi’s, Longchamp เป็นต้น (เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย)

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ แฟร้งค์เฟิร์ต Frankfurt เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสส์และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ และยังเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์แฟร้งค์เฟิร์ตและธนาคารกลางยุโรป และยังเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)  นำท่านชม นครแฟร้งค์เฟิร์ต เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสส์และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ และยังเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์แฟร้งค์เฟิร์ตและธนาคารกลางยุโรป และยังเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่เจ็ด                        แฟร้งค์เฟิร์ต-ไฮเดลเบิร์ก-แฟร้งค์เฟิร์ต-สนามบิน

เช้า                   รับประทานอาหารที่โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก Heidelberg (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในรัฐบาเด้น-เวิร์ทเทมแบร์ก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมัน ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ เมืองทางประวัติศาสตร์ของไทยเมืองหนึ่ง นำท่านชม เมืองไฮเดลแบร์ก หรือ ไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงประสูติ และอัลเบิร์ต ไอสไตน์ เคยมาเดินบนเส้นทางนักปราชญ์ของเมืองนี้แล้วและเป็นเมืองมรดกโลกองค์การยูเนสโก้ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม ความสง่า ความสงบร่มรื่น ซึ่งที่นี่มหาวิทยาลัยไฮเดลแบร์กยังเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่สุดของเยอรมันอีกด้วย  นำท่านขึ้นรถรางไฟฟ้าเพื่อขึ้นสู่เนินเขา นำท่านเข้าชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก Heidelberg Castle ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเนคคาร์ แต่เดิมจะเป็นป้อมปราการ มาก่อนแต่ภายหลังมาเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนปราสาทแห่งนี้ถูกนำมาจากหลายที่ด้วยกัน สำหรับส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาทแห่งนี้ คือ เสาแกรนิตแบบโรมัน ซึ่งนำมาจากพระราชวังหลวงของพระเจ้าชาร์ลเลอมาร์น  ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างต่อเติมเรื่อยมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 จนกระทั่งถึงสงคราม 30 ปี ดังนั้นจึงทำให้เราพบรูปแบบของสถาปัตยกรรมหลากหลาย ณ ปราสาทแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโกธิค เรอเนอซองส์หรือบาร็อค และชมถังไวน์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกอายุ 100 กว่าปี จากนั้นนำท่านถ่ายรูปบนสะพานเก่าแก่ของเมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งจากจุดนี้จะมองเห็นปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งเด่นตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของเมือง

กลางวัน                        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย

บ่าย              นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองแฟร้งค์เฟิร์ตอีกครั้ง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) นำท่านชม จัตุรัสกลางเมืองโรเมอร์ อันงามสง่า มีบ้านไม้ทรงเยอรมัน ที่ได้สร้างจำลองมาจากของเก่า โดยรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณอันสวยงาม ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นำท่านชมภายนอกของมหาวิหารโดมแห่งแฟรงค์เฟิร์ต ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ให้ท่านเดินเล่นและช้อปปิ้งย่านจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405 ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัส จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดจุดหนึ่งในแฟรงก์เฟิร์ต มีอาคาร 9 อาคาร ซึ่งได้รับมาจากครอบครัวพ่อค้าครอบครัวหนึ่ง โดยอาคารตรงกลางกลายเป็น City Hall และถูกเชื่อมกับอาคารรอบๆ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของรัฐบาลท้องถิ่นมามากกว่า 600 ปี โดยทั้งภายนอกและภายในมีการตกแต่งด้วยสไตล์โกธิคสมัยใหม่ ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก พบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ”ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด จากนั้นนำท่านถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม Gerechtigkeitsbrunnen ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอลและวิหารใหญ่ประจำเมือง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้งย่านถนนซายล์ Zeil ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น และเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ทั้งขนม ช็อคโกแล็ตและสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย

16.30 น.             สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่สนามบินแฟร้งค์เฟิร์ต

20.40 น.                 นำท่านออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย  เที่ยวบินที่ TG923                                          

วันที่แปด           สนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ

12.30 น.             เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมทุรปราการ  โดยสวัสดิภาพ..

