ทัวร์ภูฏาน CHILL CHILLดินแดนมังกรสายฟ้า #BHUHH5600

฿

รหัสทัวร์ : BHUHH5600
แต้มสะสม : 15 แต้ม

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

  1. ใส่ชุดพื้นเมืองท่องเที่ยว
  2. นำท่านแวะชม ดอร์ชูลา พาส ช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้
  3. นำท่านชม”เมืองหลวงเมืองทิมพู”เป็นเมืองหลวงของภูฏาน
    • 49900 ฿
    • 53900 ฿
    • 7000 ฿
    • 7500 ฿
SKU:BHUHH5600
Category:
Tags:, , , , , , , , , ,

ทัวร์ภูฏาน CHILL CHILLดินแดนมังกรสายฟ้า

#BHUHH5600

วันที่ (1)  กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู

02.30 น.   คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 7  สายการบิน Druk Air (KB)หรือ Bhutan Airlines (B3)  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระต่างๆ แก่ท่าน

04.30 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร  โดยสายการบิน Druk  Air (KB) KBหรือ Bhutan Airlines (B3)                   

08.10 น.         ถึง…สนามบินแห่งชาติเมืองพาโร (Paro International Airport) ในเวลาท้องถิ่น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว (เวลาที่ประเทศภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นำท่านสู่ตัวเมืองพาโร ..“เมืองพาโร” (PARO)  …เปิดประตูมุ่งสู่ภูฏานดินแดนแห่งสวรรค์ “เมืองพาโร” (Paro) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อยู่ทางตะวันตกของภูฏาน เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาคารประวัติศาสตร์ ที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขาเขียวขจี และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านจำนวน 3 สาย คือ แม่น้ำตอสา แม่น้ำวัง และแม่น้ำพูนาซอง ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก… ท่านชม “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติภูฏาน” (National Museum of Bhutan) (โปรดแต่งกายสุภาพ) ซึ่งตั้งอยู่ใน เมืองพาโร ในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปีค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวม เครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย งานแสดงส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ชมภาพพระบฏ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน  นอกจากนี้ยังมีงานหัตถกรรมที่ใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย ชุดเสื้อเกราะ สัตว์สต๊าฟและดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ นำท่านชมความงดงาม “รินปุง ซอง” (Rinpung Dzong) (โปรดแต่งกายสุภาพ) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “พาโรซอง” (Paro Dzong) ซึ่งแปลว่า ป้อมปราการแห่งอัญมณี เป็นอาคารป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองพาโรเป็นอย่างมาก “พาโรซอง” ถูกสร้างขึ้นโดย ซับดรุง นัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) ในปี ค.ศ. 1644 และหลังจากนั้นก็ได้กลายเป็นที่ยอมรับในฐานะเป็นศูนย์กลางการบริหารและส่วนที่เป็นวัดซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษามากกว่า 200 รูป นอกจากนี้แล้ว พาโรซอง ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Little Buddha ภาพยนตร์สารคดีอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวพุทธต้องไม่พลาด

12.30 น.      รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารพื้นเมือง

13.30 น.      นำท่านเดินทางสู่เมืองทิมพู (THIMPHU) เมืองหลวงของภูฏาน (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง)

เมืองทิมพู โลกแห่งความเป็นจริงของภูฏาน ทิมพูเป็น… จึงเป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญต่างๆ เป็นจุดรวมการค้าขาย มีโรงแรมชั้นนำ ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ รวมถึงมีจำนวนประชากรและนักธุรกิจมากกว่าเมืองอื่นๆ ที่สำคัญคือ ทิมพู เป็นที่ประทับของของสมเด็จพระราชาธิบดี และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งภูฏาน เราสามารถมองเห็นพระราชวังของพระราชาธิบดีได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะว่าไปแล้วหากไกด์ไม่บอก เราก็คงไม่รู้ว่าเป็นพระราชวัง ด้วยมองดูเหมือนอาคารทั่วๆไป ไม่ได้มีความหรูหรา ยิ่งใหญ่ หรือแปลกไปจากอาคารอื่นๆในภูฏานเลย พระราชวังอยู่ใกล้ๆกับทิมพูซอง..ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏาน ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ตลอดสองข้างทาง..จนถึงเมืองหลวงทิมพู

