ทัวร์ยุโรป Europe Classic Reroute ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี 9 วัน (TG) #EURGTV2415

฿

รหัสทัวร์ : EURGTV2415
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของทัวร์

  1. ชมหอคอยไอเฟิล
  2. ชมยอดเขาจุงฟราวยอร์ค
  3. เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์
    • 62300 ฿
    • 59900 ฿
    • 57900 ฿
    • 59500 ฿
    • 56900 ฿
    • 54900 ฿
    • 8900 ฿
    • 7900 ฿
SKU:EURGTV2415
Category:
Tags:, ,

ทัวร์ยุโรป Europe Classic Reroute

ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี 9 วัน 

วันแรก              กรุงเทพฯ

21.00น.             นัดคณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2-3 เคาน์เตอร์ สายการบินไทย

เคาน์เตอร์ D เจ้าหน้าที่พร้อมคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละ                กำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็น                รายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี      การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

วันที่สอง            ปารีส-แวร์ซายส์-ปารีส-ล่องเรือแม่น้ำแซน-เวอร์ลิซี่ (ฝรั่งเศส)

00.05 น.             นำท่านออกเดินทางสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930

07.05 น.             เดินทางถึงสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ Charles de Gaulle สนามบินกรุงปารีส หลังผ่านขั้นตอนการตรวจ                    คนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองแวร์ซายส์ เมืองที่ตั้งของพระราชวัง                      หรูหราชื่อดังของโลก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานคร                                 ปารีส นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ Versailles Palace พระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่ง               ของโลกและนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย เดิมนั้นแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็กๆ                 แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขาเยี่ยงชนบทอื่นๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระ               เจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และ                  ทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมา                   ใน พ.ศ. 2167 พระราชวังแวร์ซายส์ อดีตพระราชวังในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่สร้างได้อย่างวิจิตร                        บรรจงจนกลายเป็นต้นแบบของพระราชวังอื่นๆ มากมาย เดิมทีเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรง                     พระเยาว์ ทรงนิยมล่าสัตว์และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้า                   สร้างพระตำหนักขึ้นมาในปี 1624 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น เมื่อ                  พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองบัลลังก์ จึงมีพระประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ             ปกครองของพระองค์ จึงเริ่มมีการปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี 1661 โดยใช้เงินทั้งหมด 5 แสนล้านฟรังค์                 คนงานอีก 30,000 คนและใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในปี 1688 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นแบบ
อย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก  การก่อสร้างพระราชวังแวร์            ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของ                           ราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่ง                          ฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16 ตุลาคม 1789 ปัจจุบันพระราชวังแวร์                     ซายส์ยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ นำท่านชมภายในที่มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้อง               บรรทม  ห้องเสวย  ห้องสำราญ เป็นต้น ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มี                                ชื่อเสียง อาทิ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่ง                เคยใช้เป็น ห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่                           1 และใช้เป็นที่ลงนาม ในเมื่อเยอรมนีบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่                   14 ทรงทำการก่อสร้างเอง ภายในห้องประกอบด้วยกระจกยักษ์ 17 บาน เปิดออกแล้วจะเห็นสวนแวร์ซายส์                 อันสวยงาม ในพระราชวังแวร์ซายส์มีห้องทั้งหมด 700 ห้อง  รวมภาพวาดทั้งหมด 6,123 ภาพและงานแกะ               สลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น พร้อมฟังบรรยายจากมัคคุเทศก์ทั้งในส่วนของกษัตริย์และพระราชินีรวมทั้งห้องโถง                        กระจกที่ทูตจากสยามได้เคยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่14 ให้เวลาท่านเดินเล่นบริเวณอุทยานด้านหลังก่อน                         เดินทางกลับเข้า นครปารีส มหานครที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเดินทางกลับเข้าปารีส นำท่านชมมหานครปารีส นครหลวงแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมายกว่า 20 ล้านคนต่อปี ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นที่ทันสมัย นำท่านชมโดยรอบเริ่มจากเก็บภาพสวยของหอคอยไอเฟิลบริเวณหน้าโรงเรียนการทหารหรือจัตุรัสทรอคาเดโร,ผ่านชมประตูชัยแห่งจักรพรรดินโปเลียน ณ.จัตุรัสชาร์ลสเดอโกลล์, ถนนชองเอลิเซ่ย่านหรูหราราคาแพงที่โด่งดัง จัตุรัสคองคอร์ตที่ตั้งของเสาหินโอเบลิสจากวิหารลักซอร์ในอียิปต์, โดมอินวาลิด สถานที่เก็บพระศพจักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น ให้ท่านถ่ายรูปภายนอกกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ.1793 มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส  จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักของนครปารีส ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งและสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารสวยงามต่างๆ  จากนั้นหากมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทางริโมวา, กระเป๋าแบรนด์ดัง รวมถึงน้ำหอมต่างๆ