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละกำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็นรายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

 

อัตราค่าเดินทาง           

กำหนดการเดินทาง         

23-30 ก.ย. / 11-18 พ.ย. / 25 พ.ย.-2 ธ.ค. / 2-9 ธ.ค.2561

 

Best of Eastern Europe (เยอรมัน-เชค-ออสเตรีย 8 วัน / TG) 23-30 ก.ย.61 11-18 พ.ย. / 25 พ.ย.-2 ธ.ค. / 2-9 ธ.ค.61
ราคาผู้ใหญ่ ท่านละ 53,900 50,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน 51,900 48,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) 49,900 46,900
พักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ 6,900 5,900
ท่านที่มีตั๋วโดยสารอยู่แล้ว มาเดินทางกับคณะ ท่านละ 28,900 25,900
**ไม่รวมค่าบริการด้านวีซ่าและค่าบริการท่านละ 2,900 บาท // ค่าทิปคนขับและค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 1,800 บาท  ชำระพร้อมค่าทัวร์ก่อนเดินทาง ** *** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมัน ในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมภายหลัง *** *** โรงแรมในยุโรป ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าพักแบบไม่มีเตียงเสริม ***               หมายเหตุ
  • อัตราค่าเดินทางนี้ต้องมีจำนวนผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ท่าน และจะต้องชำระมัดจำ หลังจากยืนยันการจองทัวร์ทันที
  • อัตราค่าเดินทางและตั๋วโดยสารนี้เป็นอัตราราคาพิเศษ ดังนั้นหากมีการออกตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถขอ รีฟันด์หรือคืนเงินได้ทุกกรณี
  • กรณีท่านที่มีตั๋วของสายการบินอื่นหรือร่วมเดินทางโดยไม่ใช้ตั๋วโดยสารของทางบริษัททัวร์ กรุณาแจ้งล่วงหน้าเนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกับการยื่นวีซ่า ซึ่งผู้เดินทางไม่สามารถยื่นวีซ่าพร้อมคณะได้
  • การดำเนินการขอวีซ่าจะต้องใช้เวลาโดยรวมประมาณ 15 วัน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอวีซ่าให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการขอวีซ่า
  อัตรานี้รวมบริการ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ-มิวนิค // เวียนนา-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัด
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ, ค่าอาหารและเครื่องดื่ม, ค่ารถรับส่งระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทจากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่อายุเกิน 75 ปี วงเงินคุ้มครอง 500,000 บาท (กรมธรรพ์เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันฯ)
  • ค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าประกันภัยการเดินทางที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน ซึ่งเป็นอัตราเรียกเก็บ ณ วันที่ 23 พ.ค.      2561 หากมีเพิ่มเติมภายหลังหรืออัตราการผกผันค่าน้ำมันหรือภาษีใดๆ จะต้องมีการชำระเพิ่มตามกฏและเงื่อนไขของ สาย       การบิน
  อัตรานี้ไม่รวมบริการ
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นและค่าบริการด้านการนัดหมายและเอกสาร ท่านละ 2,900 บาท โดยชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนคณะออกเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถและทิปหัวหน้าทัวร์ที่เดินทางไป-กลับพร้อมคณะ ท่านละ 1,800 บาท โดยชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนคณะออกเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าทุกแห่ง ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินของท่านด้วยตัวท่านเอง หรือหากต้องการการบริการยกกระเป๋าจะต้องชำระค่าทิปตามที่โรงแรมนั้นๆ เรียกเก็บ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มิได้คาดคิด เช่น การปรับค่าน้ำมัน, ค่าบริการอื่นๆ เพิ่มเติมที่เกี่ยวกับวีซ่า หรืออื่นๆ ที่มิได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าน้ำดื่มระหว่างทัวร์ (ไม่ได้แจกน้ำดื่มระหว่างทัวร์)
