ทัวร์ยุโรป Hub Group Delight Switzerland 8 วัน 5 คืน (EK) #EURFTV6206

฿

รหัสทัวร์ : EURFTV6206
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของทัวร์

  1. ชม ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป
  2. ชม น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป
  3. นั่งรถไฟขึ้น ภูเขาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ทิตลิส และ จุงเฟรา
    • 59900 ฿
    • 10000 ฿
SKU:EURFTV6206
Category:
Tags:,

ทัวร์ยุโรป Hub Group Delight Switzerland 8 วัน 5 คืน (EK)

วันแรก             สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ

17.30 น.           พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

21.05 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง           ดูไบ  – เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

00.50 น.     แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

04.05 น.          ออกเดินทางสู่ เมือง เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

12.45 น.          เดินทางถึงเจนีวา ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง

                        เที่ยวชมเมือง เจนีวา (Geneva) อีกหนึ่งเมืองใหญ่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และยังเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งขององค์การนานาชาติมากที่สุดในโลกอีกด้วย ทำให้ได้รับยกย่องเป็นเมืองนานาชาติ เจนีวายังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีเลิศเป็นอันดับทื่ 2 ของโลก นำทุกท่านเที่ยวชมโดยรอบเมืองเจนีวา ชม ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป โดยกินพื้นที่อยู่ใน 2 ประเทศคือ ฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยและใสสะอาด พร้อมด้วยวิวและบรรยากาศดีๆ ริมทะเล ชมแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง น้ำพุเจดโด (Jet d’Eau) น้ำพุที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเจนีวาที่ใครๆ ต่างก็ต้องแวะมาชม แล้วนำท่านถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ ที่ สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) มุมยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูป ด้วยการจัดสวนดอกไม้ให้เป็นรูปหน้าปัดนาฬิกา โดยใช้ดอกไม้กว่า 6.500 ต้นในการตกแต่งซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล ผ่านชม ที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำกรุงเจนีวา (Palais des Nations) หนึ่งในอาคารที่สำคัญที่สุดของกรุงเจนีวา อาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ใช้เวลาสร้างนานถึง 8 ปี ก่อนจะเริ่มเปิดใช้งานในปี 1938 เพื่อเป็นที่ทำการขององค์การสันนิบาตชาติ แต่เมื่อได้มีการจัดตั้งองค์การสหประชาติขึ้น อาคารแห่งนี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นที่ทำการขององค์การสหประชาชาติแทน จนถึงปัจจุบันรวมแล้วเป็นเวลานานกว่า 72 ปีทีเดียว ผ่านชม องค์การกาชาด (Red Cross Building) ที่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับมนุษยชนในแง่มุมต่างๆ ตัวพิพิธภัณฑ์นั้นได้ทำการบูรณะและเปิดขึ้นใหม่ในปี 2013 dรจัดแสดงเลยมีความโมเดิร์นและน่าสนใจมาก

        เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Ramada Encore Geneva หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม          เจนีวา – มองเทรอซ์ – เวเว่ย์ – โลซานน์ – เจนีวา

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        ออกเดินทางต่อสู่ มองเทรอซ์ (Montreux) อีกหนึ่งเมืองสวยมากประวัติศาสตร์น่าตามหา ตัวเมืองมองเทรอซ์ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นวิวของเทือกเขาสูง เพราะตั้งอยู่ตีนเทือกเขาสวิสแอลป์ แต่อุณหภูมิค่อนข้างอุ่นกว่าเมืองในแถบเทือบเขา ไม่หนาวมากแม้จะเป็นฤดูหนาวก็ตาม ตัวเมืองแม้จะค่อนข้างเล็กแต่ก็ทดแทนด้วยอาคารบ้านเรือนสวย ทิวทัศน์งาม และแลนด์มาร์กสำคัญของสวิส ทำให้มองเทรอซ์เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสนใจและเดินทางมาเที่ยวจำนวนไม่น้อย นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ปราสาทโบราณหนึ่งในอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ เราต้องเดินข้ามสะพานไม้เพื่อไปยังตัวปราสาท เมื่อเข้ามาด้านในเราจะได้เห็นถึงปราสาทที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลาง ตัวปราสาทนั้นผสมผสานระหว่างหินและไม้ ด้านในปราสาทแม้จะเก่าแก่มากแล้ว แต่ก็ได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ให้คงสภาพเดิมเมื่อยังรุ่งเรืองเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องโถงใหญ่ที่สามารถจุคนได้กว่า 200 คน ห้องนอนหลัก ห้องสวดมนต์ และคลังเก็บอาวุธโบราณ และถ้าเดินออกมาด้านนอกปราสาทจะมีทางเดินลงไปยังริมทะเลสาบที่เราจะได้เห็นภาพปราสาทแบบเต็มๆ ที่เห็นแล้วอาจจะคุ้นตาเพราะปราสาทชิลยองนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจภาพปราสาทแสนสวยในภาพยนต์การ์ตูนชื่อดัง “ลิตเติ้ล เมอร์เมด” (The Little Mermaid)

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่เมือง เวเว่ย์ (Vevey) หากถามถึงเมืองสวยใกล้กับโลซานน์และเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศชั้นดีก็ต้องยกให้กับ เวเว่ย์ เมืองริมทะเลสาบเจนีวาที่ทั้งสวยและบรรยากาศดี นอกจากนี้เมืองเวเว่ย์ยังเคยเป็นสถานที่อยู่อาศัยของนักแสดงชื่อดัง “ชาร์ลี แชปลิน” (Charlie Chaplin) เห็นได้จากรูปปั้นที่ตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ริมทะเลสาบเจนีวานั่นเอง แวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นชาร์ลี แชปลิน ที่ริมทะเลสาบ และ เนสเล่ย์ปาเล่ย์ (Nestle Palais) หรือสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ย์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง ชม โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin’s Church) โบสถ์สวยที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองแห่งนี้เดิมทีได้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 แต่ตัวโบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในปี 1530 โดดเด่นด้วยหอคอยทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่โบสถ์เซนต์มาร์ตินนี่เองที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองเวเว่ย์จากมุมสูงที่สวยไปอีกแบบ พร้อมด้วยทิวทัศน์ของทะเลสาบเจนีวาและเทือกเขาแอลป์ที่รายล้อมเมือง

เดินทางสู่เมือง โลซานน์ (Lausanne) เที่ยวชมเมืองสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายไปกับเมืองสงบที่อัดแน่นด้วยทิวทัศน์แสนงาม เมืองโลซานน์ยังเป็นเมืองสำคัญสำหรับประชาชนชาวไทย เพราะเมืองโลซานน์เป็นเมืองที่มากด้วยความทรงจำและมีความผูกพันกันมายาวนาน ด้วยเป็นเมืองที่พำนักในวัยเด็กของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” รัชกาลที่ ๙ เมืองโลซานน์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเจนีวาเพียงแค่นั่งรถประมาณชั่วโมงเดียวก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมืองหนึ่ง นำท่านชมและถ่ายรูปกับ ผ่านชม พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (The Olympic Museum) พิพิธภัณฑ์อันดับต้นๆ ของยุโรปและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว อาคาร 3 ชั้นที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับ “โอลิมปิก เกมส์” (Olympic Games) มีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ของโอลิมปิก ตั้งแต่การริเริ่มการแข่งขันครั้งแรก 8 ศตวรรษก่อนคริสตกาลที่ประเทศกรีซ จนถึงการแข่งขันโอลิมปิกในปัจจุบัน และด้านหน้าจะมีรูปปั้นของนักกีฬาในแต่ละชนิดพร้อมภาพถ่ายที่น่าประทับใจให้ได้ชมกันด้วย และ ศาลาไทย (Thai Pavilion) เป็นสถานที่ที่มองหาได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางใน สวนสาธารณะเดอน็องตู (Denantou Park) ซึ่งหันหน้าไปยังทะเลสาบเจนีวา ศาลาไทยแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าสมสถานะการเป็นสัญลักษณ์แห่งโอกาสครบรอบการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ศาลาไทยสีทองถูกออกแบบอย่างวิจิตรงดงามตามสไตล์ไทยแท้ด้วยฝีมือช่างคนไทย มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตรและสูง 16 เมตร สวยงามชนิดที่ไม่ว่าใครผ่านมาก็อดมองอย่างชื่นชมไม่ได้ นำท่านชมบริเวณ ทะเลสาบเลอม็อง (Lake Leman) หรือทะเลสาบเจนีวานั่นเอง เที่ยวชมบริเวณริมทะเลสาบสวยที่ให้บรรยากาศชิลล์ๆ ชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงที่อยู่โดยรอบและเมืองที่เห็นอยู่ตรงข้ามทะเลสาบนั้นคือประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง ผ่านชม มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral) มหาวิหารสำคัญของโลซานน์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง สังเกตุเห็นได้ง่ายด้วยหอคอยและยอดโดมแหลมสูง มหาวิหารเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1235 สวยงดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค และหน้าต่างทรงกุหลาบขนาดใหญ่ที่ด้านหน้านั้นก็ถือเป็นผลงานศิลปะชั้นนำของยุโรปโลยทีเดียว   

เย็น                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

                        เดินทางกลับสู่เมือง เจนีวา

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก Ramada Encore Geneva หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่               เบิร์น – อินเทอร์ลาเก้น – ซูริค

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern) อีกหนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาดการเยี่ยมชมเมื่อเดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยบ้านเรือนในบรรยากาศสบายๆ ตามสไตล์เมืองเก่าทั่วไป  นำท่านชมเมืองเก่ากรุงเบิร์น รวมถึง หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบิร์นที่ บ่อหมี (Bear Pit) ซึ่งจได้เห็นหมีตัวใหญ่ในบ่อลึกที่สร้างจำลองถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติจริงๆ ของหมี เดินเล่นเที่ยวชม ย่านเมืองเก่ากรุงเบิร์น (Bern Old Town)  เพื่อชมบ้านเรือนตั้งแต่สมัยยุคกลางที่ยังคงเสน่ห์ของเมืองเก่าอยู่ไม่คลาย บนถนนอิฐสายเก่าเราจะเห็นน้ำพุอยู่หลายจุดซึ่งตกแต่งด้วยรูปปั้นสไตล์เรเนสซองส์แตกต่างกันไปในแต่ละจุดที่พบเห็น สำหรับแลนด์มาร์กในย่านเมืองเก่าต้องขอยกให้กับ หอนาฬิกาซึทกลอกเกอ (Zytglogge) บนหอคอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1218 และถือเป็น 1 ใน 3 ของนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ในทุกชั่วโมงจะมีเสียงดนตรีพร้อมตุ๊กตาที่ออกมาเต้นระบำให้นักท่องเที่ยวได้หยุดชมกัน นอกจากนี้ยังมีอาคารรัฐสภา โบสถ์ และอาคารเก่าแก่มากมายที่เป็นส่วนสำคัญทำให้เมืองเก่าแห่งนี้ถูกยกเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี 1983 ในย่านเมืองเก่านี่เองยังเป็นที่ตั้งของบ้านนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกอย่าง ไอน์สไตน์ ที่เคยพำนักอยู่ที่กรุงเบิร์นแห่งนี้ในช่วงปี 1903 – 1905 และแม้จะผ่านมานานกว่า 115 ปีแล้ว แต่ก็ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี  

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำเท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) หนึ่งในเมืองจุดหมายท่องเที่ยวสำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเมืองที่เชื่อมการเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไปได้ง่าย เมืองอินเทอร์ลาเก้นนั้นมีความสูงที่ระดับ 566 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สวยด้วยทัศนียภาพที่สวยงามทั้งภูเขาสูงที่รายล้อมและทะเลสาบ อิสระเดินเล่นและช้อปปิ้งบริเวณตัวเมือง ที่มีให้เลือกช้อปได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมชั้นนำ หรือนาฬิกาชื่อดังที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง TAG HEUGER, ROLEX, OMEGA และอีกมากมาย

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        เดินทางสู่เมือง ซูริค (Zurich)

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Dorint Airport – Hotel Zurich หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า ซูริค – แองเกิลเบิร์ก – ทิตลิส – ลูเซิร์น – ซูริค

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        เดินทางจากเมืองซูริคสู่เมือง มุ่งหน้าสู่เมือง แองเกิลเบิร์ก (Engleberg) เมืองรีสอร์ทบรรยากาศแสนดีท่ามกลางหุบเขาสูงสวยๆ ที่รายล้อม นำทุกท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่จะพาเราขึ้นไปยังภูเขาด้านบน เพื่อชมวิวของ ทิตลิส (Titlis) เทือกเขาสูงถึง 3,238 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากความสูงแล้ว ทัศนียภาพสวยๆ ของวิวโดยรอบก็น่าประทับใจมาก จากทิตลิสนั่งกระเช้ากลับลงมาที่เมืองแองเกิลเบิร์ก

กลางวัน           พิเศษ รับประทานอาหารกลางวัน ณ

ร้าน Panorama Restaurant บนยอดเขาทิตลิส

นำท่านนั่งรถโค้ชต่อไปยัง ลูเซิร์น (Lucerne) เมืองเล็กๆ เกือบใจกลางประเทศที่ชวนอบอุ่นอยู่ริมฝั่ง “ทะเลสาบลูเซิร์น” (Lake Lucerne) มองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เรียงสลับเป็นทิวสวยงามทุกฤดูกาล และนอกจากทิวเขาแล้วลูเซิร์นยังมีป่าไม้ค่อนข้างหนาแน่นและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ตามแนวเชิงเขา ความดีงามของลูเซิร์นคือเป็นเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ของพื้นที่ไว้ได้อย่างดี แบ่งเขตชัดเจนระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ เที่ยวเขตไหนก็ประทับใจไปเสียหมด นำท่านเที่ยวชมเมืองลูเซิร์น ทั้ง สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge) สะพานที่ดูไม่เหมือนสะพานและมีอายุเก่าแก่มากกว่า 600 ปี ที่ว่าไม่เหมือนสะพานก็เพราะแวบแรกอาจดูคล้ายอาคารกลางน้ำ แต่จริงๆ แล้วสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่นํ้ารอยซ์ (Reuss River) ถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโต  (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญอีกชิ้นของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่า

