ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด ฟูราโน่ โอตารุ เลสโก 5D3N #JPNZG2108

฿

รหัสทัวร์ : JPNZG2108
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

1.นำท่านสู่ โทมิตะ ฟาร์ม ฟาร์มของนักบุกเบิกรุ่นแรกๆ ของฮอกไกโด ท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล

2.ชม บ่อน้ำสีฟ้า หรือ BLUE POND บ่อน้ำสีฟ้าที่เกิดจากความบังเอิญที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเพื่อไม่ให้โคลนภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ Tokachi

3.ชม อุทยานโมอาย ที่ออกแบบโดย Tadao anda สถาปนิกชื่อดังของโลก

    • 25999 ฿
    • 26999 ฿
    • 27999 ฿
    • 28999 ฿
    • 8000 ฿
SKU:JPNZG2108
Category:
Tags:, ,

ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด ฟูราโน่ โอตารุ เลสโก 5D3N #JPNZG2108

วันแรก      กรุงเทพฯ – สนามบินดอนเมือง

20.30 น.       พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง ชั้น 3 ประตูหมายเลข 4 สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ เคาน์เตอร์ 4 เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน

สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง

จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 มีบริการอาหารร้อนเสิร์ฟทั้งขาไปและขากลับ

(น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

23.55 น.       เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ XJ 620

วันที่สอง     ฟูราโน่ – โทมิตะ ฟาร์ม – สวนชิกิไซโนะโอกะ – บ่อน้ำสีฟ้า – อาซาฮิกาว่า – ช้อปปิ้งอิออน

08.55 น.       เดินทางถึงสนามบินชิโตเสะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นแล้วจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟูราโน่ เมืองที่อยู่ในแอ่งกระทะ ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาไทเซ็ทสึ และเทือกเขายูบาริ ทำให้เมืองฟูราโน่มีอากาศเย็นและแห้งประกอบกับดินแถบนั้นเป็นดินภูเขาไฟ จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะดอกไม้ นำท่านสู่ โทมิตะ ฟาร์ม ฟาร์มของนักบุกเบิกรุ่นแรกๆ ของฮอกไกโด ท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล (ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) อาทิ ดอกฮามานะสึในเดือนมิถุนายน, ดอกลาเวนเดอร์และดอกป๊อปปี้ ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม, กลางเดือนสิงหาคมไปแล้วเป็นดอกคอสมอส ซึ่งแต่ละเดือนจะมีชนิดดอกไม้ต่างกันไป***ช่วงเวลาดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ (ประมาณปลายเดือน กรกฎาคม-เดือน สิงหาคม)  อิสระให้ท่านชื่นชมความงามของทุ่งดอกไม้ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา จนขนานนามกันว่าเนินเขาสายรุ้ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนชิกิไซโนะโอกะ ซึ่งเป็นเนินสวนดอกไม้ 4 ฤดู ที่มีโรลคุงและ โรลจัง หุ่นฟางขนาดใหญ่ สัญลักษณ์ของสวน ชิกิไซ โนะ โอกะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ชมดอกไม้นานาพันธุ์ชนิด รวมถึงดอกลาเวนเดอร์ และทุ่งดอกไม้หลากสี ที่ได้รับคำนิยมและคำชมว่าจัดสวนไล่สีได้สวยงามที่สุด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายไว้บริการแด่ทุกท่าน เช่น ขับรถ ATV รถไฟชมฟาร์ม หรือฟาร์มเลี้ยง Alpaca เป็นต้น *หมายเหตุ ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่ากิจกรรมในสวนดอกไม้*

เที่ยง       บริการกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม บ่อน้ำสีฟ้า หรือ BLUE POND บ่อน้ำสีฟ้าที่เกิดจากความบังเอิญที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเพื่อไม่ให้โคลนภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ Tokachi เมื่อปี ค.ศ.1988 ไหลเข้าสู่เมือง โดยที่ก้นบ่อน้ำแห่งนี้จะมีแร่ธาตุที่เกิดจากโคลนภูเขาไฟทำให้มีสีฟ้าหรือเขียวมรกตสดใส และมีกิ่งไม้ที่โผล่ออกมาจากพื้นผิวน้ำ ทำให้มีความสวยแปลกตาไปอีกแบบ อีกทั้งสีของบ่อน้ำแห่งนี้จะมีความสวยงามแตกต่างไปตามแต่ละฤดูกาลอีกด้วย  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอาซาฮิกาว่าเพื่อเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก        โรงแรม SMILE HOTEL ASAHIKAWA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