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าประกันภัยการเดินทางหรือประกันสุขภาพหรือประกันวาตภัยหรือเหตุร้ายแรงในต่างประเทศที่นอกเหนือจากประกันอุบัติเหตุที่ทางบริษัทฯ จัดไว้ให้ ท่านสามารถซื้อประกันเพิ่มเติมได้
  การชำระเงิน ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 20,000 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน สำหรับการจองทัวร์ โดยเรียกเก็บทันทีหลังจากการจองทัวร์ ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด   การยกเลิก
  • หากมีการยกเลิกเกิน 45 วันทำการแต่ไม่เกิน 90 วันทำการ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำค่าตั๋วโดยสารของท่านนั้นๆ (เงื่อนไขค่ามัดจำตามที่ทางสายการบินเรียกเก็บ)
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 45 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 15 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  • หากผู้โดยสารท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำ 20,000.- บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานทูตเรียกเก็บ
  • หากผู้โดยสารท่านใดวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสารเครื่องบินบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำ
  • หากผู้โดยสารแจ้งยกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วโดยสารแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  หมายเหตุ
  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • กรณีที่มีการเกิดภัยธรรมชาติ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ผู้เดินทางกำลังจะไป หากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นและมีเหตุทำให้การเดินทางไม่สามารถออกเดินทางตามกำหนดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากสายการบิน โรงแรม หรือหน่วยงานจากต่างประเทศที่บริษัททัวร์ติดต่อว่าสามารถคืนเงินได้
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบและชดเชยค่าเสียหาย เนื่องจากภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์จลาจลต่างๆ และอื่นๆ ที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ตามกำหนดการเดินทางของรายการทัวร์
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย  หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์ ซึ่งจะรับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระใบใหญ่ในวงเงินตามที่สายการบินกำหนด รวมถึงไม่รับผิดชอบกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • ในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มีการรณรงค์เรื่องการงดสูบบุหรี่ บนรถโค้ช, โรงแรม และสถานที่ต่าง ๆ จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องการสูบบุหรี่ และมีสถานที่โดยเฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่ ทั้งนี้เนื่องจากสุขภาพของคนส่วนรวม
  • กรณีที่ท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
  • การจัดโปรแกรมทัวร์ เป็นการกำหนดตลอดทั้งปี หรือกำหนดล่วงหน้าค่อนข้างนาน หากวันเดินทางดังกล่าวตรงกับวันที่สถานที่เข้าชมนั้นๆ ปิดทำการ หรือ ปิดโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า หรือ การเปิดรับจองผ่านทางออนไลน์ โดยในวันที่คณะจะเข้าชมไม่สามารถจองผ่านระบบดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะสลับรายการเพื่อให้ท่านได้เข้าชมสถานที่ดังกล่าวให้ได้ หรือ คืนเงินค่าเข้าชมนั้น ๆ ตามเงื่อนไขราคาที่ได้รับจากทาง บริษัท supplier ประเทศนั้นๆ แต่หากมีการล่าช้า หรือ เหตุหนึ่งเหตุใดในระหว่างการเดินทาง เป็นผลทำให้ท่านไม่สามารถเข้าชมสถานที่ดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะไม่มีการคืนเงินใดๆ ให้แก่ท่าน เนื่องจากได้ชำระค่า Reservation Fee ไปแล้ว
  • หากช่วงที่เดินทางเป็นช่วงอีสเตอร์, คริสมาสต์หรือปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดของชาวยุโรป ร้านค้าปิดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นขอให้พิจารณาก่อนการจองทัวร์
   

