ทัวร์ลาว เจาะลึกทุ่งไหหิน เวียงจันทน์5วัน #LAOPH3905

฿

รหัสทัวร์ : LAOPH3905
แต้มสะสม : 10 แต้ม

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

  1. ชมตลาดเช้าน้ำท้องถิ่น(น้ำหง่ำ) สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน
  2. ชมอนุสรณ์สถานแห่งความโหดร้ายของสงครามปลดปล่อยชาติลาว
  3. ชมสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดโพนสะหวัน
    • 18900 ฿
    • 18900 ฿
    • 18900 ฿
    • 3500 ฿
SKU:LAOPH3905
Category:
Tags:, , , ,

ทัวร์ลาว เจาะลึกทุ่งไหหิน เวียงจันทน์5วัน #LAOPH3905

วันแรก       สถานีรถไฟสามเสน-หนองคาย

19.30 น.      คณะพร้อมกันที่จุดนัดพบ… สถานีรถไฟสามเสน เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก เรื่องสัมภาระ

20.14 น.      ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคาย โดยรถไฟตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 อิสานมรรคา ขบวนที่ 25 พัก ผ่อนอิสระตามอัธยาศัย 

วันที่สอง  สถานีรถไฟหนองคาย-สะพานมิตรภาพไทย-ลาว-ท่านาแล้ง-วัดพระบาทโพนสัน       ปากกะดิ่ง-เมืองปากซัน-บ้านท่าสี-บ้านทาโทม-บ้านหลวง-เมืองคูน-วัดเพียวัด-วัดสีพรม ทุ่งไหหิน 1-เมืองแปก(โพนสะหวัน)แขวงเชียงขวาง

05.00 น.     ตื่นรับอรุณยามเช้า บริการอาหารเช้าบนรถไฟ

06.45 น.     คณะถึงสถานีรถไฟหนองคาย เก็บสัมภาระเรียบร้อย แล้วนำท่านเช็คอินขึ้นรถไฟโดยสารระหว่างประเทศ หนองคาย-ท่านาแล้ง

07.30 น.    เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว สู่สถานีรถไฟท่านาแล้ง(สปป.ลาว)

07.45 น.  ถึงสถานีรถไฟท่านาแล้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ไกด์ท้องถิ่นรอรับคณะแล้วนำท่านขึ้นรถตู้ปรับอากาศ หรือรถบัสปรับอากาศ(แล้วจำนวนสมาชิก) เดินทางเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 13 ใต้ รถวิ่งผ่านบ้านปากงึม ซึ่งแม่น้ำงึมไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ระหว่างทางแวะกราบไหว้าพระพระพุทธรูปที่วัดพระบาทโพนสัน เพื่อเป็นศิริมงคล จากนั้นเดินทางต่อ รถวิ่งผ่านปากกะดิ่ง รถวิ่งข้ามสะพานแม่น้ำซัน เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดบึงกาฬ ประเทศไทย เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 7 ไปยังเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง เมืองโพนสะหวัน ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวบ้านระหว่างทาง

