ทัวร์ยุโรป Hub Group ฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ 8 วัน (EK) #EURFTV6203

฿

รหัสทัวร์ : EURFTV6203
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของทัวร์

  1. ชม หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยสูง 324 เมตร
  2. ล่องเรือชม เมืองบรูจจ์ (Brugge)
  3. ชม แมนเนเกน พิส (Manneken Pis)
    • 42900 ฿
    • 45900 ฿
    • 43900 ฿
    • 10000 ฿
SKU:EURFTV6203
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์ยุโรป Hub Group ฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ 8 วัน (EK)

วันแรก             สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ

17.30 น.           พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

21.05 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง           ดูไบ  – ปารีส

00.50 น.         แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

04.05 น.          ออกเดินทางสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK71 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

09.25 น.          เดินทางถึงปารีส ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองปารีส เพื่อชมเมืองสำคัญและศูนย์กลางยุโรปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 จนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่ามาถึงปารีสแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะไปแวะถ่ายรูปกับสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยสูง 324 เมตรแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วในช่วงปี 1889-1930 และที่ไม่ไกลจากหอไอเฟลนี้เองก็เป็นที่ตั้งของ ประตูชัยอาร์คเดอทรียงฟ์ (Are de Triomphe) อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลาง จัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) จุดเริ่มต้นของถนน 12 สายสำคัญของปารีส ซึ่งรวมถึง ถนนชองเซลิเซ (Champs-Elysees) ถนนที่นักช้อปปิ้งทุกคนต้องรู้จักดี เพราะตลอดความยาว 1.9 กิโลเมตรจะเรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย เต็มไปด้วยแบรนด์ชั้นนำให้ได้เลือกช้อปกันอย่างเต็มที่ เพราะหนึ่งในจุดเด่นของปารีสก็ต้องบอกว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำนี่เอง

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        เที่ยวชมเมืองปารีส นำท่านถ่ายภาพบริเวณ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) ซึ่งภายในได้เก็บผลงานศิลปะเอาไว้มากกว่า 380,000 ชิ้นเลยทีเดียว และต้องไม่พลาดถ่ายรูปเช็คอินกับพีระมิดแก้วขนาดใหญ่ที่ถือเป็นหนึ่งในการออกแบบอย่างเก๋ไก๋ นำทุกท่านช้อปปิ้งสินค้า Duty Free ที่ร้าน เบนลักซ์ (Benlux) ร้านค้าที่มากมายด้วยสินค้าชั้นนำจากแบรนด์ดัง ในราคาปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เครื่องสำอาง นาฬิกา เครื่องประดับ และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Armani, Calvin Klein, Burberry, Dior และอีกหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ ริมฝั่งแม่น้ำเซนของปารีสยังเป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญ มหาวิหารน็อทเทอดาม (Notre-Dame de Paris) มหาวิหารของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอายุเกือบ 700 ปีนี้ เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ตัวโบสถ์ได้ถูกออกแบบในศิลปะสไตล์โกธิค ตกแต่งด้วยกระจกสีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว    

        เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Orly Paris Rungis หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม          ปารีส – เซอร์ริส – La Vallee Village Outlet – ปารีส

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางไปยังเมือง เซอร์ริส (Serris) เพื่อไปช้อปปิ้งกันให้เต็มที่ที่ La Vallee Village Outlet เอาท์เลทกลางแจ้งที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าและแบรนด์คุณภาพจากทั่วโลกกว่า 110 แบรนด์ CELINE, KENZO, LONGCHAMP, POLO, BLANC BLEU, FRANCOIS GIRBAUD, PAUL SMITH, BURBERRY, VALENTINO, VERSACE, KEVIN KLEIN, DIESEL, SAMSONITE, ARMANI, CERRUTI, DOLCE & GABBANA, GIVENCHY ฯลฯ แถมเป็นเอาท์เลทที่อยู่ห่างจากปารีสเพียงแค่ 30 นาที และราคาโปรโมชั่นที่รับรองว่าถูกใจขาช้อปทั้งหลายแน่นอน

เที่ยง                อิสระอาหารกลางวัน

                        จากนั้นก็ได้เดินทางกลับมายังกรุงปารีส เพื่อช้อปปิ้งกันต่อที่อีกแหล่งช้อปปิ้งที่เราไม่พลาดแวะไปก็คือ “แกลลอรี่ ลาฟาแยตต์” (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ชื่อดังใจกลางกรุงปารีส โดยทั้ง 9 ชั้นนั้นแน่นขนัดไปด้วยสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน สัญชาติอะไรก็สามารถหาซื้อได้ที่ห้างแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์นี้ แถมยังสามารถทำ Tax Refund ได้ที่ห้างนี้ได้เลยด้วยสะดวกมาก

เย็น                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก Mercure Orly Paris Rungis หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่               ปารีส – บรูจจ์ – เกนท์ – Oudenaarde

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางออกจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มุ่งหน้าไปยัง ประเทศเบลเยียม โดยจุดหมายของเราอยู่ที่เมืองบรูจจ์ (Brugge) บรูจจ์เป็นเมืองเล็กริมทะเลสาบที่มีทรงเป็นเหมือนรูปไข่ขนาดประมาณ 138 กว่าตารางกิโลเมตร โดยรอบเมืองจะมากด้วยลำคลองน้อยใหญ่ที่ซอกซอนอยู่ทั่วเมือง ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและเมืองแห่งอาคารสวยร่ำรวยโบสถ์วิหารดังเช่นที่ใครๆ พากันมอบสมญานามให้กับบรูจจ์ว่า “เวนิสแห่งยุโรปเหนือ” เพราะบรรยากาศโดยรวมนั้นใช่เลย ทำให้กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการล่องเรือชมวิวสวยๆ ของเมืองบรูจจ์ แนะนำเลย!!!

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เที่ยวชมบรรยากาศสวยๆ ของเมืองบรูจจ์ พร้อมชมแลนด์มาร์กเด่นๆ ของเมืองไม่ว่าจะเป็น มาร์เก็ต สแควร์ (Market Square) ย่านใจกลางเมืองบรูจจ์เหมาะทั้งจะเดินเที่ยว นั่งรถม้าหรือนั่งเรือชมคลองที่มีอยู่มากมายหลายสาย มีอาคาร สถาปัตยกรรมแบบโกธิก บารอก เรเนซองส์ปะปนกันอยู่ละลานตาบอกได้เพียงสั้นๆ ว่าสวยงามมาก เมื่อมาถึงบรูจจ์สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการลองชิมช็อกโกแลตและวาฟเฟิลที่ถือว่าเป็นขนมขึ้นชื่อของเบลเยียม รวมถึงขนมอื่นๆ อีกหลายชนิดที่หากได้เดินผ่านหน้าร้านน้อยนักจะไม่อยากแวะซื้อชิม สำหรับ ช็อกโกแลต เบลเยียมเป็นประเทศที่จำหน่ายช็อกโกแลตมากที่สุดในโลก ในบรูจจ์เราจะเห็นได้ว่ามีร้านขายช็อกโกแลตอยู่มากเกือบ 50 ร้าน แต่ละร้านก็มีสูตรลับความอร่อยและการตกแต่งร้านที่ต่างกันออกไป ให้เลือกซื้อเลือกชิมกันตามชอบ ออกเดินทางต่อไปยังเมือง เกนท์ (Ghent) หนึ่งในเมืองใหญ่ของเบลเยียม ที่ยังอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้ สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง และโบสถ์เก่าแก่ เราจะได้เห็นปราสาทเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ปราสาทกราเวนสตีน (Gravensteen) ที่เคยเป็นทั้งที่อยู่อาศัยของขุนนาง ศาลาว่าการ และคุก ปัจจุบันได้ถูกบูรณะและให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายใน และที่ใจกลางเมืองเก่าเกนท์เราจะได้เห็น โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nicholas’s Church) โบสถ์ขนาดใหญ่อลังการและมากด้วยประวัติศาสตร์สำคัญ โบสถ์เซนต์นิโคลัสนี้มีอายุกว่า 700 ปี สวยสง่าด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค มาที่เมืองเกนท์ก็ต้องมาชมโบสถ์นิโคลัสนี่ละ จากโบสถ์เซนต์นิโคลัส เดินไปอีกนิดก็จะเจอกับหอคอยสูงใหญ่ของ มหาวิหารเซนต์บาโว (St. Bavo’s Cathedral) โบสถ์โบราณที่สามารถย้อนประวัติไปได้กว่า 1,000 ปี แต่ยังงดงามด้วยการตกแต่งและออกแบบในศิลปะสไตล์โกธิค ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินเมืองเกนท์ที่ไม่ควรพลาด

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Leopold Oudenaarde หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า             Oudenaarde – บรัสเซลส์ – รอตเทอดาม – อัมสเตอร์ดัม – Lelystad

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        ออกเดินทางด้วยรถโค้ชสู่เมือง บรัสเซลส์ (Brussels) ศูนย์กลางการบริหารและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่จนถึงใหม่ร่วมสมัย จะเดินเท้าชมพิพิธภัณฑ์ก็มีมากมายชมวันเดียวไม่มีหมด ถ้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งก็ยิ่งไม่ต้องขยายความเพราะมีมากทั้งตลาดจนถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่มาถึงเบลเยียมก็ต้องแวะไปชมจัตุรัสที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในโลก จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grong Plas) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้เมื่อปี 1983 แต่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ล้อมด้วยบรรดาอาคารเก่าที่ออกแบบสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมบารอก โกธิกและนีโอโกธิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ครึกครื้นเพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ศิลปินวาดภาพ กลางลานจัดเป็นเหมือนตลาดขายต้นไม้ดอกไม้ ท่ามกลางความสวยงามของอาคารต่างๆ รอบจัตุรัสกรองด์ ปลาซแล้ว ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) ยังเป็นอีกสิ่งก่อสร้างหนึ่งประจำเมืองที่สวยงามโดดเด่นและน่าสนใจ ตัวอาคารก็ว่าสวยแล้วจากการตกแต่งอย่างละเอียดให้ทุกมุมประดับประดาตัวรูปปั้นนักบุญทั้งหลาย เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ไปเที่ยวบรัสเซลลส์โดยเฉพาะในย่านจัตุรัสกรองด์ ปลาซเป็นต้องพากันไปชม แมนเนเกน พิส (Manneken Pis) รูปหล่อเด็กน้อยเปลือยกายสูงเพียงประมาณ 60 เซนติเมตรที่ดังระเบิดไปทั่วโลกด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเจ้าเด็กคนนี้อยู่ในอิริยาบทที่กำลังยืนฉี่ชวนให้อมยิ้มด้วยความน่าเอ็นดูเมื่อได้พบเห็น

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        แล้วก็ได้เวลาต้องโบกมือลาเมืองบรัสเซลส์ เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่เมือง รอตเทอดาม (Rottedam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกและเป็นจุดเทียบท่าของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เมืองรอตเทอดามมีความทันสมัยและมากด้วยอาคารสวยแปลกตา และเราก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมและเช็คอินทั้ง สถานีเซ็นทรัล (Centraal Station) ศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองรอตเทอดาม พร้อมทั้งออกแบบอาคารให้ดูสวยทันสมัยทีเดียว ตลาดรอตเทอดาม (De Markthal) ตลาดกลางเมืองที่มากมายด้วยสินค้าและอาหารหลายชนิด จุดเด่นของตลาดแห่งนี้คือหลังคาที่สร้างขึ้นครอบตลาด ให้ผู้คนได้มาเลือกซื้อไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร และเมื่อตกเย็นที่เพดานจะมีการเล่นแสงสีต่างๆ สวยงามอลังมาก

                        แล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังเมือง อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก            Lelystad – กีร์ธฮอร์น – อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือกระจก – โรงงานเจียระไนเพชร Gassan – Lelystad

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        นั่งรถโค้ชไปยังเมืองแห่งคลอง กีร์ธฮอร์น (Giethoorn) เมืองที่ไม่มีรถราให้เห็น จะมีก็แต่เรือภายในเมืองเท่านั้น เมืองนี้ไม่มีถนนให้รถแล่นไปมา เพราะเมืองทั้งเมืองจะมีแต่แม่น้ำลำคลองซอกซอนไปในตรอกซอย เสน่ห์ของเมืองนี้คือไม่ว่าเราจะไปไหนมาไหนก็ต้องไปด้วยเรือ นอกเหนือจากเรือก็จะมีจักรยาน แต่นั่งเรือชมคลองนี่แหละเหมาะกับการเที่ยวกีร์ธฮอร์นที่สุดแล้ว ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังกีร์ธฮอร์นมากอยู่เหมือนกันและก็มักจะนั่งเรือสวนกันไปมาในคลองเมื่อยามเที่ยวชมเมือง ล่องเรือชมคลองท่ามกลางแนวทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นสนามหญ้า สวน อาคารบ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์ เรือจะพาเราฝ่าสายน้ำในคลองให้ได้สัมผัสสายลมเย็นที่สวนมาเบาๆ ให้พอชื่นใจ ลอดใต้สะพานไม้กว่า 180 แห่งที่สร้างไว้สำหรับเดินข้ามสองฝั่งคลอง

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                        เดินทางกลับสู่เมือง อัมสเตอร์ดัม เมืองสวยที่ตั้งอยู่ริม “แม่น้ำอัมสเตล” (Amstel River) อัมสเตอร์ดัมน่าจะเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ได้รับฉายาเป็น “เมืองหลวงแห่งจักรยาน” เพราะประชากรในอัมสเตอร์ดัมใช้จักรยานเป็นพาหนะประจำตัว ซอกซอยทั่วอัมสเตอร์ดัมมีของดีเต็มไปหมด ทั้งร้านสินค้าที่ระลึก ร้านกาแฟเก๋ๆ พิพิธภัณฑ์ หรือแวะนั่งเล่นในสวนสาธารณะก็ยิ่งเพลินจนอาจจะลืมเวลาไปเลย นำทุกท่าน ล่องเรือกระจก ล่องไปตามแม่น้ำไรน์เพื่อได้ชมเมืองในอีกมุม เห็นย่านไชน่าทาวน์ ผ่านย่านชุมชนชาวยิวที่เคยอพยพมาจากทั่วยุโรปแล้วมาตั้งรกรากในยุคกลาง หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของชาวยิวในเนเธอร์แลนด์คือการเป็นช่างเจียระไนเพชร  และถึงขั้นชาวยิวหลายรายเปิดร้านเพชรเป็นของตัวเองซึ่งมีร้านหนึ่งที่เราอยากนำเสนอ เข้าชม โรงงานเจียระไนเพชร GASSAN ร้านจำหน่ายและโรงงานผลิตเพชรซึ่งเป็นกิจการของชาวเนเธอร์แลนด์ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 71 ปีแล้ว นี่คือแหล่งเจียระไนเพชรระดับโลกที่ควรค่าให้แวะชมมาก ความพิเศษของกัสซันคือไม่ได้เป็นแค่ร้านจำหน่ายเพชรเท่านั้น แต่จะเปิดพื้นที่ให้ชมและเรียนรู้วิธีการคัดสรรเพชร รวมทั้งได้ชมการเจียระไนโดยช่างฝีมือด้วย นอกจากนี้ภายในโรงงานยังมีพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงภาพเก่า เสื้อกีฬาและลายเซ็นของเหล่านักฟุตบอลชื่อดังทีมชาติเนเธอร์แลนด์และบรรดาโค้ชที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของโรงงานเพชรกัซซันแห่งนี้

เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Apollo หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด           อัมสเตอร์ดัม – หมู่บ้านกังหัน ซานน์สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม (สนามบิน)

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นก็เดินทางไปยัง หมู่บ้านกังหันลม ซานส์สคันส์ (Zaanse Schans) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอัมสเตอร์ดัม ที่นี่เราจะได้เห็นบ้านไม้สไตล์ฮอลแลนด์แท้ๆ กังหันลมเก่าแก่ที่บางตัวยังคงทำงานได้เป็นปกติ ได้สัมผัสบรรยากาศชนบทของชาวเนเธอร์แลนด์ ภายในหมู่บ้านยังมี พิพิธภัณฑ์ซานส์ (Zaans Museum) ซึ่งภายในนอกจากการจัดแสดงวิธีชีวิตของชาวดัตช์แล้ว ก็มีการสาธิตวิธีการทำรองเท้าไม้และการทำชีสให้ชมด้วย

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินทางสู่ เมืองอัมสเตอร์ดัม นอกจากจะสำคัญด้วยการเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มากทั้งด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะที่ จัตุรัสดัม (Dam Square) ที่เปรียบได้กับใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่กลางจัตุรัสจะมีอนุสาวรีย์แห่งชาติ ที่ระลึกแห่งผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่         

                        ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย

21.50 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK150 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด          ดูไบ – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

06.30 น.          ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.           เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK372

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น.        เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

วันเดินทาง

ราคา

กรกฎาคม 22-29 ก.ค. 42,900
กันยายน 13-20 ก.ย. 26 ก.ย.-3 ต.ค.
ตุลาคม 10-17 / 17-24 ต.ค.
สิงหาคม 8-15 / 12-19 ส.ค. 45,900
ตุลาคม 21-28 ต.ค. 43,900
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ไม่มีเตียง​ลดท่านละ​ 2,000​ บาท ​​พักเดี่ยว ​​​​เพิ่มท่านละ​ 10,000 ​บาท
 อัตรานี้รวม
  • ✓ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
  • ✓ ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  อัตรานี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้นทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมทุกกรณี
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)
  เงื่อนไขในการจองทัวร์
  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาทพร้อมค่าวีซ่า (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  การยกเลิกและคืนค่าทัวร์ 1.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด 2.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 3.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด 4.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด 5.​ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด   หมายเหตุ
  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่า

  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่ม
เก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  1. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม.
จํานวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  1. เอกสาระสำคัญส่วนบุคคล
3.1 สำเนาทะเบียนบ้าน 3.2 สําเนาบัตรประชาชน หรือ สําเนาบัตรข้าราชการ 3.3 สําเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) 3.4 สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
  1. กรณีเป็นพนักงานบริษัท
ใบรับรองการทํางานจากบริษัทที่ท่านทํางานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตําแหน่ง อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน วันเดือนปีที่เริ่มทํางานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทํางานตามปกติหลังครบกําหนด
  1. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ
ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
  1. หลักฐานทางการเงิน
สําเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน (นับจากวันปัจจุบันในวันที่ยื่นวีซ่า) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ําเสมอ และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี ฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เม่ือกลับสู่ภูมิลําเนา หรือ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ฉบับจริง ภาษาอังกฤษ ออกโดยธนาคารเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้อื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์พร้อมยื่นเอกสารฉบับแปลภาษาอังกฤษ) **สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  1. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดง ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทํางานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  2. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา
จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา ภาษาอังกฤษ (ตัวจริง) เท่าน้ัน
  1. กรณีที่เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี
9.1 ไม่ได้เดินทางไปกับบิดา มารดา หรือ เพียงคนใดคนหนึ่ง - จดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจาก อำเภอ / เขต ที่ท่านอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ) - บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา - สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา - หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ) - ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ - เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ฉบับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ 9.2 เดินทางไปกับบิดา มารดา - บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา - สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา - หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ) - ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ ** หมายเหตุ!!ในวันที่มายื่นขอวีซ่า บิดาและมารดา ต้องเดินทางมาเซ็นแบบฟอร์มการร้องขอวีซ่าให้กับบุตร **
  1. 10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชําระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคําร้องใหม่ก็ต้องชําระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่ม เรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอํานวยความสะดวกและประสานงาน ตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสาร ดังกล่าวเช่นกัน
  2. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานฑูตเรื่องวีซ่าของท่านเนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูก บันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  3. การยื่นวีซ่านั้นผู้เดินทางต้องชําระยอดมัดจําพร้อมค่าวีซ่าก่อนเท่านั้นถึงสามารถดําเนินขั้นตอนการย่ืนวีซ่าได้
** ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแปลเอกสารให้ ถ้าหากต้องการให้ทางเราแปลเอกสารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใบละ 500 บาท **