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 เตียงเดี่ยว แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม หรืออาจจะต้องแยกเป็น 1 ห้องคู่และ 1 ห้องเดี่ยว กรณีที่มา 3 ท่าน
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

เอกสารในการขอวีซ่า  (โดยยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตเยอรมัน)

ใช้เวลาพิจารณาวีซ่าโดยรวม 15 วัน

-    ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกท่าน จะต้องมาแสดงตัวด้วยตัวท่านเองเพื่อ ถ่ายรูป และสแกนนิ้วมือ ที่สถานทูตหรือศูนย์ยื่นวีซ่าของสถานทูตนั้นๆ ตามวันและเวลานัดหมาย ซึ่งจะต้องมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า และไม่สามารถยืนยันได้หากไม่มีการทำนัดหมายไว้ก่อน (วันและเวลานัดหมายเป็นไปตามกฎและเงื่อนไขของสถานทูตนั้นๆ) -    กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อทำการนัดหมายการยื่นวีซ่า -    ในวันยื่นวีซ่าหากผู้สมัครไม่ได้ให้เอกสารที่ครบถ้วน แล้วนำเอกสารมาแนบยื่นเพิ่มเติมในวันนัดหมายยื่นและหากมีค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสารหรือแปลเอกสารหรือถ่ายรูปเพิ่มเติมใดๆ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายนั้นๆ ด้วยตนเอง                        
  • หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
    • โดยนับวันเริ่มเดินทางเป็นหลัก หากนับแล้วเกิน 6 เดือนหนังสือเดินทางนี้สามารถใช้ได้ แต่หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางจะต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่กองหนังสือเดินทาง
    • หน้าหนังสือเดินทางจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
    • หากท่านเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ กรุณาเตรียมเล่มเก่าให้ด้วยเนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า
    • ท่านที่มีปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออกและไม่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัททัวร์ หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ
 