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน…

บ่าย      เดินทางต่อสู่เชียงขวาง รถวิ่งผ่านเมืองบอริคัน บ้านผาเมือง บ้านห้วยคูน บ้านทุ่งใหญ่ บ้านท่าสี นำท่านแวะเข้าห้องน้ำที่บ้านท่าสี จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวบ้านระหว่างทาง ท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระกานตาของทิวเขา รถวิ่งผ่านบ้านปากยอง บ้านขี้นุ่น บ้านปู้ บ้านท่าสามคอน บ้านท่าเวียง บ้านเวียงทอง บ้านทาดทม เชียงดง สองเสี้ยว บ้านหลวง เมืองคูน ซึ่งในอดีตเป็นเมืองเก่าของแขวงเชียงขวาง ช่วงสงครามอินโดจีน เมืองคูนแห่งนี้ถูกอเมริการะดมทิ้งระเบิดอย่างนัก จนวัดอารามที่สวยงามพังทลายจนหมดสิ้น ส่วนอาคารทูตฝรั่งเศสนั้นแม้จะจะได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดไม่น้อจแต่ก็ยังคงอยู่รอดมาได้   ส่วนตึกบางแห่งที่เหลือแต่เพียงซากปรักหักพัง ทางการลาวยังคงสภาพเดิมเอาไว้เพื่อให้ชาวลาวรุ่นหลังได้เห็นพิษภัยความหายนะของสงครามที่เกิดขึ้นในอดีตหลังสงคราม อินโดจีนสิ้นสุดลง ทางการลาวได้ทำการย้ายเมืองหลวงจากเมืองคูนมาอยู่ที่เมืองโพนสะหวันในปัจจุบันนี้  นำชมเจดีย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ภายในตัวเมืองคูนเมืองหลวงเก่าของแขวงเชียงขวางจะเห็นวัดอยู่แห่งหนึ่ง ตั้ง อยู่ติดริมถนนทางด้านซ้ายมือมีชื่อว่าวัดเพีย มีอายุเก่าแก่ 644 กว่าปี วัดเพียแปลเป็นภาษาไทยว่า วัดใหญ่ คำว่าเพียแปลว่าใหญ่ ตัวพระอุโบสถมีแต่เพียงซากปรักหักพังซึ่งเกิดจากพิษภัยของสงครามคงเหลือแต่พระพุทธรูปปางสมาธิที่ทำมาจากปูนความสูงประมาณ 10 เมตร ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองคูนและประชาชนลาวทั่วไป ด้านข้างมีกุฏิพระใช้เป็นที่จำพรรษาของภิกษุสามเณร ก่อนถึงวัดเพียประมาณ 100 เมตร จะมีทางแยกลูกรังซ้ายมือเข้าไปยังพระธาตุฝุ่น ระยะทางประมาณ 200 เมตร เป็นพระธาตุเก่าแก่องค์หนึ่งในเมืองคูน รอบฐานองค์พระธาตุฝุ่นจะสมบูรณ์ไปด้วยดอกบัวตองหรือที่ชาวลาวเรียกว่า ดอกบัวขม ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งรอบฐานองค์พระธาตุฝุ่น จากนั้นชมวัดสีพรมชึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่ง สร้างพร้อมๆ กันกับวัดเพียวัด ริมถนนทางเข้าพระธาตุคือตลาดเมืองคูน เป็นตลาดขนาดเล็กที่มีชนเผ่าต่างๆ นำผลผลิตทางการเกษตรและของป่ามาวางขายริมถนนราคาถูก ชาวลาวในเมืองคูนมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันพอสมควร สงครามต้านจักรพรรดิ์ต่างชาติ เมืองพวนก็เคยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ของแขวงเชียงขวาง และมีสถานที่โบราณมากมายหลายแห่ง เช่น วัดธาตุจอมเพ็ชร วัดธาตุฝุ่น ฯลฯ ซึ่งแต่ละวัดดังกล่าวนั้นตามกาลเล่าของคนเฒ่าคนแก่ว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นก่อนสมัยเจ้าฟ้างุ้ม ประ มาณ 200 กว่าปี ตามการเล่านิทานของผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่า เมื่อก่อนมีการแข่งขันกันระหว่างผู้หญิง และผู้ชาย เพื่อสร้างวัด ว่าใครจะมีความสามารถสร้างได้เสร็จเร็วกว่ากัน ซึ่งฝ่ายหญิงได้สร้าง วัดเพียวัด และธาตุวัดจอมเพ็ชร ส่วนฝ่ายชายสร้างวัดสีพรม ผลสุดท้ายฝ่ายหญิงสามารถสร้าง สำเร็จก่อนฝ่ายชายรื่องจากฝ่ายชายพูกล้างความลับจากฝ่ายหญิง สำหรับธาตุฝุ่นที่สร้างไว้บนจอมภูนั้น สร้างไว้เพื่อบรรจุเถ้าอังคารของพระพุทธเจ้าและมีสิ่งของที่สำคัญหลายอย่างบรรจุอยู่ในธาตุดังกล่าว ภายหลังถูกสงครามทำลายหักพังไปก็มีคนไปลักลอบขุดค้นเอา สิ่งของสำคัญไปจนหมด ซึ่งในปัจจุบันยังคงเหลือไว้เพียงซากหักพังเท่านั้น ภายหลังสงครามปี 1968 สถานโบราณดังกล่าวตลอดจนบ้านเรือนของประชาชนทั้งหมดก็ได้ถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย เหลือไว้แต่ซากหักพังเพื่อเป็นสิ่งแสดงให้เห็นความโหดร้ายของสงคราม ปัจจุบันได้มีการบูรณะก่อสร้างซ่อมแซมขึ้นใหม่ จากนั้นเดินทางสู่เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง  แล้วนำชมทุ่งไหหิน ทุ่งที่ 1 บนที่ราบสูงทุ่งกว้างใหญ่ หินมีหลากหลาย เป็นหินตั้ง เสาหิน ฝาหินแท่น หินรู หินเสมา หินไหหิน ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เรียงรายหลาบร้อยใบ ใบใหญ่สุดสูงถึง 2–3 เมตร ส่วนใบเล็กที่สุดสูงประมาณเมตรเดียว ภายในไหถูกคว้านตรงกลางให้เป็นโพรง ดูจุดประสงค์การคว้านแล้วเหมือนตั้งใจจะใส่อะไรสักอย่าง ทุ่งไหหิน 1 มีจำนวน 298 ใบ บางไหมีการทำปากไห มีรูปแกะสลักหิน มีฝาไห แต่ส่วนใหญ่เป็นไหเปล่า ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ  สันนิษฐานว่า ไหหินเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในพิธีศพของคนเมื่อประมาณ 3,000 ปีที่แล้ว ข้อสนับสนุนสันนิษฐานนี้ค่อนข้างจะเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะมีการค้นพบกระดูกคน ที่เผาแล้วและเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ ที่มักใช้ในพิธีศพบรรจุอยู่ในไหหิน นอกจากนี้นักโบราณคดียังค้นพบเถ้าถ่านที่เข้าใจว่าเป็นกระดูกมนุษย์และสิ่งอื่นๆ เช่น ขวาน หินขัด ลูกปัดแก้ว เครื่องปันดินเผา เครื่องประดับสำริด และเครื่องมือเหล็กในบริเวณโดยรอบด้วย ส่วนข้อสันนิษฐานหนึ่งว่ากันว่า ไหหินเหล่านี้เป็นไหเหล้าเจือง ครั้งเมื่อทำสงครามกับพวกแกวและตีเอาเมืองเชียงขวางจากพวกแกวได้ก็ทำการฉลองชัยชนะอยู่ที่ทุ่งเชียงขวางนี้ถึง 7 เดือน ในการนี้ขุนเจืองสั่งทำไหเหล้าเลี้ยงไพร่พลเป็นอันมากและไหเหล่านั้นก็คือไหเหล้าที่ทุ่งไหหินนี้เอง ส่วนข้อสันนิษฐานสุดท้ายว่าไหหินเหล่านี้น่าจะเป็นอย่างเดียวกับหินตั้งลักษณะแปลกๆ ทั่วโลก เช่น STONE HENGE ที่มีลักษณะร่วมอย่างหนึ่งคล้ายคลึงกันคือ เป็นหินตั้งกลางแจ้งมองเห็นได้เด่นชัด เชิญถ่ายภาพอิสระตามอัธยาศัย

ค่ำ       ถึงบ้านโพนสะหว่าง เมืองแปก(ชื่อเดิม) ชื่อใหม่ เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง  เมืองที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-800 เมตร ซึ่งมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี งดงามด้วยทิวเขาสูง แล้วนำท่านเข้าที่พัก PHUVIENGKHAM HOTEL หรือเทียบเท่า พักผ่อนอิสระ จากนั้นรับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนอิสระ

วันที่สาม    ตลาดเช้าท้องถิ่น-เมืองคำ-ถ้ำปิ่ว(ถ้ำประวัติศาสตร์)-ศูนย์หัตถกรรมบ้านนาวังตลาดโพนสะหวัน-ทุ่งไหหิน 2 และทุ่งไหหิน 3

06.30 น.     รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

07.30 น.     นำท่านไปชมตลาดเช้าน้ำท้องถิ่น(น้ำหง่ำ) สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านพร้อมกับชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระตามอัธยาศัย

08.10 น.     ออกเดินทางสู่ถ้ำปิว เขตเมืองคำ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโพนสะหวันประมาณ 70 กิโลเมตร นำชมอนุสรณ์สถานแห่งความโหดร้ายของสงครามปลดปล่อยชาติลาว ภายในถ้ำแห่งนี้ชีวิตชาวบ้านบริสุทธิ์ต้องมาจบชีวิตพร้อมกันถึง 374 ชีวิตภายในวินาทีเดียว ได้เวลาสมควรเดินทางกลับสู่เมืองโพนสะหวัน แล้วชมศูนย์หัตถกรรมนาวัง สินค้าที่ทำจากไม้โลงเลง ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอมเลี่ยงชื่อ มีเฉพาะที่แขวงเชียงขวางเท่านั้น

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวันร้าน…

บ่าย          นำท่านช้อปปิ้งและชมสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดโพนสะหวัน เลือกซื้ออิสระตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรเดิน ทางไปชมทุ่งไหหิน 2 ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง 25 กิโลเมตร วิวทิวทัศน์สวยงามไม่แพ้ทุ่งที่ 1 อยู่บนเนินเขา มีจำนวน 90 ใบ เชิญท่านเลือกมุมถ่ายภาพอิสระ จากนั้นไปชมทุ่งไหหิน 3 อยู่ห่างจากทุ่งไหหิน 2 ประ มาณ 10 กิโลเมตร ต้องเดินผ่านทุ่งนา วิวทิวทัศน์สวยงามอีกแบบหนึ่ง มีจำนวน 150 ใบ เชิญถ่ายภาพตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรเดินทางกลับเมืองโพนสะหวัน

ค่า     รับประทานอาหารค่ำที่ร้าน… หลังอาหารอิสระ พัก PHUVIENGKHAM HOTEL หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่    ตลาดเช้าท้องถิ่น-โพนสะหวัน-บ้านหนองตั้ง-บ้านน้ำจัด-บ้านเวียงใหม่-สายแยก    พูคุน-เมืองกาสี-ผาตั้ง-เมืองวังเวียง-ถ้ำจัง-ล่องเรือแม่น้ำซอง

06.00 น.   นำท่านไปชมตลาดเช้าน้ำท้องถิ่น สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน พร้อมกับชมและเลือกสินค้าพื้นเมืองอิสระ

06.30 น.    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

07.30 น.   นำชมตลาดเช้าน้ำท้องถิ่น สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน พร้อมกับชมและเลือกสินค้าพื้นเมืองอิสระ  ได้เวลาสมควรอำลาเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง เดินทางสู่เมืองวังเวียง ท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของทิวเขา ไร่นาแบบขั้นได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ไทลือ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่สองข้างทาง ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ รถวิ่งไต่เขาบนถนนลอยฟ้าที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร เส้นทางคดโค้ง ลัดเลาไปตามไหล่เขา สองข้างทางมีหมู่บ้านชาวเขาปลูกอยู่ริมถนนเป็นระยะ ท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระกานตาของทิวเขา ไร่นาแบบขั้นได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ไทลือ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่สองข้างทาง ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างทางผ่าน ภูเบี้ย ศาลาพูคูณ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดและแบ่งเขต 3 แขวง คือ แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง แขวงเวียงจันทน์

บ่าย       ถึงเมืองพูคูน รับประทานอาหารเที่ยงร้านพูคูนเพียงฟ้า  ซึ่งสมารถชมวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบ 360 องศา หลังอาหารเดินทางต่อสู่เมืองวังเวียง ตามเส้นทางหมายเลข 13 ใต้ วังเวียงเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยสดงดงาม อากาศเย็นสบาย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย     โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง    วังเวียงได้ฉายาว่า “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” จริงเท็จแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กัน รถวิ่งไต่เขาบนถนนลอยฟ้าที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร เส้นทางคดโค้ง ลัดเลาไปตามไหล่เขา สองข้างทางมีหมู่บ้านชาวเขาปลูกอยู่ริมถนนเป็นระยะ ท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระกานตาของทิวเขา ไร่นาแบบขั้นได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวม้ง ไทลือ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่สองข้างทาง ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างทางผ่าน ภูเบี้ย ศาลาพูคูณ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดและแบ่งเขต 3 แขวง คือ แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง แขวงเวียงจันทน์

16.00 น.       ถึงเมืองวังเวียง “กุ้ยหลินเมืองลาว” นำชมถ้ำจัง ซึ่งเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย และพระพุทธรูปอยู่ภายในถ้ำ ชมวิวทิวทัศน์บนถ้ำ จะมองตัวเมืองวังเวียงอย่างชัดเชน  เชิญถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก แล้วนำท่านลงเรือล่องแม่น้ำซอง ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งริมแม่น้ำซอง เก็บภาพความงดงามและประทับใจในความรู้สึกที่ดีๆ ไว้ตราบนานเท่า จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก SAKSIRI RIVERSIDE BOUTIQUE HOTEL (4 ดาว) หรือเทียบเท่า

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำที่ร้านหลังอาหารสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองวังเวียงตามอัธยาศัย

วันที่ห้า      วังเวียง-บ้านท่าเรือ-เมืองโพนโฮง-เขื่อนน้ำงึม-เวียงจันทน์-หอพิพิธภัณฑ์พระแก้ว พระธาตุหลวง-ประตูชัย-ร้านสินค้า OTOP-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ

07.00 น.      รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

08.00 น.      อำลาเมืองวังเวียงเดินทางสู่นครหลวงเวียงจันทน์ รถวิ่งผ่านบ้านท่าเรือ ซึ่งเป็นหมู่บ้านอยู่ติดอ่างเก็บน้ำเขื่อนน้ำงึม มีอาชีพหาปลา ทำปลาร้า ปลาส้ม และปลาแห้ง เลือกซื้ออิสระตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางต่อสู่เขื่อนน้ำงึม

11.00 น.       ถึงเขื่อนน้ำงึม รับประทานอาหารกลางวันร้าน… หลังอาหารเดินทางสู่กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ แล้วนำชมหอพิพิธภัณฑ์พระแก้ว ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช  สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นหอพิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุล้ำค่า แล้วนำท่านสักการะพระธาตุหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของลาว ชมอนุสาวรีย์ประตูชัย เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงามและกลมกลืน จากนั้นช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง(OTOP) ร้านจินตะนา เลือกซื้ออิสระตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรเดินทางไปสนามบินวัดไต

18.05 น.       เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV 445

19.40 น.      ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ  พร้อมความประทับใจ

***เจาะลึกทุ่งไหหิน-ปากซัน-เมืองคูน-เชียงขวาง-ถ้ำปิว-วังเวียง-เขื่อนน้ำงึม-เวียงจันทน์5วัน(รถไฟ-QV/)***

 

 

 

กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่              พักห้องละ 2-3 ท่าน เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีพักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน(ไม่มีเตียง) พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ
17-21 มค., 14-18 กพ., 14-18 มีค.,26-30 เม.ย., 17-21 พค.62 18,900.- 18,900.- 3,500.-
8-9 ท่าน เดินทางได้ทุกวัน (มีหัวหน้าทัวร์ไทย) 18,900.- 18,900.- 3,500.-
อัตรานี้รวม        ตั๋วรถไฟตู้นอนปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-หนองคาย/ หนองคาย-ท่านาแล้ง-ตั๋วเครื่องบินเวียงจันทน์- กรุงเทพฯ และภาษีสนามบิน/ ที่พักโรงแรม 3 คืน(ห้องละ 2-3 ท่าน)/ บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว/ อาหารตามระบุในรายการ/ รถตู้หรือรถบัสปรับอากาศท่องเที่ยว สปป.ลาว/ ไกด์ท้องถิ่น(พูดไทย)/ ประกันการเดินทางและรักษาพยาบาลวงเงินในวงเงินท่านละ 1,000,000/500,000 บาท(เฉพาะอุบัติเหตุ เท่านั้น)/ น้ำดื่ม-ผ้าเย็น อัตรานี้ไม่รวม   ทิปไกด์ท้องถิ่น-พนักงานขับรถ และหัวหน้าทัวร์ไทย/ อาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ/ ค่าใช้จ่าย ส่วนตัวทุกชนิด/ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติและผู้ถือเอกสารต่างด้าว/ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%/ และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ เอกสารที่ใช้        พาสปอร์ต ที่มีอายุใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน  และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า เงื่อนไขการจอง เมื่อยืนยันการจอง แฟ็กช์สำเนาหน้าพาสปอร์ตมาที่เบอร์ พร้อมชำระค่ามัดจำ ท่านละ 8,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 15 วัน   หมายเหตุ :        โปรแกรมการเดินทางข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยยึดถือและคำนึงถึงประโยชน์ท่านเป็นสำคัญ