หลังจากเข้าที่พักแล้ว นำท่านช้อปปิ้งยังห้างสรรพสินค้า ห้างจัสโก้อิออน  ให้ท่านได้ซื้อของฝากมากมายหลากหลายชนิด อาทิเช่น ขนมชนิดต่างๆ ผลไม้ตามฤดูกาล และพิเศษสุดกับร้าน 100 เยน ทีทุกอย่างในร้านราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น  **อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า**

วันที่สาม       โอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภันฑ์เครื่องแก้ว – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ดิวตี้ฟรี – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

เช้า        บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก รวมถึงการตกแต่งของบ้านเรือนนั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกออกแบบเป็นสไตล์ตะวันตกเนื่องจากในอดีต เมืองโอตารุได้รับอิทธิพลมาจากการทำการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศในแถบยุโรป อิสระให้ท่านเดินชมความสวยงามของเมืองเลียบคลองโอตารุอันสวยงามน่าประทับใจ คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่สู่โกดังในเมือง ภายหลังเลิกใช้จึงถมคลองครึ่งหนึ่งเป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยวแทนโกดังต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารอิฐสีแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนรักได้อีกด้วย

นอกจากนี้ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” สไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้แก่เมือง Otaru นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนนาดา ถ้ามาฮอกไกโดแล้วไม่มาชม ต้องไปชมที่แคนนาดากันนะจ๊ะ

เที่ยง      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากเดินเที่ยวชมและเพลิดเพลินไปกับกล่องดนตรีที่หลากหลายและถ่ายรูปกับหอนาฬิกาไอน้ำโบราณเรียบร้อยแล้ว เดินข้ามถนนมาอีกสักเล็กน้อย แล้วมาพักเหนื่อยกับร้านค่าเฟ่น่ารักๆกันดีกว่า ไปประเดิมด้วยร้านแรกกันเลยจ้า

เดินข้ามถนนมาประมาณ 50 เมตร ด้านขวามือก็ต้องสะดุดตา สะดุดใจ ไปกับความน่ารักของเจ้าแมวน้อยคิตตี้ ที่ท้าทายรอให้ทุกๆท่านเข้าไปเยี่ยมชม ผ่านมาแล้วจะผ่านเลยไปได้อย่างไรกัน แวะชมกันสักหน่อยสิค่ะ เมื่อเข้าไปในร้านทุกท่านสามารถเลือกแก้วเป็นลวดลายตามใจชอบแต่ละท่านได้เลยนะจ๊ะ ซึ่งข้างหลังแก้วจะมีการสกรีนคำว่า otaru ติดไว้ด้วยนะคะ ซึ่งแก้วก็จะมีมากมายหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อซื้อแก้วพร้อมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้วสามารถเติมเครื่องดื่มฟรีได้อีกรอบด้วยนะคะ เลือกเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เชิญเลือกที่นั่งตามอัธยาศัยที่บริเวณชั้นสองได้เลยจ้า หรือถ้าใครไม่อยากนั่งบริเวณชั้นหนึ่งจะเป็นโซนขายของที่ระลึก หรือจะสนุกสนานไปกับการหมุนตู้กาชาปองเสี่ยงทายหาของฝากไปฝากคนที่คุณรักก็ตามแต่สะดวกเลยค่ะ

ออกจากร้านคาเฟ่คิตตี้ไม่ทันไร ก็จะเจอร้านถัดมาที่เรียกกันว่า มาถึงฮอกไกโดทั้งทีต้องไม่พลาด LETAO กันนะจ๊ะ เป็นค่าเฟ่ให้นั่งทานและสามารถสั่งกลับได้ซึ่งบางวันอาจจะต้องรอคิวกันสักนิดนึง  สิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามพลาดที่จะลิ้มรส และห้ามพลาดที่จะหิ้วกลับมาเป็นของฝากบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งโดยเด็ดขาด LETAO ที่ควรค่าแก่การทานคือชีสเค้กนั่นเอง สัมผัสลิ้นที่นุ่มละมุน กลิ่นหอมหวาน ให้รสชาติหวานพอดี ลิ้มรสพร้อมกับจิบชาและชมบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ไม่มีอะไรจะฟินไปยิ่งกว่านี้แล้วววว

เดินต่อกันมาอีกนิดให้อาหารก่อนหน้านี้ได้ย่อย ก็จะเดินมาเจอกับร้าน KITAKARO เป็นร้านคาเฟ่ขนมหวาน เมนูที่แนะนำนั้นก็คือ ซูว์ครีม ซึ่งจะคล้ายเอแคล์บ้านเรานั่นเอง แต่เรื่องรสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง อร่อยมากกว่าแน่นอน ซึ่งตัวแป้งด้านนอกนั้นจะให้สัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในตัดกับรสครีมที่หวานละมุนกลมกล่อมชิ้นเดียวไม่เคยพอ มาถึงฮอกไกโดแล้วควรลองทานกันนะคะ ทานที่เมืองไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่ฮอกไกโดจริงๆค่ะ ซึ่งแต่ละมืองจะมีเอลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของมันเอง เพราะฉะนั้นมาแล้วต้องห้ามพลาดค่ะ