  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป เน้นหน้า (ขนาดรูปหน้าเท่ากับใน หนังสือเดินทาง)
  • ฉากหลังสีขาวเท่านั้น เนื่องจากสถานทูตจะต้องสแกนรูปลงบนวีซ่า
  • รูปถ่ายหน้าตรงห้ามใส่แว่น, ห้ามคาดผมและห้ามใส่หมวกหรือเครื่องประดับบดบังหน้าตา, ห้ามใส่คอนแท็กเลนส์ชนิดสีหรือบิ๊กอายส์ **
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีเป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 20 ปี
  • ใช้สำเนาสูติบัตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • หากเด็กอายุไม่เกิน 20 ปี และยังศึกษาอยู่ถึงแม้มีบัตรประชาชนแล้ว ทางสถานทูตขอสำเนาสูติบัตรด้วยและกรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ทั้งเบอร์ที่ทำงาน, เบอร์บ้านและเบอร์มือถือ
  • สำเนาทะเบียนสมรส กรณีท่านที่สมรสแล้ว
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนชื่อ
  • สำเนาใบเปลี่ยนนามสกุล กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
  • สำเนาใบหย่า กรณีท่านที่หย่าแล้ว
  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารบ่งชี้การมีอาชีพและมีรายได้ของผู้เดินทาง
  • กรณีลูกจ้าง ใช้ใบรับรองการทำงานของบริษัทที่ทำงานอยู่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยมีรายละเอียดการเข้าทำงาน, อัตราเงินเดือน, ตำแหน่งงาน เป็นต้น และมีรายละเอียดเกี่ยวกับการระบุวันลางานให้ชัดเจนหรือพักร้อนให้ชัดเจนด้วย และหนังสือรับรองการทำงานต้องออกมาเกิน 1 เดือนนับจากวันยื่นวีซ่า
  • กรณีมีอาชีพรับราชการ ใช้หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับหน่วยงาน หรือ องค์กร พร้อมใบลาหรือหนังสือการงานที่ระบุวันลาและ สำเนาบัตรประจำตัวราชการ 1 ชุดและหนังสือรับรองการทำงานต้องออกมาเกิน 1 เดือนนับจากวันยื่นวีซ่า
  • กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนากรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ สำเนาหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของกิจการ โดยจะต้องคัดมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • กรณีท่านที่เป็นแม่บ้าน
  • หากไม่มีอาชีพหรือเป็นแม่บ้าน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรส
  • หากสมรสโดยไม่จดทะเบียน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรสพร้อมแสดงสำเนาสูติบัตรบุตร ทั้งนี้เพื่อแสดงความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยา หากไม่มีบุตรด้วยกัน ควรคัดหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยากัน โดยมิได้จดทะเบียน
  • กรณีท่านที่ว่างงาน ไม่มีรายได้ จะต้องมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย พร้อมแสดงหลักฐานการทำงานและหลักฐานทางด้านการเงินของผู้รับรอง พร้อมชี้แจงโดยหนังสือหรือจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ชี้แจงการรับรองค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เดินทางพร้อมแสดงความสัมพันธ์ โดยเบื้องต้น ควรมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือญาติใกล้ชิด (กรณีนี้หากความสัมพันธ์ไม่สามารถสืบได้ หรือไม่เป็นความจริง ท่านอาจถูกปฏิเสธการยื่นคำร้องขอวีซ่านี้)
  • กรณีเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษา
  • ใช้หนังสือรับรองทางการศึกษาและแสดงความเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา จากโรงเรียนหรือจากสถาบัน เป็น
ภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง) หรือ สำเนาสมุดรายงานประจำตัวนักเรียนหรือสำเนาบัตรนักเรียน กรณีเป็นเด็กเล็ก  
  • หลักฐานการเงิน
  • หนังสือรับรองธนาคาร (Bank Certify) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ส่วนตัวแสดงชื่อเจ้าของบัญชี อัพเดทไม่เกิน 15 วันนับจากวันยื่นวีซ่า ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมสำเนาหน้าบัญชีหน้าแรกที่มีชื่อเจ้าของบัญชี
  • หากรายการปรับสมุดบัญชีของท่านมีบางเดือนหายไป ขอให้ออกเป็น statement จากธนาคารย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 6 เดือนและปรับยอดให้ล่าสุด ไม่ต่ำกว่า 7 วันนับจากวันนัดหมายยื่นวีซ่า หากใช้ statement แล้วยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวทุกเดือน ขอให้ทำหนังสือหรือจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษ ตามความเป็นจริง อาทิ ไม่มีการเคลื่อนไหวเนื่องจากไม่ได้ติดต่อธนาคารเป็นระยะเวลานานหรือเหตุผลอื่นๆ ตามแต่ละบุคคล เป็นต้น
  • หากมีการต่อเล่มจากสมุดเล่มเก่า กรุณาสำเนาหน้าแรกที่มีชื่อเจ้าของบัญชีของเล่มเก่าที่ต่อ พร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน
  • กรณีมีเงินฝากในบัญชีน้อยเกินไปใน 1 เล่ม กรุณาแสดงสำเนาสมุดบัญชีอื่นแนบด้วย อาทิ เช่น บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น
  • กรณีรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัว ต้องขอหนังสือรับรองจากธนาคาร 1 ฉบับและต้องทำจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัวพร้อมระบุความสัมพันธ์ชี้แจงต่อสถานทูตด้วย อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยา จะต้องมีสำเนาสมุดบัญชีการเงินส่วนตัวประกอบด้วยแม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม หากมีการเงินในบัญชีน้อย ฝ่ายที่มีการเงินมากกว่าจะต้องขอหนังสือรับรองจากธนาคาร 1 ฉบับ และทำจดหมายชี้แจงเพื่อรับรองการเงินพร้อมระบุชื่อและความสัมพันธ์ชี้แจงต่อสถานทูตเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
  *** สถานทูตไม่รับบัญชีกระแสรายวันทุกกรณี *** ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนเมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา  
  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณีไม่ได้เดินทางกับบิดาหรือมารดา หรือ บิดา-มารดา หย่าร้าง)
  • จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองทั้งบิดาและมารดา
  • หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  *** การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง ***  หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัท ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติม ทางบริษัทฯใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน ***    กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากการได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูต ยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ ***   เมื่อท่านได้ชำระเงินค่ามัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด   ** กรณีมีการขอใช้หนังสือเดินทางในระหว่างการยื่นวีซ่า ท่านต้องแจ้งความจำนงแก่บริษัททัวร์ให้ทราบล่วงหน้า แต่หากกรณีท่านที่ต้องใช้หนังสือเดินทางก่อนกำหนดวันยื่นวีซ่าและท่านไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงได้ทัน ท่านนั้นจะต้องมายื่นเดี่ยวและแสดงตัวที่สถานทูตตามกำหนดการของสถานทูตเช่นเดียวกัน  ** *** ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 20 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก