ทัวร์ยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ MONO SWISS 7 DAY (EK)#EURDD6125

Free!

รหัสทัวร์ : EURDD6125
แต้มสะสม : 20 แต้ม

    จุดเด่นของโปรแกรม   

1.นำท่านชม น้ำพุเจดโด เป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

2.นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงฟราว ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก

3. นำท่านชม รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง 

แต้มสะสม 20 แต้ม

    • 69900 ฿
    • 69900 ฿
    • 67900 ฿
    • 59900 ฿
    • 59900 ฿
    • 57900 ฿
    • 10000 ฿
SKU:EURDD6125
Tags:, ,

ทัวร์ยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ MONO SWISS 7 DAY (EK)#EURDD6125

ดูไบ-เจนีวา-น้ำพุเจดโด-นาฬิกาดอกไม้ โลซานน์-สำนักงานโอลิมปิคสากล-ศาลาไทย-เวเว่ย์-มองเทรอซ์-ปราสาทชิลยอง-เบิร์น  

  บ่อหมีสีน้ำตาล-ถนนจุงเคอร์นกาสเซ-นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม กรินเดอวาล-ยอดเขาจุงฟราว-กลาเซียร์-เลาเทอบรุนเน่น-ลูเซิร์น

สะพานไม้ชาเปล-รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน-ซูริค-จัตุรัสปราเดพลาทซ์-โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ถนนบาห์นฮอฟสตราสเซอ

ธันวาคม 2560 – มกราคม, มีนาคม 2561

วันแรก    กรุงเทพฯ(ไทย)

22.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ-เจนีวา-น้ำพุเจดโด-นาฬิกาดอกไม้   (ยูเออี-สวิสฯ)

01.05 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

04.45 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

08.40 น. เดินทางสู่ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 89     (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

12.45 น. เดินทางถึง สนามบินเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่านชมเมืองเจนีวา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณที่ทะเลสาบเจนีวาไหลเข้ารวมกับแม่น้ำโรห์น (Rhone river) โดยทะเลสาบเจนีวานั้นตั้งอยู่ทางตะวันตก

ของประเทศ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปกลาง รองจากทะเลสาบบาลาต้นในประเทศฮังการี สำหรับ กรุงเจนีวา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติ  ใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864 นำท่านชม น้ำพุเจดโด กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ น้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเจนีวา โดยสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในเมือง น้ำพุเจดโดเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวา” โดยน้ำพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต) น้ำพุถูกติดตั้ง ในปี 1886 นักท่องเที่ยวที่มาเยือนและมีโอกาสล่องเรือมาในทะเลสาบ เจนีวามักไม่พลาดที่จะมาชมน้ำพุด้วยเช่นกัน นำท่านแวะชมและถ่ายภาพกับ นาฬิกาดอกไม้ที่สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีร้านค้ามากมายรายล้อมรอบสวนดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON, PRADA, BALLY, GUCCI หรือจะเลือกชมนาฬิกายี่ห้อดังที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES ซึ่งมีร้านจำหน่ายมากมายเช่นกัน

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Best Western Geneva Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันสาม   โลซานน์-สำนักงานโอลิมปิคสากล-ศาลาไทย-เวเว่ย์-มองเทรอซ์-ปราสาทชิลยอง-เบิร์น    (สวิสฯ)

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ นำท่านชม เมืองโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เนื่องจากเมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จึงมีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศ ที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า ผ่านชม สำนักงานโอลิมปิกสากล ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกันก่อสร้างให้เมืองโลซานน์ ในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีและเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-สวิสฯ ครบ 75 ปี  เดินทางสู่ เมืองเวเว่ย์ เมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโวของสวิสฯ ตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ชมเมืองเวเว่ย์ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” ชมรูปปั้นชาลี แชปปลิ้น ศิลปินตลกแห่งฮอลลีวู้ด ซึ่งในอดีตเคยใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองนี้ ชมย่านเมืองเก่า (OLD TOWN) ที่เต็มไปด้วยอาคารเก่า ร้านกาแฟกลางแจ้ง ร้านค้ามากมาย เดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิสฯ ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือนริมทะเลสาบ

เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี             สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุม

การเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือน ด่านเก็บ ภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสฯ มานานนับร้อยปี ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังของชาวสวิสฯ     ในปี ค.ศ.1530 เกิดการต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบของราชวงศ์ SAVOY โดยมีคนหนุ่มเลือดร้อนแห่งเจนีวา 3 คน             ได้เป็นผู้นำต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดคนหนึ่งถูกจับประหารชีวิตคนหนึ่งหนีหายไป ส่วนอีกคนหนึ่งถูกจับขังคุกล่ามโซ่ไว้ที่ปราสาทชิลยองนานถึง 4 ปี ก่อนที่ราชวงศ์ SAVOY จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจากกองทัพแห่งเบิร์นในปีค.ศ.1536 นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองโบราณเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำอาเร่ (Aare) ล้อมรอบตัวเมือง เสมือนเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติไว้ 3 ด้าน คือ ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกชาวเมืองได้สร้างกำแพง และสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆ   ในกรุงเบิร์นซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์น  ยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ. 2010

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Holiday Inn Bern Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันสี่        บ่อหมีสีน้ำตาล-ถนนจุงเคอร์นกาสเซ-นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม     (สวิสฯ)

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม บ่อหมีสีน้ำตาล สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น         นำท่าน ชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชม นาฬิกาไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม  อายุ 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง หอนาฬิกานี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1191-1256 ใช้เป็นประตูเมืองแห่งแรก แต่พอมีการสร้าง Prison Tower จึงเปลี่ยนไปใช้ Prison Tower เป็นประตูเมืองแทนและดัดแปลงไซ้ท์คล็อคเค่นทรัม ให้กลายมาเป็นหอนาฬิกา พร้อมติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์เข้าไป นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้าง ทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 อิสระให้ท่านเดินเล่นและเก็บภาพ ตามอัธยาศัยหรือจะเลือกช้อปปิ้งซื้อสินค้าแบรนด์เนมและซื้อของที่ระลึก

เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่เมืองอินเตอร์ลาเก้น เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Tune lake) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienz lake) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ พร้อมช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อดังหลากหลายที่ผลิตในสวิส ไม่ว่าจะเป็น ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES และอื่นๆ อีกมากมาย

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Oberland Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันห้า      กรินเดอวาล-ยอดเขาจุงฟราว-กลาเซียร์-เลาเทอบรุนเน่น-ลูเซิร์น             (สวิสฯ)

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาล อันได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยที่สุดในโลกตั้งอยู่ในหุบเขารายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงามเป็นสถานที่โรแมนติกที่สุด นำท่านสู่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อขึ้นรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนน สู่ ยอดเขาจุงฟราว ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกของสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างทางก่อนถึงจุงเฟรานั้น ท่านสามารถพบเห็นบ้านสไตล์สวิสน่ารักที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด, สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด

สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์            วิว ธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ระหว่างการเดินทางรถไฟ            จะจอดให้ท่านได้ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์ จนถึงยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งมีความสูงถึง 13,642 ฟุต เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป (TOP OF EUROPE) นำท่านชม กลาเซียร์ หรือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จากนั้นสนุกสนานกับการเล่นหิมะในลานกว้าง SPHINX จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชมถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Alestsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตร และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางจากจุงเฟราสู่เมืองเวนเก้น และ เมืองเลาเทอบรุนเน่น            โดยรถไฟอีกด้านหนึ่งของยอดเขา แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ด จุดเปลี่ยนรถไฟ ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมา  เมื่อปี 2440 นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Europe Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันหก      สะพานไม้ชาเปล-รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน-ซูริค-จัตุรัสปราเดพลาทซ์-โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ถนนบาห์นฮอฟสตราสเซอ  (สวิสฯ)

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชมและแวะถ่ายรูปกับ สะพานไม้ชาเพล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไห ม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด นำท่านชม รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์  ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น      ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินทางสู่ เมืองซูริค เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นำท่านสู่ จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) จัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าสัตว์ที่สำคัญของเมืองซูริค ปัจจุบันจัตุรัสนี้ได้กลายเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster Abbey) โบสถ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองซูริค สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่ ถนนบาห์นโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

ว่าเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรู สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

21.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 86    (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด  ดูไบ-กรุงเทพฯ   (ยูเออี-ไทย)

06.55 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.05 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 418

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

***************************************

 

กำหนดการเดินทาง ราคา
ธันวาคม 28 ธ.ค. 60 – 3 ม.ค. 61 69,900
มีนาคม 2561 15 – 21 มี.ค. 61 / 27 มี.ค. – 2 เม.ย. 61 59,900
อัตราค่าบริการ    เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่มีเตียง)  ลดท่านละ   2,000        บาท  พักเดี่ยว     เพิ่มท่านละ      10,000        บาท
อัตรานี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์
  • ค่าที่พัก (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าวีซ่าเชงเก้น (สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมทุกกรณี)
  • ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าบริการหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น(พูดภาษาอังกฤษ) ให้บริการท่องเที่ยวตามรายการ
  • ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  อัตรานี้ไม่รวม
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก พนักงานยกกระเป๋า
  • คนขับรถท้องถิ่น (2.5 สวิสฟรัง / วัน  / คน)
    • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 5 วัน)

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
การยกเลิกและคืนค่าทัวร์
  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  5. ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหัก
เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ
ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  1. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ
ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  1. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัท
จะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด เอกสารในการขอยื่นวีซ่าประเทศเชงเก้นระยะเวลาในการยื่น 15 วันทำการ ผู้เดินทางต้องมาสแกนลายนิ้วมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย
  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว(แบบหน้าใหญ่) จำนวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน / หรือสำเนาบัตรข้าราชการ / สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  4. ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด
  5. กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯย้อนหลัง 6 เดือน
  6. รายการเดินบัญย้อนหลัง 6 เดือน (Statement) ขอไว้ไม่เกิน 15 วันก่อนทำการยื่นวีซ่า พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน (นับจากวันปัจจุบัน) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา **สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  7. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  8. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา (ตัวจริง) เท่านั้น
  9. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดาท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องทำจดหมายยินยอม โดยที่บิดา, มารดา และบุตรจะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงค์ในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง
  10. รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ,นามสกุล,วันเดือนปีเกิด,ญาติพี่น้อง,สถานที่เกิด และจำนวนบุตรของผู้เดินทาง
  11. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
  12. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯเรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  13. การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น ถึงสามารถดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้
    ** เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และทางบริษัทไม่มีนโยบายรับแปลเอกสาร หากท่านต้องการให้ทางเราดำเนินการแปลเอกสารให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมฉบับละ 500 บาท **          
เอกสารในการขอยื่นวีซ่าประเทศเชงเก้นระยะเวลาในการยื่น 15 วันทำการ ผู้เดินทางต้องมาสแกนลายนิ้วมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย
  • พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว(แบบหน้าใหญ่) จำนวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน) รูปถ่ายต้องเห็นใบหู และ เปิดหน้าผาก ให้เห็นคิ้ว ชัดเจนเท่านั้น ห้ามใส่คอนแทคเลนส์(สายตา) และเครื่องประดับทุกชนิดในรูปถ่าย
  • สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน / หรือสำเนาบัตรข้าราชการ / สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด
  • กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ประจำหรือออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน (นับจากวันปัจจุบัน) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา **สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  • กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  • กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา (ตัวจริง) เท่านั้น
  • กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดาท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องทำจดหมายยินยอม โดยที่บิดา, มารดา และบุตรจะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงค์ในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง
  • รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ,นามสกุล,วันเดือนปีเกิด,ญาติพี่น้อง,สถานที่เกิด และจำนวนบุตรของผู้เดินทาง
  • การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯเรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  • การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น และชำระค่าวีซ่า 3,500 ถึงสามารถ  ดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้
** เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และทางบริษัทไม่มีนโยบายรับแปลเอกสาร หากท่านต้องการให้ทางเราดำเนินการแปลเอกสารให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมฉบับละ 500 บาท **