ไหนๆก็เดินทางมากับสายของหวานแล้วก็ทานของหวานกันให้เต็มที่จุใจกันไปเลยค่ะ มากันที่ร้านแนะนำร้านสุดท้ายกันค่ะ ร้านนี้ก็คือ คาเฟ่สนูปปี้ เอาใจคนรักสนูปปี้ ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือไอศกรีมนั่นเองค่ะ ซึ่งมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม เป็นซอฟท์ครีมเนื้อนุ่มละมุน ภายในร้านแบ่งเป็นสองชั้น ซึ่งชั้นที่สองจะเป็นโซนร้านอาหาร การตกแต่งร้านก็ไม่พลาดที่จะตกแต่งไปด้วยสนูปปี้ทั้งร้านแน่นอนค่ะ นอกจากอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับสนูปปี้เพื่อเอาใจคนรักสนูปปี้กันด้วยค่ะ มีให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างมากมาย

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว โดยการเป่าแก้วด้วยเทคนิคในแบบต่างๆ จึงทำให้เครื่องแก้วที่ออกมามีรูปแบบและสีที่แตกต่างกัน  ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นี้ยังมีบริการสินค้าหลากหลายชนิด ให้ท่านได้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก ของที่ระลึกกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำลายพิเศษ แจกันดอกได้ กระถางดอกไม้ ของตกแต่งบ้าน พวงกุญแจ และอื่นๆอีกมากมายซึ่งทำมาจากแก้วทั้งสิ้น

ออกมาจากพิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว ของดี ของเด็ด ของเมืองโอตารุ ยังไม่หมดนะจ๊ะ เดินออกมาเล็กน้อยก็จะมองเห็นร้านไอศกรีมที่ชื่อว่า VENETIAN CAFETERIA ร้านนี้มีเมนูยอดฮิตนั่นก็คือ ไอศกรีมสายรุ้ง 7 สีนั่นเอง เป็นซอฟท์ครีม 7 สี เสิร์ฟใส่โคน 7 ชั้น ชั้นละ 1 สี อันได้แก่ องุ่น สตอเบอร์รี่ ชาเขียว เมลอน ช็อคโกแลต นม และลาเวนเดอร์ ด้วยรสชาติที่เข้มข้นของไอศกรีมบวกกับโคนคุกกี้แสนอร่อย ผ่านมาทั้งทีห้ามพลาดนะจ๊ะ

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านค้าปลอดภาษี DUTY FREE สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ทั้งของต่างประเทศและแบรนด์ดังของญี่ปุ่น หรือว่าจะเป็นอาหารเสริมคุณภาพดีซึ่งไม่วามารถหาซื้อจากที่ไหนได้ นอกจากร้านค้าปลอดภาษีเท่านั้น อิสระให้ท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย

ค่ำ        บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิด และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น ปูซูไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ

ที่พัก       โรงแรม RAFFINATO HOTEL SAPPORO หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่       อุทยานโมอาย– ตลาดซัปโปโรโจไก – มิตซุยเอ้าท์เล็ท- ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด– สวนโอโดริ  – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ

เช้า       บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม อุทยานโมอาย ที่ออกแบบโดย Tadao anda สถาปนิกชื่อดังของโลก ก่อสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ไอเดียคล้ายวัฒนธรรมจากโมอายและอียิปต์ ออกแบบรูปร่างตั้งให้อยู่ในภูเขาของดอกลาเวนเดอร์ พระพุทธรูปเป็นแนวคิดโครงสร้างจากการเรียงลำดับของจิตวิญญาณ องค์พระมีชื่อว่า Atama Daibutsu เปิดให้เข้าชมอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา

อุทยานโมอาย มีพื้นที่ประมาณ 540,000 ตารางเมตร มี 40,000 กลุ่มของที่บรรจุอัฐิและรองรับได้ 70,000 กลุ่ม (ชาวญี่ปุ่นไม่มีการฝังศพ ใช้การเผา และจะซื้อที่ดินใว้เก็บ”อัฐิ”เก็บแบบทั้งตระกูลรวมไว้) โมอายแห่งญี่ปุ่น เป็นชื่อที่ผู้คนเรียกขาน เป็นหนึ่งในสุสานที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดซัปโปโรโจไก ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆจำหน่ายอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่นๆในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ อาหารทะเลสดๆเสิร์ฟพร้อมข้าว เรียกว่า donburi