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่เขตเมืองเวอร์ลิซี่เพื่อนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่สาม            เวอร์ลิซี่-แรงส์-กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองในจังหวัดมาร์นแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ในประเทศฝรั่งเศส                    เมืองแรงส์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ราว 129 กิโลเมตรทางรถยนต์ (ใช้เวลาเดินทาง                          ประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านชม เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอ                   เทรอดามแห่งแรงส์ เข้าชม มหาวิหารแห่งแรงส์ Notre Dame Reims Cathedral ของประเทศฝรั่งเศส ที่              เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไหม้ไปเมื่อ ค.ศ.1211                         ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1 ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของ       ฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี                     บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อค.ศ.496 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศ                               ให้กับพระแม่มารี มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโก้ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก             โลกเมื่อปี ค.ศ.1991

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่ เมืองกอลมาร์ Colmar (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์ มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติคเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่สวยงามและสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติคในฝันของใครอีกหลายคน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พัก จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่                กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)-จุงฟราว-อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านผ่านชม เมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงามที่มีอาคารบ้านเรือนสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วเมือง (ในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวจะมีสเน่ห์กันไปคนละแบบ) จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติค จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ Little Venice ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage ในภาษาฝรั่งเศส หรือ Fachwerkhaus ในภาษาเยอรมัน เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่านมีทัศนียภาพงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grinderwald Grund) ชุมชนเล็กๆ น่ารักในเขตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) นำท่าน ขึ้นรถไฟฟ้า (Cog Wheel) สายจุงฟราวบาห์เนน (Jungfrau Banen) สู่ ยอดเขาจุงฟราว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของภูเขาที่มีหิมะปกคลุมและแนวป่าสนที่งดงาม ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านชมความงดงามและยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ ชมธารน้ำแข็งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนเดินทางถึง ยอดเขาจุงฟราวยอร์ค  ซึ่งมีความสูงกว่า 3,571 เมตรจากระดับน้ำ
ทะเล และได้รับการขนานนามว่า TOP OF EUROPE ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 100 ปี ของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ เมื่อ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ให้ท่านเดินชมประวัติของการก่อสร้าง

กลางวัน                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา Top of Europe Restaurant

บ่าย                        นำท่านชมวิวสวยและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx จากนั้นนำชม ถ้ำน้ำแข็ง ที่ได้รับการขุดเจาะและตกแต่งไว้อย่างงดงามก่อนให้เวลาเดินเล่นสบาย ๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก TOP OF EUROPE  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางลงจากจุงฟราว สู่สถานรถไฟฟ้า เมืองเลาเท่นบรุนเน่น โดยเป็นเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่ง (แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค จุดเปลี่ยนรถไฟ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เคยเสด็จเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2440) นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น Interlaken เมืองสวยในหุบเขาที่ตั้งริมฝั่งของ 2 ทะเลสาบ คือทะเลสาบธุนน์และเบรียนซ์ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 570 เมตร ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบและสวนผลไม้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe ให้ท่านมีเวลาเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าของฝากหรือสินค้าคุณภาพดีของสวิส

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ห้า              อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)-เวนิสมาสเทร่ (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                                นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศอิตาลี เดินทางสู่ เมืองมิลาน Milan หรือ มิลาโน Milano ในภาษา

อิตาเลียนซึ่งป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                        นำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม ที่สร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่งดงามด้วยอาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรปที่มียอดแหลมนับร้อยยอดและภายในยังสงบเงียบแต่สวยงามด้วยกระจกสีสเตนกลาส ซึ่งสร้างขึ้นในยปี ค.ศ. 1386  ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของแกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลี มากว่า 100ปี ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี จิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส Venice Mestre ตั้งอยู่ในเขตแคว้นเวเนโต้ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่หก             เวนิส-ปิซ่า (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเชตโต้ เพื่อข้ามสู่ เกาะเวนิส อดีตเมืองที่เคยร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางเกาะ

                                เวนิสประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่งที่ศูนย์กลางอยู่ที่

จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ ซานมาร์โค ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง ชมสะพานสะอื้นที่เชื่อมระหว่างคุกหลวงและพระราชวังดอร์ดจชมวิหารเซนต์มาร์คที่งดงามด้วยการประดับด้วยโมเสคหลายล้านชิ้น เดินชมตัวเมืองจนถึงสะพานริอัลโตที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเวนิส

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                        ล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเทร่ Mestre จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า ผ่านชมความงดงามของทัศนียภาพที่งดงามเป็นระเบียบของบ้านเมืองและบ้านเรือนต่างๆ  นำท่าน ชมหอเอนปิซ่า  Pisa Tower, Leaning Tower นำท่านชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก “หอเอนปิซ่า” ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่เจ็ด                        ปิซ่า-โรม (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

                                นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางมากรุงโรม เพื่อชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                        นำท่านชมเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ให้ท่านถ่ายรูปภายนอก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter’s Basilica แห่งนครรัฐวาติกันที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรอเนซองส์และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา มียอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่าของประเทศอิตาลี  ให้ท่านถ่ายรูปกับจัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของคาทอลิค จากนั้นนำท่านชมภายนอกพร้อมถ่ายภาพของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน  ถ่ายภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ผ่านชมอนุเสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอ็ลหรือพระบิดาของชาวอิตาเลียน ผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ์โรมันที่ย่าน โรมันฟอรั่ม ที่เปรียบเสมือนใจกลางเมืองหลวงในอดีต ผ่านชมสนามม้ากรีฑาเซอร์คัส แมกซิมุส  ก่อนนำท่านสู่บริเวณ น้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม สถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่องThree Coins in The Fountain ให้เวลาท่านชั่วครู่ ก่อนนำท่านมาเดินเล่นบริเวณ ย่านบันไดสเปน Spanish Step แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรม และหากมีเวลาให้ท่านได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี อาทิ Rimowa, Furla, Gucci, Longchamp, Tissot, Michael Kors, Bally, Armani, Kipling เป็นต้น (เพื่อความสะดวกในการเดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าของท่าน ให้ท่านอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)  

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

วันที่แปด           โรม (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                                สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินลีโอนาโด ดาวินชี ประเทศอิตาลี

13.55 น.             นำท่านออกเดินทางจากกรุงโรม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG945

วันที่เก้า             กรุงเทพฯ

05.45  น.                เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ…

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละ                กำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็น                รายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี      การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**

