ทัวร์ยุโรป เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน #EURDD6102

฿

รหัสทัวร์ : EURDD6102
แต้มสะสม : 20 แต้ม

      จุดเด่นของโปรแกรม   

1.นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าพระราชวังนิมเฟนบูร์ก 

2.นำท่านชมเมืองซาลบูร์กที่มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมบาร็อค 

3.นำท่านชมสวนมิราเบล ภายในบริเวณวังมิราเบล 

แต้มสะสม 20 แต้ม

    • 49900 ฿
    • 49900 ฿
    • 49900 ฿
    • 39900 ฿
    • 39900 ฿
    • 39900 ฿
    • 10000 ฿
SKU:EURDD6102
Category:
Tags:, , , ,

ทัวร์ยุโรป เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน #EURDD6102

มิวนิค จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ ซาลบูร์ก วังมิราเบล หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ อินส์บรูค ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน ซูริค

กำหนดการเดินทาง มีนาคม-เมษายน 2561

วันแรก    กรุงเทพฯ  

  •    17.00 น. พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
  • 20.35 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง  ดูไบ-มิวนิค-สนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า-BMW Welt-พระราชวังนิมเฟนบูร์ก -จัตุรัสมาเรียน

  • 00.50 น. ถึงสนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 03.30 น. เดินทางสู่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 53(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
  • 07.10 น. ถึงสนามบินเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าสนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า นำท่านผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิคที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเมื่อ ปี ค.ศ. 1972 นำท่านเดินทางสู่ BMW WELT อาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ออกแบบเป็นรูปเมฆภายในจัดแสดงรถยนต์รุ่น ใหม่ทุกรุ่นของบีเอ็มดับบลิว อิสระท่านเลือกซื้อของที่ระลึกของบีเอ็มและมินิคูเปอร์
  • กลางวัน   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าพระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace) เป็นวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ผู้ปกครองบาวาเรีย ผู้ริเริ่มสร้างปราสาทคือเฟอร์ดินานด์ มาเรีย เจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรียและเฮ็นเรียตตา อเดลเลดแห่งซาวอยตามแบบของสถาปนิกอากอสติโนบาเรลลิในปี ค.ศ. 1664 หลังจากทรงมี พระโอรสองค์แรก, แม็กซิมิลเลียน ที่ 2 เอ็มมานูเอลเจ้าชาย อีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย ส่วนกลางของวังสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1675 ก่อนขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์ ฯลฯ นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียน ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่ส าคัญของมิวนิค เซ่น ศาลาว่าการเก่า  ในรูปแบบศิลปะโกธิค, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Best Western Munich Airport Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม    ซาลบูร์ก-สวนมิราเบล-บ้านเกิดโมสาร์ท

  • เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองซาลบูร์ (Salzburg) ออสเตรียซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ออสเตรีย เนินภูเขาหญ้า สลับทะเลสาบตลอดเส้นทาง นำท่านชมเมืองซาลบูร์กที่มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมบาร็อค ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะบริเวณเมืองเก่าจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 ซาลบูร์กตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซาลซัค (Salzach) และมีอาณาเขตติดกับเทือกเขา แอลป์ และยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกในศตวรรษที่ 18 นามว่าวูล์ฟกัง อามาเดอุส โมสาท (Wolfgang Amadeus Mozart) และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำของThe Sound of Music ภาพยนต์เพลงที่ยิ่งใหญ่ของฮอลิวู๊ด
  • กลางวัน   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมสวนมิราเบล ภายในบริเวณวังมิราเบล ที่มีการจัดสวนในสไตล์ บาร็อกที่โด่งดังให้ท่านเก็บบันทึกภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึก นำท่านข้ามแม่น้ำซาลส์ซัคสู่ย่านเมืองเก่าและแวะบันทึกภาพปราสาทโฮเฮ็นซาลบูร์ก ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเหนือเมืองเก่า ต่อจากนั้นนำท่านชมบ้านเลขที่ 9  ถนน Geteidegasse แล้วอิสระให้ท่านชมร้านค้าที่รายเรียงอยู่สองข้างทางถนนคนเดินหรือจะแวะสักการะมหาวิหารของซาลบูร์ก ที่ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสกลางเมืองเดินเที่ยวชมเมืองเก่าแถวบ้านเกิดของโมสาร์ทซึ่งเป็นส่วนที่เป็นมรดกโลกยูเนสโก้จดทะเบียนเมื่อปี ค.ศ.1996 ซึ่งก็เป็นปีเดียวที่ขึ้นทะเบียนให้ส่วนที่เป็นพระราชวังเชิร์นบรุนน์เมืองนี้ดูๆ อะไรก็     โมสาร์ทไปหมด เพราะไม่ว่าช็อกโกแลตของที่ระลึกนับร้อยชนิดร้อยอย่างก็ ตรารูปโมสาร์ทไป หมดทั้งสิ้น
  • ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Austria Trend Salzburg West Hotel หรือ    ระดับเดียวกัน

วันที่สี่    ฮัลล์สตัทท์-อินส์บรูค-หลังคาทองคำ

  •   เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวยงามราวกับภาพวาดกล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน
  • กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอินซึ่งคำว่า “อินส์บรูคนั้น” แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอินมีลักษณะแคบๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Ramada Innsbruck Tivoli Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า    ฟุสเซ่น-ปราสาทนอยชวานสไตน์  

  • เช้า     บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Füssen) เมืองชนบทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดถนนสายโรแมนติกเคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณเมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดนออสเตรียมีความงดงาม  ทางด้านทัศนียภาพอันเป็นที่กล่าวถึงชมทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขา
  • กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขา สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือเกาะแก่งของแม่น้ำพอลลัทเป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาวตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลงแตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้เพิ่งได้รับขนานนามว่า นอยชวานสไตน์ ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886  เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง วอล์ทดิสนีย์ ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนีไปเป็นปราสาทในเทพนิยายอันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก  ณ Euro Park Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก     ลูเซิร์น-รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน-สะพานไม้ชาเปล-น้ำตกไรน์

  • เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่าหลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์ แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม นําท่านชมรูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของ สวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่ เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
  • กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นําท่านชมและแวะถ่ายรูปกับสะพานไม้ชาเปล หรือสะพานวิหาร  (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่นํ้ารอยซ์เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปีเป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียวสะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณเชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางนํ้า จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมากต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด นําท่านเดินทางสู่น้ำตกไรน์เพื่อชมนํ้าตกที่สวยงามและนับว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป กว้างประมาณ 150 เมตรและสูงประมาณ 20 เมตร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
  • 21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 86 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด    ดูไบ-กรุงเทพฯ          

  • 07.10 น.     เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 09.30 น.    ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 372  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
  • 18.40 น.    เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
กำหนดการเดินทาง ราคา
ธันวาคม 29 ธ.ค. 60 – 4 ม.ค. 61 30 ธ.ค. 60 – 5ม.ค. 61 49,900
กุมภาพันธ์ 14 – 20 / 28 ก.พ. – 6 มี.ค. 2561 39,900
มีนาคม 15 – 21 / 30 มี.ค. – 5 เม.ย 2561 39,900

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
การยกเลิกและคืนค่าทัวร์
  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด.
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-45 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  5. ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 20 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  1. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  1. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
 เอกสารในการขอยื่นวีซ่าประเทศเชงเก้นระยะเวลาในการยื่น 15 วันทำการ ผู้เดินทางต้องมาสแกนลายนิ้วมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย
  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว(แบบหน้าใหญ่) จำนวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน / หรือสำเนาบัตรข้าราชการ / สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  4. ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด
  5. กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯย้อนหลัง 6 เดือน
  6. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน (นับจากวันปัจจุบันในวันที่ยื่นวีซ่า) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา **สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
  7. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  8. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา (ตัวจริง) เท่านั้น
  9. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดาท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องทำจดหมายยินยอม โดยที่บิดา, มารดา และบุตรจะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงค์ในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง
  10. รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ,นามสกุล,วันเดือนปีเกิด,ญาติพี่น้อง,สถานที่เกิด และจำนวนบุตรของผู้เดินทาง
  11. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
  12. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯเรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  13. การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น ถึงสามารถดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้
** เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และทางบริษัทไม่มีนโยบายรับแปลเอกสาร หากท่านต้องการให้ทางเราดำเนินการแปลเอกสารให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมฉบับละ 500 บาท **