เที่ยง        อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

ขึ้นชื่อว่าตลาดปลา ไม่ได้มีแต่ปลาสดนะจ๊ะ นอกจากจะมีปลาสด ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว อาหารทะเลนานาชนิดแล้ว และยังมีผลไม้ตามฤดูกาลอีกด้วย ที่ตลาดปลาแห่งนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับนั่งทานให้ท่านได้เลือกทานตามอัธยาศัยมากมาย อาหารที่แนะนำก็คือ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ จนถึงหน้าปลาย่าง ซึ่งมีเมนูน่าทาน น่าสนใจ ราคาย่อมเยาว์มากมาย

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET) ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย  จากนั้น นำท่านชมด้านนอกของ ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านก ารใช้งาน มายาวนานกว่า 80 ปีแต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปีพ.ศ. 2512

นำท่านผ่านชม สวนโอโดริ สวนสวยใจกลางเมืองที่ทอดตัวยาวจากตะวันออกไปตะวันตกโดยมีความยาว 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจ สวนโอโดริเป็นที่รู้จักในฐานะสวนสาธารณะแต่ที่จริงแล้วเป็นถนนโดยในปีค.ศ.1871 (ปีเมจิที่ 4) มีการสร้างแนวกันไฟที่แยกใจกลางเมืองซัปโปโรออกเป็นฝั่งเหนือใต้ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถนนชิริเบชิและถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโอโดริ สถานที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสบายๆ ในยามปกติ และยังเป็นที่จัดงานเทศกาลขึ้นชื่อของฮอกไกโดอีกด้วย  สามารถที่จะสนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทุกฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิมีเทศกาลดอกไลแล็ค ฤดูร้อนมีเทศกาล YOSAKOI โซรันและเบียร์การ์เด้น ฤดูใบไม้ร่วงมีเทศกาลออทั่มเฟสซึ่งรวบรวมเอาอาหารของฮอกไกโดมาไว้ และในฤดูหนาวมีเทศกาลหิมะซึ่งพัฒนามาเป็นเทศกาลระดับโลก

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ทานุกิโคจิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งอาเขตบนถนนคนเดินที่มีหลังคามุงบังแดดบังฝนและหิมะ  มีความยาว 7 บล็อกถนน มีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่กว่า 200 ร้านค้า Susukin  มีร้าน BIG CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์,ร้าน100เยน, ร้านUNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น,ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสำอาง

ค่ำ         เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

พักที่        โรงแรม RAFFINATO HOTEL SAPPORO หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า      สนามบินชิโตเสะ – กรุงเทพฯ           

เช้า       บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

09.55 น.      นำทุกท่านเหิรฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ เที่ยวบินที่ XJ 621

15.10 น.    เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…

อัตราค่าบริการ
  กำหนดการเดินทาง   ผู้ใหญ่ห้องละ 2-3 ท่าน พักเดี่ยวเพิ่ม
03 – 07 กรกฎาคม 2562 28,999 8,000
10 – 14 กรกฎาคม 2562 28,999 8,000
17 – 21 กรกฎาคม 2562 28,999 8,000
31 ก.ค. – 04 ส.ค. 2562 28,999 8,000
07 – 11 สิงหาคม 2562 27,999 8,000
14 – 18 สิงหาคม 2562 25,999 8,000
21 – 25 สิงหาคม 2562 25,999 8,000
28 ส.ค. – 01 ก.ย. 2562 25,999 8,000
04 – 08 กันยายน 2562 25,999 8,000
11 – 15 กันยายน 2562 25,999 8,000
18 – 22 กันยนยน 2562 26,999 8,000
25 - 29 กันยายน 2562 25,999 8,000
  ** ราคาเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ 10,000 บาท ***ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3,500 เยน /ทริป/ต่อท่าน***
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.
  • ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  • ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ
  • ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น (เพราะรัฐบาลประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน) **ถ้ากรณีที่ทางรัฐบาลประกาศให้กลับมาใช้วีซ่า ผู้เดินทางจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าเพิ่ม ท่านละ 1,700 บาท**
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)
  • ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3,500 เยน/ทริป/ต่อท่าน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
เงื่อนไขการชำระค่าบริการ
  • นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง
  • นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  • การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง
  • กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  • กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว ***ในกรณีที่วันเดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า15 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า15 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด
  • ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ
  • การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด
  • การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน
เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ
  • ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  • ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า  แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้  ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  • อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
  • มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น
ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง
  • กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  • สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  • ประเทศญี่ปุ่น มีกฎหมายห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพืช และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ เช่น ผัก ผลไม้สด ไข่ เนื้อสัตว์ ไส้กรอกฯ เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อที่จะมาจากสิ่งเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงมาก