ทัวร์กัมพูชา พนมเปญ – เสียมเรียบ 3 วัน 2 คืน #CAMSPW3201

฿

รหัสทัวร์ : CAMSPW3201
แต้มสะสม : 10 แต้ม

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

1.เยือนคุกตวลสเลงทุ่งสังหาร…โลกไม่มีวันลืม สิ่งเตือนใจชาวกัมพูชา

2.ชมความยิ่งใหญ่ ปราสาทนครวัด 1 ใน 7มหัศจรรย์ของโลก

3.อลังการ! เที่ยวทะเลสาบเขมร โตนเลสาบ ชมวิถีชีวิตลอยน้ำ

    • 12900 ฿
    • 11900 ฿
    • 13900 ฿
    • 12900 ฿
    • 14900 ฿
    • 13900 ฿
    • 17900 ฿
    • 16900 ฿
    • 3500 ฿
SKU:CAMSPW3201
Category:
Tags:, , , , , , , ,

ทัวร์กัมพูชา พนมเปญ – เสียมเรียบ 3 วัน 2 คืน #CAMSPW3201

วันแรก   กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – กรุงเทพฯ – พนมเปญ – อนุสาวรีย์อิสรภาพ – วัดพนม – คุกตวลสเลง – พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล –พระเจดีย์เงิน –  ตลาดชาทะไม

04.00 น.      พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน

THAI AIR ASIA เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

โดยสายการบิน THAI AIR ASIA ใช้เครื่อง AIRBUS A319/A320 จำนวน 142-158 ที่นั่งจัดที่นั่งแบบ 3-3  (น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่มต้องเสียค่าใช้จ่าย)

07.10 น.       ออกเดินทางสู่ เมืองพนมเปญ โดยสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 608 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง กับ 15 นาที)

08.25 น.       เดินทางถึง สนามบินพนมเปญ (โปเชนตง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่กัมพูชา เท่ากับประเทศไทย)ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินพนมเปญ” แต่เดิมมีชื่อว่า “ท่าอากาศยานนานาชาติโปเชนตง” เป็นสนามบินระดับนานาชาติหลักของประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) และเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย โดยให้บริการเที่ยวบินในหลายเส้นทางของเอเชีย สนามบินแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 และมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของประเทศ อนุสาวรีย์อิสรภาพ  (INDEPENDENCE MONUMENT) อนุสาวรีย์เอกราชและสวนสาธารณะแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1958 เพื่อฉลองเอกราชของกัมพูชาจากฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนสี่แยกของถนนนโรดมสีหนุใจกลางกรุงพนมเปญ อนุสาวรีย์เอกราชออกแบบโดยสถาปนิกชาวกัมพูชา VANN MOLYVANN อนุสาวรีย์สร้างตามแบบศิลปะขอม ด้านบนสลักลวดลายดอกบัวตูมประดับด้วยหัวพญานาคโดยเลียนแบบมาจากนครวัด อนุสาวรีย์เอกราชแห่งนี้ยังใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการสิ้นสุดของสงครามในกัมพูชาอีกด้วย

วัดพนม  (WAT PHNOM) ตั้งอยู่ที่เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นหนึ่งในวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของกัมพูชา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 27 เมตรและถูกโอบล้อมด้วยสีเขียวของต้นไม้โบราณ มีประตูทางเข้าหันไปทางทิศตะวันออก โดยมีตำนานเล่าว่า เมื่อ 500 ปีก่อน มีหญิงสูงวัยชื่อยายเปญ ได้พบขอนไม้ลอยน้ำมาตามแม่น้ำโขง เมื่อเข้าไปดูจึงพบพระพุทธรูปห้าองค์ประดิษฐานอยู่ในโพรงขอนไม้นั้น ยายเปญจังอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง แล้วก่อนเนินดินสูงถึง 27 เมตรเพื่อสร้างวัดสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งห้าองค์ ชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดยายพนมเปญ ซึ่งแปลว่าวัดเขายายเปญ จึงเป็นที่มาของชื่อ “พนมเปญ” ส่วนวัดพนมยาเปญ ปัจจุบันถูกเรียกสั้นๆว่า “วัดพนม”

พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (TUOL SALENGGENOCIDE MUSEUM)  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกความเจ็บปวดไว้ให้ลูกหลานชาวกัมพูชาได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่20 ไว้อย่างละเอียด  เรื่องราวของจากปี 1975 ที่กองกำลังพลของพลพต ผู้นำเผด็จการสังคมนิยมในสมัยนั้น  ทำการเข้ายึดโรงเรียนมัธยม Tuol Svay prey  โรงเรียนถูกยึดและเปลี่ยนเป็น Security Prison 21  นั่นหมายถึง คุกความมั่นคงหมายเลข 21  หรือที่เรียกว่า S-21  ซึ่งก็คือศูนย์กักกันที่น่ากลัวที่สุด  กองทัพเขมรแดงได้ใช้ที่นี่เป็นที่ทรมาน และสังหารผู้คน กว่า 17,000 ราย  ปัจจุบัน S-21 ได้ถูกจัดเป็นสถานที่แสดงประวัติศาสตร์อันโหดเหี้ยมเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตกับเหตุการณ์อันโหดร้าย    ในปี 1979 เมื่อกองทัพเวียดนามได้ปลดแอกกรุงพนมเปญ พบผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์อันโหดร้าย 7คนเท่านั้น พวกเขมรแดงไว้ชีวิตพวกเขา เพียงเพราะต้องการใช้ประโยชน์จากทักษะที่พวกเขามี เช่น การถ่ายภาพวาดภาพ และนั่นเป็นความโหดร้ายทารุนที่พวกเขมรแดงได้ทิ้งหลักฐานภาพถ่ายจากความโหดร้ายไว้ให้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงมีภาพถ่ายจากเหตุการณ์มากมายแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้าชมเรื่องราว

กลางวัน        บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)

พระราชวังหลวง สร้างขึ้นตามรูปแบบศิลปะเขมรโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสในปี 1866 และใช้เป็นที่ประทับของเจ้านโรดมสีหนุ นับจากที่เสด็จกลับคืนสู่กรุงพนมเปญในปี 1992 เป็นต้นมา สถานที่ส่วนใหญ่ภายในเขตพระราชวังเปิดให้เข้าชมได้ ยกเว้นเขตหวงห้ามบางเขต เช่น เขตพระราชฐานที่ประทับ ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่เป็นที่ประทับของราชวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ชื่อเต็มในภาษากัมพูชา คือ “เปรี๊ยะบรมเรียเชียแวงจักตุมุก” (พระบรมราชวังจตุมุข) พระราชวังหลวงในกรุงพนมเปญมีอาคารที่แตกต่างกันอาธิ เช่น พระที่นั่งจันทรฉายา มีรูปแบบเป็นศาลาโถง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังหลวง ใช้เป็นสถานที่แสดงนาฏศิลป์เขมรโบราณ ในพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ หรือพิธีเฉลิมฉลองต่างๆ และเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของพระราชวังหลวงแห่งนี้ พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย (ท้องพระโรง) ตั้งอยู่ตรงกลาง ในปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ ใช้สำหรับงานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีขึ้นครองราชย์ หรือพระราชพิธีอภิเษกสมรส และเป็นที่เสด็จออกรับสาส์นตราตั้งจากเอกอัครราชฑูตของต่างชาติ พระที่นั่งนโปเลียนที่ 3 เป็นตำหนักที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 สร้างประทานแด่จักรพรรดินีเออเชนี ต่อมาองค์จักรพรรดิดินีมีรับสั่ง ให้รื้อถอดออกเป็นชิ้นๆ ส่งลงเรือมาประกอบขึ้นใหม่เป็นของขวัญถวายแด่สมเด็จพระนโรดมที่กรุงพนมเปญใน ทศวรรษที่ 1870 พระราชวังเขมรินทร์ สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ตามรูปแบบศิลปะเขมร มีความคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังของไทย ตลาดชาทะไม หรือตลาดใหม่ (CENTRAL MARKET) สร้างขึ้นเมื่อปี 1937 ตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ร้านค้าส่วนใหญ่ขายสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงของฝากอีกด้วย

เย็น        บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 2)

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  พักที่ SAMNANG LAOR HOTEL PHNOM PENH หรือเทียบเท่า

วันที่สอง      พนมเปญ – เสียมเรียบ – ล่องเรือโตนเลสาบ – ศาลองค์เจ๊กองค์จอม – ชมโชว์ระบำอัปสรา

เช้า         บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองเสียมเรียบ ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวกัมพูชาระหว่างเส้นทาง (ระยะทาง 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง)

กลางวัน      บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)

โตนเลสาบโตนเล ในภาษาเขมรหมายถึงแม่น้ำใหญ่ ส่วนสาบหมายถึงไม่เค็ม เนื่องจากโตนเลสาบเป็นพื้นที่น้ำท่วมที่เกิดจากแม่น้ำโขง อีกทั้งยังมีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำเสียมเรียบไหลลงสู่โตนเลสาบ มีพื้นที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 2,700 ตร.กม. ในหน้าน้ำน้อย และขนาดใหญ่มากถึง 16,000 ตร.กม. ในหน้าน้ำหลาก พัดพาเอาสายแร่ธาตุไหลล่องมาจากเมืองจีนผ่านแม่น้ำโขงลงพักไว้ที่โตนเลสาบ ก่อนจะไหลออกทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ของกัมพูชา ความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ทะเลสาบขนาดที่หน้าน้ำน้อยยังใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตตั้งเกือบ 5 เท่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งชุมชนกลางน้ำให้ชาวบ้านได้ปลูกเรือนอยู่อาศัยและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กลางโตนเลสาบมาเป็นเวลายาวนานอีกด้วย

ศาลองค์เจ๊กองค์จอม เป็นที่รู้จักในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 มีธิดาอยู่ 2 พระองค์ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพ มีความสามารถในเรื่องของการรบเป็นอย่างมากเป็นที่เกรงขามของข้าศึกศัตรู เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามเป็นอย่างมากในยามว่างเว้นจากศึกสงคราม หากมีนักโทษคนไหนที่ไม่ได้ทำความผิดที่ร้ายแรงมาก พระองค์ก็จะขออภัยโทษให้  จึงเป็นที่เคารพรัก นับถือของคนในเมืองเสียมเรียบเป็นอย่างมาก  400 ปีต่อมา กัมพูชาเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และได้มีการศึกษาประวัติของเจ้าเจกและเจ้าจอม และเห็นว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่ประพฤติตนดีมาก จึงได้มีการสร้างรูปเคารพ เป็นองค์ใหญ่แทนเจ้าเจก องค์เล็กแทนเจ้าจอม สมัยก่อนเจ้าเจกเจ้าจอมไม่ได้ประดิษฐานอยู่บริเวณนี้ อยู่ในนครวัด คนโบราณเลยย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อความสะดวกในการเคารพบูชา

เย็น         บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 5)บริการอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติชนิด พร้อมชมโชว์การแสดงชุดระบำอัปสร ศิลปะพื้นเมืองของกัมพูชาที่เป็นการแสดงที่สวยงาม ให้ทุกท่านได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้เป็นความทรงจำที่ดี

จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก   พักที่ ROYAL EMPIRE HOTEL //ANGKOR HOLIDAY HOTELหรือเทียบเท่า

วันที่สาม      นครธม – ปราสาทบันทายศรี –  ปราสาทบายน – ปราสาทตาพรหม – นครวัด – ตลาดซาจ๊ะ – สนามบินเสียมเรียบ  – กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) 

เช้า         บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)

นครธม นครธมมีความหมายว่าเมืองใหญ่ (ธม แปลว่า ใหญ่) นครธม เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่น ๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่น ๆ อีก 3 ด้าน

ปราสาทบันทายศรี (BANTEAY SREI) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวรนั่นเอง

ปราสาทบายน ปราสาทบายนอยู่ในบริเวณใจกลางของนครธม สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศิลปะแบบบายน ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ปราสาทบายนเป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทบายนถูกสร้างโดยการนำหินมาวางซ้อนๆ กันขึ้นเป็นรูปร่าง แม้จะเป็นปราสาทไม่ใหญ่โตเท่านครวัด แต่มีความแปลกและดูลี้ลับทั้งปราสาทมีแต่ใบหน้าคน หากขึ้นไปยืนอยู่ภายในปราสาทนี้ไม่ว่ามุมไหนก็หาได้รอดหลุดพ้นจากสายตาเหล่านี้ได้เลย คนส่วนมากเชื่อกันว่ายิ้มบายนคือการจำลองใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มาไว้บนยอดปรางค์ทั้ง 4 ทิศ โดยสายตาที่มองลงต่ำนั้นเป็นการมองราษฎร ส่วนจำนวนปรางค์ 54 ยอดที่มีแต่ดั้งเดิมนั้นแทนจำนวนจังหวัด 54 จังหวัดที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปกครองในยุคนั้น

ปราสาทตาพรหม ปราสาทตาพรหมจัดได้ว่าเป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระชั้นนอกและชั้นใน บริเวณผนังที่อยู่เชื่อมระหว่างโคปุระชั้นนอกและชั้นในมีการสลักภาพตามคติธรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คือพระนางชัยราชจุฑามณีผู้เปรียบประดุจกับพระนางปรัชญาปรมิตา ซึ่งหมายถึงเมื่อพระองค์เป็นอวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระราชมารดาของพระองค์จึงเปรียบดังพระนางปรมิตาเช่นกัน

กลางวัน       บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 7)

นครวัด หรือปราสาทนครวัด กันสักครั้ง ปราสาทนครวัด เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ถูกบันทึกให้เป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมืองพระนคร” ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมร ในสมัยที่ยังรุ่งเรือง ในอาณาบริเวณปราสาทอันกว้างใหญ่ ได้ถูกก่อสร้างด้วยหินทรายขนาดมหึมา นำมาเรียงรายต่อกันและสลักลวดลายอย่างงดงาม กว่าจะได้หินมาแต่ละก้อนต้องชักลากมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 50 กิโลเมตร ต้องใช้แรงงานคนและสัตว์มานับไม่ถ้วน ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี การจะนำหินขนาดใหญ่แต่ละก้อนมาสร้างเป็นปราสาทที่งดงามได้ขนาดนี้ จะต้องมีการวางผังแบบแปลนในการก่อสร้างมาเป็นอย่างดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นฝีมือของวิศวกรชั้นเอกในสมัยนั้นกันเลยทีเดียว ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล ล้อมรอบด้วยปราสาท 5 หลัง มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบอย่างของมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ กำแพงด้านนอกล้วนแต่เป็นงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง รามายณะ รูปแกะสลักที่มีชื่อที่สุดก็คือรูปที่เทวดากับอสูรกวนเกษียรสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ และยังมีรูปแกะสลักนางอัปสรอีกถึง 1,635 นาง ที่ทั้งหมดแต่งกายและทรงผมไม่ซ้ำกันเลย ลองหาดูกันให้ดีๆ จะมีนางอัปสรที่ยิ้มเห็นฟันเพียงองค์เดียวเท่านั้น ปราสาทนครวัดได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชานั่นเอง

ตลาดซาจ๊ะ แหล่งซ้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุด เป็นตลาดเก่าแก่ ที่มีอาคารร้านค้าที่สร้างในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง รูปทรงทางสถาปัตย์ส่วนมากจึงออกไปแนวยุโรป ในตลาดซาจ๊ะ จะขายที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมืองของเขมร ด้านหน้าตลาดจะเป็นผลิตภัณฑ์ของแห้งจากโตนเลสาบ ได้แก่ปลากรอบ หรือปลาย่าง ปลาช่อนแดดเดียว กุนเชียง และปลาที่อยู่ในโถ เช่นปลาร้า ปลาหมักชนิดต่างแบบเขมร  ลึกเข้าไปในตลาดจะเป็นตลาดสด ขายพวกพืชผักและผลไม้ต่างๆ บางอย่างก็นำเข้าจากไทย ส่วนอีกซีกหนึ่งจะเป็นตลาดปลาสดๆที่มาจากโตนเลสาบ มีปลาหลากหลายชนิดมาก เด่นๆ ก็มีปลาเนื้ออ่อน ปลาดุก ปลากด ปลาเทโพ ปลาสวาย ช่วงเย็นๆบริเวณหน้าตลาดจะคึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว หากมีเวลาก็น่าจะใช้บริการรถสามล้อของเขมรพาเที่ยวรอบเมืองเสียมเรียบในราคาไม่แพงนักอีกด้วย

เย็น        บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร  (มื้อที่ 8)

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ

22.05 น.       เหินฟ้าสู่ เมืองไทย โดยสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 619 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)

23.10 น.       เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจ

กำหนดการเดินทาง  **ไม่มีราคาเด็กเนื่องจากเป็นราคาพิเศษแล้ว**
วันเดินทาง ผู้ใหญ่พัก2ท่าน ท่านละ ราคาเด็กพักกับผู้ใหญ่พัก2ท่าน ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ
 6 – 8 เมษายน 2562 (วันจักรี) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
12 – 14  เมษายน 2562 (วันสงกรานต์) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
13 – 15  เมษายน 2562 (วันสงกรานต์) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
14 - 16  เมษายน 2562 (วันสงกรานต์) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
26 – 28 เมษายน 2562 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
1 – 3 พฤษภาคม 2562 (วันแรงงาน) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
10 – 12 พฤษภาคม 2562 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
18 – 20 พฤษภาคม 2562 (วันวิสาขบูชา) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
19 – 21 พฤษภาคม 2562 (วันวิสาขบูชา) 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
28 – 30  มิถุนายน 2562 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
14 – 16 กรกฎาคม 2562 (วันอาสาฬหบูชา) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
15 – 17 กรกฎาคม 2562 (วันเข้าพรรษา) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
27 – 29 กรกฎาคม 2562 (วันเฉลิมพระชนพรรษา ร.10) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
10 – 12 สิงหาคม 2562 (วันแม่แห่งชาติ) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
13 – 15 กันยายน 2562 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
4 – 6 ตุลาคม 2562 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
12 – 14 ตุลาคม 2562 (วันหยุดชดเชยวันคล้ายวันสวรรคต ร.9) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
13 – 15 ตุลาคม 2562 (วันหยุดชดเชยวันคล้ายวันสวรรคต ร.9) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
22 – 24 ตุลาคม 2562 (วันปิยมหาราช) 13,900 บาท/ท่าน 12,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
8 – 10 พฤษจิกายน 2562 12,900 บาท/ท่าน 11,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
5 – 7 ธันวาคม (วันพ่อแห่งชาติ) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
10 – 12 ธันวาคม (วันรัฐรรมนูญ) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
28 – 30  ธันวาคม (วันปีใหม่) 14,900 บาท/ท่าน 13,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
30 ธันวาคม–1 มกราคม 2563 (วันปีใหม่) 17,900 บาท/ท่าน 16,900 บาท/ท่าน 3,500 บาท/ท่าน
อัตราค่าบริการรวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบิน ไป-กลับ พร้อมคณะชั้นทัศนาจรตามรายการ
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระในการเดินทาง 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน
  • ค่าที่พักตามระบุในรายการพักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุหรือเทียบเท่า
  • ค่าอาหารตามที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าจ้างหัวหน้าทัวร์ไทย และไกด์ท้องถิ่น
  • ค่ารถรับ-ส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในรายการ
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงินท่านละ กรณีเสียชีวิต 1,000,000// กรณีรักษาพยาบาล 500,000 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  อัตราค่าบริการไม่รวม
  • กรณีอยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงหรือต้องซื้อตั๋วเดี่ยวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสายการบิน
  • ค่าน้ำหนักสัมภาระน้ำหนักเกินจาก 20 กิโลกรัม / 1 ท่าน ตามที่ระบุไว้
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกจากรายการที่ระบุ เช่น มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ท ค่าทิปยกกระเป๋า ค่าทิปพนักงานเสิร์ฟต่างๆ ฯลฯ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าวีซ่าต่างชาติและค่าแจ้งเข้า-ออกประเทศ ของคนต่างด้าว หรือเอกสารอื่นๆที่พึงใช้ประกอบส่วนตัว
  • ค่ารถรับ-ส่ง นอกสถานที่ นอกเหนือที่ระบุไว้ตามรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทิปที่ระบุไว้ ชัดเจน สำหรับ ไกด์+คนขับรถ
                 ท่านละ 600 บาท/ท่าน **เด็กจ่ายทิปเท่ากับผู้ใหญ่**   กรุณาแจ้งรายละเอียด
  • กรุณาระบุลักษณะห้องที่คุณต้องการเพื่อความสะดวกสบายของตัวท่านเอง TWIN (ห้อง 2 เตียง) // DOUBLE (ห้อง 1 เตียงใหญ่) // SINGLE (ห้องเตียงเดี่ยว) // TRIPLE (ห้อง 2 เตียง +1 เตียงเสริม)
  • หากไม่มีการระบุ ทางบริษัท ขออนุญาตจัดเป็นเตียง Twin ให้กับผู้เข้าพัก
  • หากท่านไม่ทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ไม่สามารถคืนเงินได้
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเมนูอาหาร ในกรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึง 10 ท่าน
  • กรุณาแจ้งการไม่ทานอาหารบางประเภท ก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 อาทิตย์ หากท่านแจ้งช้า อาจทำให้ทางบริษัทฯไม่สามารถเตรียมการให้ท่านได้ทัน ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
  • ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้เดินทาง เลื่อนหรือโยกย้ายวันเดินทาง ได้หลังจากทำการออกตั๋วโดยสารแล้ว
  เงื่อนไขการจองทัวร์
  • กรุณาชำระมัดจำท่านละ 5,000 บาท หากมีการยกเลิกภายหลัง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าตั๋วเครื่องบินเต็มใบให้กับสายการบินเป็นที่เรียบร้อย ยกเว้นค่าภาษีน้ำมันที่ยังมิได้ชำระ ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ กรุณาชำระตามวันที่ใน INVOICE ที่บริษัทกำหนด
  • ส่งหลักฐานการชำระเงิน ทางไลน์ อีเมลล์ หรือ แอฟพลิเคชั่นอื่นๆ ตามช่องทางที่ท่านสะดวก
  • ส่งเอกสารหน้าพาสปอร์ต ที่มองเห็นข้อมูลชัดเจน ในช่องทางที่สะดวก ให้กับทางเจ้าหน้าที่บริษัทฯ
  เงื่อนไขการยกเลิกทัวร์
  • แจ้งขอยกเลิกทัวร์ก่อนการเดินทาง 30วัน คืนเงินเต็มจำนวนที่ท่านได้ชำระมาแล้ว
  • แจ้งขอยกเลิกทัวร์ก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15-29 วัน คืนเงิน 50% ของจำนวนที่ท่านได้ชำระมาแล้ว
  • แจ้งยกเลิกทัวร์ก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินที่ท่านชำระมาแล้วทุกกรณี
  • ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบิน หรือกรุ๊ปที่ทีการ การันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น EXTRA FLIGHT และ CHARTER FLIGHT จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
  กรุ๊ปออกเดินทางได้
  • ยอดจองจำนวนผู้ใหญ่15 ท่าน ออกเดินทาง
  เงื่อนไขการให้บริการ
  • เที่ยวบิน, ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ รับผู้ร่วมเดินทาง เฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น
  • หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน ( บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบหากอายุการใช้งานเหลือน้อยกว่า 6 เดือนและไม่สามารถเดินทางได้)
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบ หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล, ภัยธรรมชาติอันไม่สามรถควบคุมได้
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบ กรณีท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ และจะไม่คืนค่าใช้จ่ายค่าทัวร์ที่ท่านได้ชำระมาเรียบร้อยแล้ว
  • เนื่องจากการซื้อขายทัวร์ในรูปแบบเหมาจ่าย บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบและไม่ทำการคืนค่าใช้จ่ายไดๆ หากท่านใช้บริการจากทางบริษัทฯไม่ครบรายการ เช่น ไม่ทานอาหารบางมื้อ ไม่พักที่เดียวกับที่จัดไว้ ไม่เที่ยวบางรายการ
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใด หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรม และ/หรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง หรือในกรณีที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน
  • กรณีท่านไม่สามารถเดินทางพร้อมคณะได้ ตั๋วโดยสารทุกประเภท ไม่สามารถโยกย้ายเลื่อนกำหนดเดินทางไปใช้ในครั้งอื่นได้
  • รายละเอียดทุกรายการในโปรแกรม ที่ระบุ อาจมีการสลับปรับเปลี่ยน รายการ อาหาร ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อปรับให้เหมาะสมกับ เวลา สภาพอากาศ และสถานการณ์เฉพาะตรงนั้น โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเหมาะสมและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่าน ได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมดแล้ว
 
กรุณาตรวจสอบพาสปอร์ต ด้วยตัวท่านเอง พาสปอร์ตต้องมีอายุเกิน 6 เดือน นับจากวันเดินทาง หากเกิดข้อผิดพลาดไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทฯไม่รับผิดชอบไดๆ  ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางให้เข้าใจก่อนนะคะ เพื่อผลประโยชน์ของท่าน