16.30 น.       ชม ทิมพูซอง (Thimphu Dzong) หรือ ตาชิโชซอง (Tashicho Dzong)  (โปรดแต่งกายสุภาพ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล

19.30 น.     รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ โรงแรมในเมืองทิมพู             

 พักที่ ณ  HOTEL RIVERVIEW, THIMPHU หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ (2) ทิมพู- พูนาคา -ทิมพู

07.00 น.   รับประทาน อาหารเช้า ณ โรงแรม

08.00 น.   วันนี้นำท่านสู่มณฑลพูนาคา (Punakha)  เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏาน ห่างจากทิมพูไป 70 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม) สถานที่สำคัญในเมืองนี้คือพูนาคาซอง เป็นซองแห่งที่สองที่สร้างขึ้นในภูฏานโดยซับดรุง นัมเกล เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดเชอรีมาจำพรรษาถึง 600 องค์ มีรูปจำลองของซับดรุง นัมเกล อยู่ในโบสถ์ลามะ เมืองพูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955) สร้างและปกครองโดย ชับดรุง งาวัง นัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) พูนาคาจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของภูฏาน เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาวมานานถึง 300 ปีท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ดำริให้สร้างพูนาคาขึ้นในปี พ.ศ. 2180 โดยก่อนหน้านี้มีวัดที่ท่านงากี รินเซ็น ได้สร้างขึ้นไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.1871 ปัจจุบันจึงกลายเป็นป้อมเล็กและป้อมใหญ่หันหน้าเข้าหากัน ในอดีตท่านคุรุรินโปเชเคยเสด็จมาที่นี่ และพยากรณ์ไว้ว่า “บนขุนเขาด้านที่มีสัณฐานประดุจงวงช้าง บุรุษผู้มีนามว่า นัมเกล จะมาที่นี่”นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ประวัติศาตร์เกิดขึ้นที่นี่หลายครั้ง เช่นในปี 1907 ใช้เป็นสถานที่จัดราชาภิเษกกษัตริย์องค์แรกของภูฏาน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 1 อูเก็น วังชุก (Ugyen Wangchuck) ในปี 1910 ใช้เป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาพูนาคาระหว่างภูฏานกับอังกฤษ ว่าด้วยนโยบายต่างประเทศที่ภูฏานยอมรับการดำเนินนโยบายตามแนวทางอังกฤษ ในขณะที่อังกฤษต้องไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของภูฏานเช่นกัน. ระหว่างทางสองข้าง วิวสวยมาก สามารถมองไปไกลสุดลูกหูลูกตาจนเห็นถึงแนวเทือกเขาหิมาลัย… ระหว่างทางแวะถ่ายภาพซิมโตคาซอง วิทยาลัยแห่งแรกในภูฏาน บนเส้นทางสู่เมืองวังดีโปดรังและปูนาคา จะเป็นทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกับแม่น้ำลำธารใสสะอาด ริมทางอาจเห็นดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) การทำสวนแอปเปิ้ล (ตามฤดูกาล ระหว่างเดือน Jul-Sep) และกงล้อมนตราที่หมุนโดยใช้พลังน้ำ นำท่านแวะชม ดอร์ชูลา พาส (Dorchula Pass)..ระดับความสูง 3,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลเป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในบางวันอาจเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป ชมความงามของ เจดีย์ดรุกวังเยลลาคัง สถูปแห่งชัยชนะ ชม 108 สถูป อนุสรณ์สถานที่มีต่อกองกำลังกลุ่มหัวรุนแรงที่ยึดพื้นที่ทางภาคใต้ของภูฏาน ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกอันตระการตา และยอดเขาต่างๆเรียงรายกัน รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุด อย่างจูโมฮารี ซึ่งมีความสูงถึง 7,328เมตร จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง (พูนาคา)   ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและสายน้ำ ลำธาร…เดินเท้าผ่านหมู่บ้านโลเบซ่า(Lobesa)ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือน้ำด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขา

13.30 น.       นำท่านชมป้อมปราการแห่งพูนาคา (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองพูนาคา สร้างขึ้นในปี 1637 โดยฉับดรุง งาวังนัมเกล  ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น พระราชวังแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่ “Palace of Great Happiness” เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Pho chu และ แม่น้ำ Mo chu ไหลมาบรรจบกัน อีกทั้งเป็นสถานที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล มรณภาพที่นี่ และปัจจุบันก็ได้เก็บรักษาร่างของท่านอยู่ภายในท่านจะได้เห็นลามะ (พระสงฆ์) จำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรมและสวดมนต์ และในปี 1988 ใช้เป็นที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีที่ 4 จิกมี ซิงเย วังชุก (Jigme Singye Wangchuck)และรัชกาลปัจจุบัน อีกด้วย ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับเมืองทิมพู อิสระช้อปปิ้งในเมืองทิมพูในเส้นทางเดิม

ค่ำ     รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ ณ  HOTEL RIVERVIEW, THIMPHU หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ (3) ทิมพู-พาโร

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม แล้ว CHECK – OUT

08.00 น.       นำท่านชม”เมืองหลวงเมืองทิมพู”เป็นเมืองหลวงของภูฏานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 ในสมัยท่านซับดรุง งาวัง นัมเยล เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาพุทธในภูฏานเมืองทิมพูตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง- Wang Chhu (Chhu แปลว่า น้ำ) ในเมืองมีถนนหลายสายตัดขนานไปกับแม่น้ำ และมีถนนเล็กๆแคบๆ อีกหลายสายแยกไปตามจุดๆต่างๆในเมือง ถนนเหล่านี้เป็นเส้นทางคดเคี้ยวไปตามบ้านเรือน และวกวนขึ้นเนินไปยังอาคารทำเนียบรัฐบาล ที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขาในเขตมอติธัง (Motithang) ถิ่นคนรวยภูฏาน ย่านใจกลางเมืองทิมพู มีถนนหลายสายตัดผ่านไปยังศูนย์การค้า Zanto Pelri Shopping Complex อันเป็นที่ชุมนุมของร้านค้าและร้านอาหาร นับเป็นย่านชุมชนใหม่ในเมืองหลวงของภูฏาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณไฟจราจร (ยังใช้ตำรวจจราจรให้สัญญาณมือตรงทางแยกใหญ่ซึ่งมีอยู่เพียง 2 แห่ง) ถนนสายหลักของทิมพู คือ ถนน Norzine Lam (Lam แปลว่าถนน) ที่มีเส้นทางตัดผ่านกลางเมือง สองข้างทางบนถนนสายนี้เป็นที่ตั้งร้านค้าขนาดเล็กของชาวภูฏานและชาวอินเดีย  จุดเริ่มต้นเขาเรา…นำท่าน สักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรมที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก และได้รับความร่วมมือจากเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ บริจาคเงินซื้อที่ดินและสร้างพระพุทธรูปให้แก่รัฐบาลประเทศภูฏานให้ท่านไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลโดยได้ต้นแบบมาจากพระพทุธรปูที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยาประเทศอินเดีย นำท่านชม อนุสรณสถานแห่งชาติ (National Memorial Chorten) หรือมหาสถูปที่พระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 ทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Modernization) เป็นมหาสถูปที่ประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก ซึ่งได้รับสมญาว่า เป็นพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่สร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาพาทุกท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ทุกท่านสามารถถ่ายรูปทำแสตมป์ที่ระลึก อีกทั้งสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฎาน มีให้เลือกหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่าซอง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ ซึ่งดวงตราไปรษณียกรของภูฏานถือเป็นหนึ่งในของน่าซื้อที่ทุกท่านไม่ควรพลาด ชมหอสมุดแห่งชาติ (The National Library) ซึ่งทุกท่านจะได้ชมหนังสือภาพถ่ายของประเทศภูฏานที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆในภูฏานทั้งหมด ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถซื้อเล่มย่อเป็นของที่ระลึกได้ ซึ่งทางหอสมุดจัดจำหน่ายในราคาย่อยเยา นอกจากนี้ท่านยังสามารถหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับประเทศภูฏานอื่นๆได้อีกด้วย

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.00 น      นำท่านเดินทางสู่เมืองพาโร (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งสวรรค์ใดในประเทศภูฏาน (Bhutan) จะงดงามเท่าที่ “เมืองพาโร” (Paro) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อยู่ทางตะวันตกของภูฏาน อยู่ห่างจากเมืองทิมพู (Thimphu) เมืองหลวงของภูฏาน ไปประมาณ 53 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในภูฏานอีกด้วย และ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาคารประวัติศาสตร์ ที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขาเขียวขจี และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านจำนวน 3 สาย คือ แม่น้ำตอสา แม่น้ำวัง และแม่น้ำพูนาซอง ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก

16.00 น.       ถึงเมืองพาโร นำท่านเดินเล่นในตัวเมืองเก่าพาโร และอิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิเช่น งานหัตถกรรม ผ้าทอ ทักกา ภาพเขียนสี งานไม้แกสลัก เครื่องประดับ เครื่องจักรสาน กระดาษสา เป็นต้น ก่อนรับประทานอาหารเย็น

19.00 น       รับประทานอาหาร ค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ ณ  JANKA RESORT  , PARO หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ (4) พาโร (วัดตั๊กซัง)

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

08.00 น.  ไฮไลท์ การเดินทางขึ้นไป วัดตั๊กซังอันศักดิ์สิทธิ์  จะต้องใช้สองเท้าบวกพละกำลัง และแรงศรัทธา อย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ขัดขวางนักท่องเที่ยวหรือชาวพุทธแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งท้าทายให้นักท่องเที่ยวอยากพิชิตยอดเขาสูงเพื่อไปถึงวัดทักซังสักครั้ง เชื่อเลยว่าภาพที่เห็นตรงหน้าจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากแน่นอน นำท่านเดินเท้า (หรือขี่ม้า) ขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น 2 ช่วงใช้เวลาช่วงละประมาณ ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆนับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์1ใน10ของโลกและมีความสำคัญที่สุดของชาวภฏูาน ….นำท่านแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของ วัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูงดื่มชากาแฟทีจุดชมวิวTaktshang Cafeในช่วงที่ 1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน) และออกเดินทางต่อ…ท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง (เดินประมาณ 1 ช.ม.) การเดินขึ้นไปถึงวัด ตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจอากาศบนที่สูง ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000 เมตร อากาศเบาบางท่านจะไม่คุ้นเคยและจะทำให้เหนื่อยง่ายท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กุรณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแลและจัดสรรรายการอื่นให้ต่อไป วัดตั๊กซัง (Taktshang Lhakhang) หรือวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้า13วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผา..นำท่านขึ้นนมัสการ…วัดทักซัง หรือวัดรังเสือ (Tiger’s Nest in Bhutan) วัดเก่าแก่ที่มีความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์ความงดงามในเมฆหมอกหิมาลัยเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 ในเขตปาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เองทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม…. มีตำนานเล่าว่า” ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นมี คุรุรินโปเซ (Guru Rinpoche) ซึ่งสามารถจำแลงกายเป็นเสือได้มาอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผลผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สมบัติล้ำค่าทางพระพุทธศาสนาและทางประวัติศาสตร์ได้มอดไหม้ไปด้วย……อย่างไรก็ตามการบูรณะครั้งใหม่ก็ไม่ทำให้ชาวพุทธต้องผิดหวัง ด้วยความวิจิตรงดงามของตัววัดทั้งภายในและภายนอกนั้นยังเป็นที่กล่าวขานของนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนวัดทักซัง

12.30 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café (อาหารมังสวิรัติ)

17.00 น.       นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาหรือวัดรังเสือกลับสู่ที่พักอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

18.30 น.       พิเศษ.. ชมโชว์การแสดงทางวัฒนธรรมของชาวภูฏาน หรือระบำหน้ากากเทซู  นาฏศิลป์ภูฏานในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศภูฏาน

19.30 น.       รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ โรงแรม

พักที่ ณ  JANKA RESORT , PARO หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ห้า พาโร -กรุงเทพฯ

07.00 น       รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ได้เวลาอันสมควรเดินทางไปสนามบิน

10.00 น.       นำท่านไปชมวัดคิชู  วัดคิชู (Kytchu Lhakhang) Lhakhang-ลาคัง แปลว่า วัดภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานลัทธิตันตระหรือลามะ และถือเป็นศาสนาประจำชาติ วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบตและในพระอุปถัมภ์ของพระราชชนนีโดยท่านจะมาทำบุญและวิปัสสนาที่วัดนี้เป็นประจำภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงามในรูปทิเบต

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.00 น.       หลังจากนั้นเดินทางสู่สนามบินพาโร เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

16.05 น.       เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Druk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB…หรือ Bhutan Airlines (B3) B3…

21.20 น.      ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจไม่รู้ลืม…

 

กำหนดการเดินทาง จำนวนผู้เดินทาง 10-15 ท่านขึ้นไป   ผู้ใหญ่/ท่าน (ห้องละ 2 - 3ท่าน) พักเดี่ยวเพิ่ม
14-18 มี.ค.62 / 23-27 พ.ค.62 20-24 มิ.ย.62 / 18-22 ก.ค.62 22-26 ส.ค.62 / 19-23 ก.ย.62 49,900 7,000.-
สงกรานต์: 13-17 เม.ย.62 24-28 เม.ย.62 53,900 7,500.-
23-27 ต.ค.62 / 21-25 พ.ย.62 ปีใหม่: 28 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63 53,900 7,500.-
  เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน ทัวร์ภูฐาน มัดจำเป็นจำนวนเงิน 25,000 บาท/ท่าน พร้อมส่งสำเนาหน้าหนังสือเดินทาง แสกนสีให้ชัดเจนส่งทางเมลหรือไลน์ หลังการจองภายใน 3 วันส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางภายใน 25 วัน และส่งมอบเอกสารการเตรียมการยื่นขอวีซ่าตามที่กำหนด ***
  • หมายเหตุ: อนึ่งกรุณาแฟกซ์หลักฐานการโอนเงินมาที่เบอร์ 02-235-9298 กด 16 หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯทราบถึงการโอนเงินของท่านทางโทรศัพท์หากท่านไม่สามารถแฟกซ์ได้จักเป็นพระคุณยิ่ง Passport มาที่บริษัทฯกรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 25 วันก่อนการเดินทางหากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากเป็นกฎของสายการบินหากวางเงินมัดจำที่นั่งแล้วเสมือนออกตั๋วไม่สามารถ Refund ได้ทุกกรณี
ในกรณีที่ท่านโอนเงินจากต่างจังหวัด****ราคาทัวร์ดังกล่าวไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการของธนาคารนะค่ะ

ภูมิอากาศ    เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศขนาดเล็ก ลักษณะภูมิอากาศจึงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบ กึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบหนาวเทือกเขา

  • อุณหภูมิ กลางวัน 14–23 องศาเซลเซียส   กลางคืน 5 – 15  องศาเซลเซียส
มี 4 ฤดู คือ
  • ฤดูใบไม้ผลิจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
  • ฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ช่วงนี้อาจจะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม ฟ้าใส
  • ฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนช่วงนี้อากาศจะเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส
  • ฤดูหนาวจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม- กุมภาพันธ์ อากาศจัดเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า และจะมีหมอกหนา บางครั้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง
อัตราค่าบริการรวม :
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-พาโร-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัดโดยสายการบินดรุ๊กแอร์
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
  • ค่าวีซ่านักท่องเที่ยว
  • ค่าที่พักโรงแรม โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (พักห้องละ 2-3 ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท) เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าพาหนะระหว่างการนำเที่ยวตามรายการระบุตลอดการเดินทาง
อัตราค่าบริการไม่รวม :
  • ค่าขี้ม้าขึ้นวัดตั๊กซัง 20 เหรียญ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน(ถ้ามี)
  • ค่าจัดทำหนังสือเดินทางและค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 30 กิโลกรัม ต่อท่าน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการเช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถ 20 USD / ท่าน ตลอดทริปการเดินทาง
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยขึ้นอยู่กับความประทับใจของท่าน
  • ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
เงื่อนไขการให้บริการ   
  1. ท่านควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน สำหรับช่วงวันหยุดเทศกาล
    • กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด **เฉพาะช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลหรือวันหยุดยาว****
(ยกเว้น กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำกับสายการบิน)**
  • กรณียกเลิกการเดินทางก่อน 30 วัน เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
  • กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจริง
  • กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 7 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
  • อัตราค่าบริการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆระหว่างการเดินทางถ้าท่านแยกตัวออกจากคณะทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินหรือลดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น
  1. โรงแรมที่ภูฏานส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากรัฐบาลภูฏาน (โรงแรมหรูระดับ5ดาวมีประมาณ 2-3 แห่งในภูฏานซึ่งราคาสูงมาก)
  2. เนื่องจากภูฏานมีอากาศเย็นตลอดปี โรงแรมในภูฏานจึงไม่มีแอร์ มีแต่ฮีตเตอร์ ในห้องพัก
  3. รายการอาหารในภูฏานมีไม่หลากหลายดังนั้นอาหารส่วนใหญ่จึงเหมือนกันจึงควรเตรียมอาหารสำรองไปด้วยเพื่อช่วยลดความเบื่อหน่ายในรสชาติของอาหาร
  4. การชำระค่าทัวร์ต้องชำระค่าทัวร์ก่อนเดินทาง20วันก่อนเดินทางเพื่อทางรัฐบาลภูฏานจะออกเอกสารวีซ่าให้
  5. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน และการปรับค่าโดยสารของสายการบิน
  6. ราคาดังกล่าวจะต้องออกตั๋วจากประเทศภูฏาน
  7. การจองตั๋ว Druk Air /Bhutan Airlines จะต้องออกตั๋วภายใน 24 ชั่วโมงหลังที่นั่งConfirm ตั๋วออกแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือ Refund ตั๋วได้
ข้อความซึ่งถือเป็นสาระสำหรับท่านผู้มีเกียรติซึ่งร่วมเดินทางกรุณาอ่านหมายเหตุให้ละเอียดทั้ง 7 ข้อ
  1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย ไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
  2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
  3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  4. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
5.การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย 6.ตั๋วเครื่องบินเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถ Refund ได้ทุกกรณี โดยเงื่อนไขของสายการบินกำหนด
  1. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน ตามที่บริษัทกำหนด ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการปรับราคา หรือ ยกเลิกการเดินทางเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง
*** ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น *** ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) และห้องคู่(Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน ทั้งนี้การขอสงวนสิทธิดังกล่าว บริษัท จะยึดถือและคำนึงถึงผลประโยชน์ตลอดจนความปลอดภัยของท่านผู้มีเกียรติ ซึ่งร่วมเดินทางเป็นสำคัญ   เอกสารประกอบการขอวีซ่า ประเทศภูฏาน ส่งมอบให้บริษัทภายใน 10-15 วัน เพื่อส่งขอยื่นเป็นวีซ่ากรุ๊ป   1.หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง (เล่มที่ใช้เดินทางจริง)  
  • การเข้าไปท่องเที่ยวในภูฏาน นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับบริษัททัวร์เพื่อให้ดำเนินการขอ Visa วีซ่าจะถูกดำเนินการโดยบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องในภูฏานหรือบริษัทนำเที่ยวที่อยู่ในประเทศของท่าน เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่ามีเพียงแค่หน้าถ่ายเอกสารหนังสือเดินทาง วีซ่าของท่านจะถูกดำเนินหลังทันทีเมื่อบริษัทนำเที่ยวที่ท่านเลือกใช้บริการจ่ายเงินค่าแพ็คเก็จเต็มจำนวนไปยังการท่องเที่ยวภูฏาน นั้นหมายความว่าท่านต้องทำการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนที่จะมีการดำเนินการเรื่องวีซ่า (นี้เป็นกระบวนการที่บริษัททัวร์แต่ละแห่งจะแจ้งให้ท่านทราบ) หากท่านทำการซื้อทัวร์กับบริษัทในประเทศไทยท่านอาจจะได้รับวีซ่าภายใน 10-15 วันหลังจากที่มีการชำระค่าโปรแกรมทัวร์ทั้งหมด ในใบอนุญาตจะมีเลขรหัสสำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ภูฏานในเวลาที่เดินทางเข้าประเทศทางอากาศที่สนามบินพาโร