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        เดินทางกลับสู่เมืองซูริค

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Dorient Airport – Hotel Zurich หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก            ซูริก – ชาฟฟ์เฮาเซ่น – ซูริค

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่เมือง ชาฟฟ์เฮาเซ่น (Schaffhausen) หัวเมืองหลักทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองชาฟฟ์เฮาเซ่นส่วนใหญ่ยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนต่างๆ ตั้งแต่สมัยยุคเรเนสซองส์เอาไว้ จุดหมายหลักที่เมืองนี้ของเราก็เพื่อชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) แม้จะสูงเพียง 23 เมตร แต่ความกว้างนั้นมากถึง 150 เมตรเลยทีเดียว ด้วยความใหญ่ของน้ำตกทำให้มีละอองน้ำฟุ้งกระจายอยู่โดยทั่ว แต่ความงามของน้ำตกแห่งนี้มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย ทางด้านซ้ายของน้ำตกจะเป็นที่ตั้งของ ปราสาทเวิร์ท (Schloss Worth)

เดินทางกลับสู่เมืองซูริค

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เที่ยวชมเมืองซูริค ย่านดาวน์ทาวน์  (Downtown Zurich) ที่เป็นศูนย์กลางรวมทุกสิ่งทุกอย่างของเมืองเอาไว้ และอยากให้คุณผู้อ่านเริ่มต้นเดินเที่ยวย่านนี้เป็นจุดแรกในซูริค จะเห็นผู้คนพลุกพล่าน ถนนหนทางมีทั้งคนและรถราง แต่ที่โดดเด่นคือบริเวณถนน บานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) พื้นที่ที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นถนนสายหลักแห่งการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหรูหรา ถนนสายยาวกว่า 1 กิโลเมตรทำให้นักช้อปจากทั่วโลกหลงใหลจนเดินไปกลับรอบสองรอบไม่มีเหนื่อย ผ่านชม ศาลาว่าการเมืองซูริค ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และได้ถูกใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลสาธารณรัฐซูริค จนถึงปี 1798 เป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่ไม่ควรพลาดชมเมื่อมาถึงซูริค และแน่นอนว่ามาถึงเมืองซูริคจะไม่ชื่นชมความงามของ ทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) ก็เหมือนมาไม่ถึง ทะเลสาบซูริคตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซูริค เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รวมถึง 1,829 ตารางกิโลเมตร แถมด้วยวิวของตัวเมืองซูริคริมทะเลสาบที่สวยไม่เป็นรองที่ไหนที่ชวนให้อยากอยู่ชมวิวนี้ไปนานๆ

เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

                        นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Dorient Airport – Hotel Zurich หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด           ซูริก – กรินเดอวัลด์ – จุงเฟรา – สนามบินซูริค

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม มุ่งหน้าสู่ กรินเดอวัลด์ (Grindelwald) อีกหนึ่งหมู่บ้านเล็กๆ แต่สวยงามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาที่ความสูง 1,034 เมตร นำท่านสู่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อขึ้น รถไฟสายจุงเฟราบาห์เนน เพื่อขึ้นไปยัง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า “Top of Europe” นั่นคือเป็นจุดที่สูงที่สุดในยุโรปด้วยความสูงสุดถึง 3,466 เมตร และระหว่างนั่งบนรถไฟนั้นเราก็จะได้ชมทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้าและอุโมงค์ที่มีการขุดสร้างกันมาตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 19 รวมถึงบ้านที่สร้างในสไตล์สวิสที่จะเห็นได้เป็นระยะ และเมื่อขึ้น ไปถึงยอดเขาจุงเฟรา แน่นอนว่าสถานที่ยอดฮิตขนาดนี้เราจะได้พบกับนักท่องเที่ยวเต็มลานกว้างเหนือหน้าผาที่เป็นจุดชมวิว รอบข้างสวยงามแทบลืมหายใจด้วยหิมะบนยอดเขา ให้ท่านได้เล่นและสัมผัสหิมะกันอย่างเต็มที่แม้จะไม่ใช่ฤดูหนาวก็ตาม นำท่านชม ธารน้ำแข็ง หรือ กลาเซียร์ (Glacier) ที่มีขนาดใหญ่ตระการตา ที่บนยอดเขาแห่งนี้ยังมี อุโมงค์น้ำแข็ง (Ice Palace) ให้เป็นอีกหนึ่งสีสันในการเที่ยวจุงเฟรา มีการตกแต่งอุโมงค์เก่าให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชวนตื่นเต้น

กลางวัน           พิเศษ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร Top of Europe Restaurant บนยอดเขาจุงเฟรา

นำท่านขึ้นรถไฟที่อีกด้านหนึ่งของยอดเขา เพื่อเดินทางจากจุงเฟราสู่เมืองเลาเทอร์บรุนเนน ระหว่างทางแวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลนฺไชเด็ด จุดเปลี่ยนและต่อรถไฟที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ของประเทศไทยเคยเสด็จมาเยือนเมื่อปี 2440 จากนั้นนั่งรถไฟต่อสู่เมืองเลาเทอร์บรุนเนนนำท่านเดินทางสู่เมือง ซูริก (Zurich)

                        ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย

21.50 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 150 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด          ดูไบ – สุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)

06.30 น.          ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.           เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 372

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น.        เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

 

อัตราค่าบริการ​

วันเดินทาง ราคา
กันยายน 11-18 ก.ย. / 25 ก.ย. – 2 ต.ค 59,900
ตุลาคม 9-16 / 16-23 ต.ค.
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ไม่มีเตียง​ลดท่านละ​ 2,000​ บาท ​​พักเดี่ยว ​​​​เพิ่มท่านละ​ 10,000 ​บาท
  อัตรานี้รวม
  • ✓ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
  • ✓ ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ✓ ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  อัตรานี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้นทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมทุกกรณี
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)
  เงื่อนไขในการจองทัวร์
  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาทพร้อมค่าวีซ่า (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  การยกเลิกและคืนค่าทัวร์ 1.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด 2.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 3.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด 4.​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด 5.​ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด   หมายเหตุ
  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
 

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่า

  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่ม
เก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  1. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม.
จํานวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  1. เอกสาระสำคัญส่วนบุคคล
3.1 สำเนาทะเบียนบ้าน 3.2 สําเนาบัตรประชาชน หรือ สําเนาบัตรข้าราชการ 3.3 สําเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) 3.4 สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
  1. กรณีเป็นพนักงานบริษัท
ใบรับรองการทํางานจากบริษัทที่ท่านทํางานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตําแหน่ง อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน วันเดือนปีที่เริ่มทํางานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทํางานตามปกติหลังครบกําหนด
  1. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ
ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
  1. หลักฐานทางการเงิน
สําเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน (นับจากวันปัจจุบันในวันที่ยื่นวีซ่า) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ําเสมอ และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี ฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เม่ือกลับสู่ภูมิลําเนา พร้อมกับหนังสือรับทางการเงินที่ออกจากธนาคาร (Bank Certificate) หรือ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ฉบับจริง ภาษาอังกฤษ ออกโดยธนาคารเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้อื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์พร้อมยื่นเอกสารฉบับแปลภาษาอังกฤษ) **สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  1. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดง ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทํางานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  2. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา
จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา ภาษาอังกฤษ (ตัวจริง) เท่าน้ัน
  1. กรณีที่เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี
9.1 ไม่ได้เดินทางไปกับบิดา มารดา หรือ เพียงคนใดคนหนึ่ง - จดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจาก อำเภอ / เขต ที่ท่านอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ) - บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา - สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา - หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ) - ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ - เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ฉบับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ 9.2 เดินทางไปกับบิดา มารดา - บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา - สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา - หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ) - ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ ** หมายเหตุ!!ในวันที่มายื่นขอวีซ่า บิดาและมารดา ต้องเดินทางมาเซ็นแบบฟอร์มการร้องขอวีซ่าให้กับบุตร **
  1. 10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชําระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคําร้องใหม่ก็ต้องชําระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่ม เรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอํานวยความสะดวกและประสานงาน ตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสาร ดังกล่าวเช่นกัน
  2. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานฑูตเรื่องวีซ่าของท่านเนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูก บันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  3. การยื่นวีซ่านั้นผู้เดินทางต้องชําระยอดมัดจําพร้อมค่าวีซ่าก่อนเท่านั้นถึงสามารถดําเนินขั้นตอนการย่ืนวีซ่าได้
** ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแปลเอกสารให้ ถ้าหากต้องการให้ทางเราแปลเอกสารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใบละ 500 บาท **