อัตราค่าเดินทาง               

กำหนดการเดินทาง  21-29 ก.ย. / 19-27 พ.ย. / 3-11 ธ.ค.2561   
Europe Classic Reroute 9 Days/TG ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี 21-29 ก.ย.61 19-27 พ.ย. / 3-11 ธ.ค.61
ผู้ใหญ่ ท่านละ 62,300 59,500
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน 59,900 56,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) 57,900 54,900
พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 8,900 7,900
ท่านที่มีตั๋วโดยสารอยู่แล้ว ท่านละ 39,900 36,900
**ไม่รวมค่าบริการด้านวีซ่าและค่าบริการด้านการนัดหมายและเอกสารท่านละ 3,500 บาท // ค่าทิปคนขับ, ทิปไกด์ท้องถิ่นและค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 1,800 บาท  ทั้งหมดชำระพร้อมค่าทัวร์ก่อนเดินทาง **   *** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมัน ในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมภายหลัง *** *** โรงแรมในยุโรป ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าพักแบบไม่มีเตียงเสริม *** หมายเหตุ
  • อัตราค่าเดินทางนี้ต้องมีจำนวนผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ท่าน และจะต้องชำระมัดจำ หลังจากยืนยันการจองทัวร์ทันที
  • กรณีท่านที่มีตั๋วของสายการบินอื่นหรือร่วมเดินทางโดยไม่ใช้ตั๋วโดยสารตามรายการทัวร์หรือของทางบริษัททัวร์ กรุณาแจ้งล่วงหน้าเนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกับการยื่นวีซ่า ซึ่งผู้เดินทางไม่สามารถยื่นวีซ่าพร้อมคณะได้
  • กรณีท่านที่ต้องการอยู่ต่อ กรุณาตรวจสอบวันเดินทางอีกครั้งของสายการบิน ไม่สามารถเปลี่ยนสนามบินที่บินออกได้ และอยู่ต่อได้ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันกลับออกจากยุโรป มีค่าธรรมเนียมในการเลื่อนตั๋วกลับ ท่านละ 4,500 บาท หากเปลี่ยนแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอีกได้ และการยื่นวีซ่าไม่สามารถยื่นพร้อมคณะได้ หากมีการเดินทางต่อไปยังกลุ่มเชงเก้นอื่น ท่านจะต้องตรวจสอบเมืองที่อยู่ต่อว่าอยู่ที่ไหนนานที่สุด ท่านอาจจะต้องไปยื่นวีซ่าเชงเก้นที่เมืองนั้นๆ แทน บริษัทสามารถออกเอกสารสำหรับการยื่นวีซ่าให้ท่านได้เพียงเฉพาะตามรายการทัวร์และระยะเวลาของคณะเท่านั้น และท่านจะต้องดำเนินการด้วยตัวท่านเอง
  • การดำเนินการขอวีซ่าจะต้องใช้เวลาพิจารณาวีซ่าโดยรวมประมาณ 15 วัน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอวีซ่าให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการขอวีซ่าและทุกท่านจะต้องไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตพร้อมถ่ายภาพและสแกนนิ้วมือ
อัตรานี้รวมบริการ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทย ชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯ-ปารีส // โรม-กรุงเทพฯ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ, ค่าอาหารและเครื่องดื่ม, ค่ารถรับ-ส่งนำเที่ยว ตามรายการที่ระบุ
  • ค่ามัคคุเทศก์หรือหัวหน้าทัวร์ของบริษัทจากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาทซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่อายุเกิน 75 ปีได้รับความคุ้มครอง 500,000 บาท
  • ค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าประกันภัยการเดินทางที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน ซึ่งเป็นอัตราเรียกเก็บ ณ วันที่ 24 เม.ย.2561 หากมีเพิ่มเติมภายหลังหรืออัตราการผกผันค่าน้ำมันหรือภาษีใดๆ จะต้องมีการชำระเพิ่มตามกฏและเงื่อนไขของสายการบิน
 
อัตรานี้ไม่รวมบริการ
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้นและค่าบริการการนัดหมายและงานด้านเอกสาร ท่านละ 3,500 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในระหว่างการเดินทางและค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเขตพระราชวังและเขตเมืองเก่าและค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย ท่านละ 1,800 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)
  • ค่าบริการพนักงานยกกระเป๋าทุกแห่ง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าน้ำดื่มระหว่างทัวร์ (ไม่มีการแจกน้ำดื่มระหว่างทัวร์)
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าประกันภัยการเดินทางที่นอกเหนือจากรายการทัวร์
  การชำระเงิน ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 20,000 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน สำหรับการจองทัวร์ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด การยกเลิก
  • หากมีการยกเลิกเกิน 45 วันทำการแต่ไม่เกิน 90 วันทำการ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำค่าตั๋วโดยสารของท่านนั้นๆ (เงื่อนไขค่ามัดจำตามที่ทางสายการบินเรียกเก็บ)
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 45 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด
  • หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 15 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  • หากผู้โดยสารท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำ 20,000.- บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานทูตเรียกเก็บ
  • หากผู้โดยสารท่านใดวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสารเครื่องบินบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำ
  • หากผู้โดยสารแจ้งยกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วโดยสารแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าทัวร์ทั้งหมด
หมายเหตุ
  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • กรณีที่มีการเกิดภัยธรรมชาติ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ผู้เดินทางกำลังจะไป หากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นและมีเหตุทำให้การเดินทางไม่สามารถออกเดินทางตามกำหนดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากสายการบิน โรงแรม หรือหน่วยงานจากต่างประเทศที่บริษัททัวร์ติดต่อว่าสามารถคืนเงินได้
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบและชดเชยค่าเสียหาย เนื่องจากภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์จลาจลต่างๆ และอื่นๆ ที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ตามกำหนดการเดินทางของรายการทัวร์
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย  หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์ ซึ่งจะรับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระใบใหญ่ในวงเงินตามที่สายการบินกำหนด รวมถึงไม่รับผิดชอบกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • ในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มีการรณรงค์เรื่องการงดสูบบุหรี่ บนรถโค้ช, โรงแรม และสถานที่ต่าง ๆ จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องการสูบบุหรี่ และมีสถานที่โดยเฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่ ทั้งนี้เนื่องจากสุขภาพของคนส่วนรวม
  • กรณีที่ท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
  • การจัดโปรแกรมทัวร์ เป็นการกำหนดตลอดทั้งปี หรือกำหนดล่วงหน้าค่อนข้างนาน หากวันเดินทางดังกล่าวตรงกับวันที่สถานที่เข้าชมนั้นๆ ปิดทำการ หรือ ปิดโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า หรือ การเปิดรับจองผ่านทางออนไลน์ โดยในวันที่คณะจะเข้าชมไม่สามารถจองผ่านระบบดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะสลับรายการเพื่อให้ท่านได้เข้าชมสถานที่ดังกล่าวให้ได้ หรือ คืนเงินค่าเข้าชมนั้น ๆ ตามเงื่อนไขราคาที่ได้รับจากทาง บริษัท supplier ประเทศนั้นๆ แต่หากมีการล่าช้า หรือ เหตุหนึ่งเหตุใดในระหว่างการเดินทาง เป็นผลทำให้ท่านไม่สามารถเข้าชมสถานที่ดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะไม่มีการคืนเงินใดๆ ให้แก่ท่าน เนื่องจากได้ชำระค่า Reservation Fee ไปแล้ว
  • หากช่วงที่เดินทางเป็นช่วงอีสเตอร์, คริสมาสต์หรือปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดของชาวยุโรป ร้านค้าปิดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นขอให้พิจารณาก่อนการจองทัวร์

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 เตียงเดี่ยว แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม หรืออาจจะต้องแยกเป็น 1 ห้องคู่และ 1 ห้องเดี่ยว กรณีที่มา 3 ท่าน
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

หลักฐานการยื่นวีซ่าสถานทูตอิตาลี

***การยื่นวีซ่าอิตาลี ทุกท่านต้องแสดงตัวทุกครั้งที่มีการเดินทางเพื่อสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ยื่น VFS ITALY *** ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติวีซ่า 15 วันทำการ เอกสารในการขอวีซ่า  (กรุณาจัดส่งภายใน 30 วันก่อนวันเดินทาง)
  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป เน้นรูปหน้าขนาดเท่ารูปถ่ายในหน้าหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
    • โดยนับวันเริ่มเดินทางเป็นหลัก หากนับแล้วเกิน 6 เดือนหนังสือเดินทางนี้สามารถใช้ได้ แต่หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางจะต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่กองหนังสือเดินทาง
    • หน้าหนังสือเดินทางจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
    • หากท่านเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ กรุณาเตรียมเล่มเก่าให้ด้วยเนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า
    • ท่านที่มีปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออกและไม่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัททัวร์ หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ
  • เครื่องประดับ **ฉากหลังสีขาวเท่านั้น เนื่องจากสถานทูตจะต้องสแกนรูปลงบนวีซ่า
  • รูปถ่ายหน้าตรงห้ามใส่แว่น, ห้ามคาดผมและห้ามใส่หมวกและ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีเป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 20 ปี
  • ใช้สำเนาสูติบัตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • หากเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และยังศึกษาอยู่ถึงแม้มีบัตรประชาชนแล้ว ทางสถานทูตขอสำเนาสูติบัตรด้วยและกรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ทั้งเบอร์ที่ทำงาน, เบอร์บ้านและเบอร์มือถือ
  • สำเนาทะเบียนสมรส กรณีท่านที่สมรสแล้ว
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนชื่อ
  • สำเนาใบเปลี่ยนนามสกุล กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
  • สำเนาใบหย่า กรณีท่านที่หย่าแล้ว
  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารบ่งชี้การมีอาชีพและมีรายได้ของผู้เดินทาง *** การสะกดชื่อ นามสกุลของผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าในเอกสารการงาน ต้องสะกดให้ตรงตามหนังสือเดินทาง มิเช่นนั้น สถานทูตจะไม่รับพิจารณา (สำคัญมาก) ***
  • กรณีลูกจ้าง ใช้ใบรับรองการทำงานของบริษัทที่ทำงานอยู่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยมีรายละเอียดการเข้าทำงาน, อัตราเงินเดือน, ตำแหน่งงาน (หนังสือรับรองการทำงานออกมาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันยื่นวีซ่า) เป็นต้น
  • กรณีมีอาชีพรับราชการ ใช้หนังสือรับรองการทำงานจะต้องคัดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับหน่วยงาน หรือ องค์กร พร้อมใบลาและ สำเนาบัตรประจำตัวราชการ 1 ชุด (หนังสือรับรองการทำงานออกมาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันยื่นวีซ่า)
  • กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนากรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ สำเนาหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของกิจการ โดยจะต้องคัดมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  • กรณีท่านที่เป็นแม่บ้าน
  • หากไม่มีอาชีพหรือเป็นแม่บ้าน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรส
  • หากสมรสโดยไม่จดทะเบียน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรสพร้อมแสดงสำเนาสูติบัตรบุตร ทั้งนี้เพื่อแสดงความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยา หากไม่มีบุตรด้วยกัน ควรคัดหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยากัน โดยมิได้จดทะเบียน
  • กรณีท่านที่ว่างงาน ไม่มีรายได้ จะต้องมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย พร้อมแสดงหลักฐานการทำงานและหลักฐานทางด้านการเงินของผู้รับรอง พร้อมชี้แจงโดยหนังสือหรือจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ชี้แจงการรับรองค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เดินทางพร้อมแสดงความสัมพันธ์ โดยเบื้องต้น ควรมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือญาติใกล้ชิด  (กรณีนี้หากความสัมพันธ์ไม่สามารถสืบได้ หรือไม่เป็นความจริง ท่านอาจถูกปฏิเสธการยื่นคำร้องขอวีซ่านี้)
  • กรณีเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองทางการศึกษาและแสดงความเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา        จากโรงเรียนหรือจากสถาบัน  เป็นภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง)
  • หลักฐานการเงิน
  • ใช้สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ส่วนตัว อัพเดทไม่เกิน 7 วันก่อนยื่นพร้อมถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือนแสดงชื่อเจ้าของบัญชี โดยชื่อและนามสกุลต้องสะกดให้ถูกต้องตามหน้าหนังสือเดินทาง
  • หากมีการต่อเล่มจากสมุดเล่มเก่า กรุณาสำเนาหน้าแรกที่มีชื่อเจ้าของบัญชีของเล่มเก่าที่ต่อ พร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน
  • หากรายการปรับสมุดบัญชีของท่านมีบางเดือนหายไป ขอให้ออกเป็น statement จากธนาคารย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 6 เดือนและปรับยอดให้ล่าสุด ไม่ต่ำกว่า 7 วันนับจากวันนัดหมายยื่นวีซ่า แต่หากใช้ statement แล้วยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวทุกเดือน ขอให้ทำหนังสือหรือจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษ ตามความเป็นจริง อาทิ ไม่มีการเคลื่อนไหวเนื่องจากไม่ได้ติดต่อธนาคารเป็นระยะเวลานานหรือเหตุผลอื่นๆ ตามแต่ละบุคคล เป็นต้น
  • กรณีมีเงินฝากในบัญชีน้อยเกินไปใน 1 เล่ม กรุณาแสดงสำเนาสมุดบัญชีอื่นแนบด้วย อาทิ เช่น บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น
  • กรณีรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัว ต้องทำจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัวเป็นภาษาอังกฤษพร้อมระบุความสัมพันธ์เพื่อชี้แจงต่อสถานทูต 1 ฉบับ โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยา จะต้องมีสำเนาสมุดบัญชีการเงินส่วนตัวประกอบด้วยแม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม หากมีการเงินในบัญชีน้อย ฝ่ายที่มีการเงินมากกว่าต้องทำจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมระบุชื่อและความสัมพันธ์ชี้แจงต่อสถานทูตเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
  *** สถานทูตไม่รับบัญชีกระแสรายวันทุกกรณี *** ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนเมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา  
  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณีไม่ได้เดินทางกับบิดาหรือมารดา หรือ บิดา-มารดา หย่าร้าง)
  • จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา
  • หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
  • กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  *** การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง ***  หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัท ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติม ทางบริษัทฯใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน ***    กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากการได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูต ยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ ***   เมื่อท่านได้ชำระเงินค่ามัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด   ** กรณีมีการขอใช้หนังสือเดินทางในระหว่างการยื่นวีซ่า ท่านสามารถจะต้องแจ้งความจำนงแก่บริษัททัวร์ให้ทราบล่วงหน้า แต่หากกรณีท่านที่ต้องใช้หนังสือเดินทางก่อนกำหนดวันยื่นวีซ่าและท่านไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงได้ทัน ท่านนั้นจะต้องมายื่นเดี่ยวและแสดงตัวที่สถานทูตตามกำหนดการของสถานทูตเช่นเดียวกัน  **   ***   ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์อกเดินทางภายใน 20 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก