ทัวร์สเปน-โปรตุเกส 8วัน บินสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ #SPNGR8700

฿

รหัสทัวร์ : SPNGR8700

จุดเด่นของโปรแกรมทัวร์

1.เข้าชม พระราชวังหลวง ของกษัตริย์ฮวนคาลอส  โอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆในทวีปยุโรป

2.เที่ยวเมืองปอร์โต้ เมืองที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

3.ล่องชมความงามสองฟากฝั่งแม่น้ำดูว์โร ชมท่าเรือโบราณและตลาดค้าขายมาตั้งแต่สองสามร้อยปีก่อน

    • 57900 ฿
    • 58900 ฿
    • 61900 ฿
    • 11000 ฿
SKU:SPNGR8700
Category:
Tags:, ,

ทัวร์สเปน-โปรตุเกส 8วัน บินสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ #SPNGR8700

วันแรก    กรุงเทพฯ – แมดริด (สเปน)

18.00 น.      คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าเบอร์ 6-8  เคาน์เตอร์  Q  สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ (QR) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก ด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

19.30 น.   ออกเดินทางสู่ มาดริด โดยเที่ยวบินที่ QR 833/QR 147 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

วันที่สอง แมดริด – สนามสู้วัวกระทิง – พระราชวังหลวง – เซโกเบีย – คลองส่งน้ำโรมัน

06.55 น.     คณะเดินทางถึง สนามบินบาราคัส (BARAJAS) กรุงแมดดริด หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว   รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป นำคณะเดินทางเข้าสู่ กรุงแมดดริด เมืองหลวงของประเทศสเปน มหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาไว้ที่นี่ และ ประกาศให้แมดดริดขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ จากนั้นระหว่างปี ค.ศ. 1601-1607 เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปที่เมืองวัลลาโดลิด แมดดริดก็ได้ความเป็นเมืองหลวงสืบมาจนถึงบัดนี้ และได้ เชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำคณะเที่ยวชมเมือง เก่าแก่นับพันปี ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียนเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  นำท่านแวะ ถ่ายรูปที่ระลึกกับ สนามสู้วัวกระทิง PLAZA DE TOROS ที่ชาวสเปนนิยมชมชอบการสู้วัว เนื่องด้วย  เป็นวิถีโบราณแห่งการเอนเตอร์เทนที่เร้าใจมาช้านาน จากนั้นนำคณะเข้าชม พระราชวังหลวง ของ กษัตริย์ฮวนคาลอส ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส มีความสวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้  พระราชวังอื่นๆในทวีปยุโรป เนื่องจากแนวความคิดเปรียบเทียบความใหญ่โตของพระราชวังแวร์ซายส์  และความสวยงามของพระราชวังลูฟว์ในฝรั่งเศส พระราชวังหลวงแห่งนี้จึงถูกสร้างด้วยหินทั้งหลัง ในปี  ค.ศ. 1738 ในสไตล์บาร็อค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมายถึง 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นที่เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้นรวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆ อาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ ฯลฯ จากนั้นชม อุทยานหลวง ที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ดอกไม้งดงามตลอดปี

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         ออกเดินทางสู่ เซโกเบีย เป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเบียในแคว้นคาสตีลและเลออองของสเปน ตั้งอยู่     บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมากับแม่น้ำกลาโมเรสที่เชิงเขากวาดาร์รามา โดยขณะที่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวโรมันและชาวมัวร์ เมืองนี้มีชื่อเรียกว่า เซโกเบีย (Segovia) สันนิษฐานว่า  ชื่อเมืองมีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวเคลต์ว่า เซโกบรีกา (Segobriga) ซึ่งเกิดจากการประสมของคำว่า Sego แปลว่า “ชัยชนะ”  และคำว่า Briga แปลว่า “เมือง” นำท่านแวะถ่ายรูปที่ระลึกกับสะพานส่งน้ำโรมัน จากนั้นนำชมเขตเมืองเก่าล้อมรอบด้วยกำแพงที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8  และได้รับการบูรณะในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 แวะถ่ายรูปที่ระลึกกับ มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเบีย (Segovia Cathedral) ที่มีชื่อเสียง ถ่ายรูปกับ ปราสาทแห่งเซโกเบีย หรือ ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์) ในภาษาอาระบิกแปลว่าปราสาท หลายคนเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทแห่งเทพนิยายเพราะความสวยสง่างามที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงที่แม่น้ำสองสายไหลมา บรรจบกัน จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกับร้านค้าต่างๆ ที่เรียงรายสองข้าง ทางกันตามอัธยาศัย

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (เมนูหมูหันอันขึ้นชื่อ )

พักค้างคืน ณ HOTEL CANDIDO หรือเทียบเท่า

วันที่สาม เซโกเบีย – ซาลามังกา – พลาซามาร์ยอ – มหาวิหารซาลามังกา – ปอร์โต(โปรตุเกส)

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ ซาลามังก้า เมืองหลักของจังหวัดซาลามังก้าในแคว้นคาสตีลและเลออง เมืองมีชื่อที่ได้ยินมานานแล้ว โดยเฉพาะกิติศัพย์ในเรื่องของความเก่าแก่และงดงาม เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีมนต์ขลังอีกเมืองหนึ่งทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส ในอดีต เมืองซาลามังก้า เป็นเมืองที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายเมื่อครั้ง สมัยโรมันยังเรืองอำนาจอยู่ นำท่านสู่ ปลาซา มายอร์ (PLAZA MAYOR) ศูนย์กลางของเมือง สร้าง โดยศิลปะสไตล์บาร็อก อันเป็นเอกลักษณ์ของความอู้ฟู่ในยุคศตวรรษที่ 16-18 ในฤดูร้อน พลาซา มายอร์ คือพื้นที่แห่งความบันเทิงของชาวสเปน หนึ่งในนั้นก็คือการสู้วัวกระทิง จนในที่สุดก็เลิกจัดขึ้นที่ พลาซาแห่งนี้ในกลางยุคปี ค.ศ. 1800 ปัจจุบันบริเวณนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของการทำกิจกรรม และการพบปะของผู้คน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิทยาลัยซาลามังกา (UNIVERSITY OF  SALAMANCA) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศสเปนยาวนานถึง 700 กว่าปี นับว่ามีอายุเก่าแก่ไม่แพ้มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศอื่นๆ ในยุโรป อย่างไรก็ตามสถาปัตยกรรมสำคัญของซาลามังกาคือ มหาวิหาร, พระราชวัง และตัวอาคารหลายแห่งของมหาวิทยาลัยยังคงมีสภาพสมบูรณ์  จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1988 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เขตเมืองเก่าของซาลามังกาเป็นมรดกโลก และในปี ค.ศ. 2002 ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของยุโรปร่วมกับเมืองบรูจส์ของเบลเยียม นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารซาลามังกา ที่อยู่ในเขตเมืองเก่าเป็นส่วนหนึ่งของอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มหาวิหารในเมืองที่สำคัญมี 2 แห่งคือ มหาวิหาร เก่าสร้างเมื่อศตวรรษที่ 12 ด้วยรูปแบบศิลปะโรมัน และมหาวิหารใหม่ สร้างเมื่อศตวรรษที่ 16 เป็นศิลปะแบบโกธิกที่ดูทันสมัยขึ้น ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 200 ปีจึงแล้วเสร็จ ถ่ายรูปที่ระลึกกับ บ้านหอย (HOUSE OF SHELL) ตั้งอยู่ระหว่างปลาซ่า มายอร์กับมหาวิหารใหม่ ตึกนี้มีชื่อตามเปลือกหอยที่ประดับบนกำแพงด้านนอก หอยที่ใช้ประดับนี้เป็นตราประทับของเจ้าของเก่าคืออัศวินซานติอาโก และที่นี่ก็คือบ้านของอัศวินผู้นี้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้กลายเป็นหอสมุดสาธารณะ ซึ่งว่าไปก็น่าจะเป็นหอสมุดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือช็อปปิ้งตามอัธยาศัย

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        ออกเดินทางสู่ ปอร์โต้ (Porto) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในโปรตุเกส และเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลาง  เก่าแก่ของยุโรป ตั้งอยู่ในภาคเหนือของโปรตุเกสที่ปากของแม่น้ำดูว์โร (Duero Hisz) เป็นเมืองท่าที่มีชื่อในด้านไวน์ปอร์โต้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีของคนที่รักในการดื่ม เพราะมี Cave ไวน์ของแต่ละ แบรนด์กระจายไปทั่ว ด้วยปัจจัยเหล่านี้ปอร์โต้จึงได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ ยูเนสโกในปี  ค.ศ. 1996 เมืองนี้แบ่งการท่องเที่ยวเป็นสามส่วนใหญ่ๆ  คือ โซนชายฝั่งทะเล ซึ่งสร้างชื่อตอนหน้าร้อน  ให้กับเมืองนี้ได้อย่างดี โซนเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์เก่า, สถานีรถไฟเก่าแก่, ตลาดดั้งเดิมและตึก ราบ้านช่องที่บอกถึงความเก่าได้อย่างดี และสำหรับโซนนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นที่ที่โรแมนติกมากคือที่ ริมแม่น้ำที่ชื่อว่า The Ribeira ซึ่งมีทิวทัศน์ทั้งในกลางคืนและกลางวัน ส่วนโซนที่สามที่มี แม่น้ำดูว์โรผ่ากลาง คือ โซนเมืองใหม่ หรือ ย่าน Vila Nova de Gala โซนนี้จะเป็นโซนที่สำหรับ นักท่องเที่ยวที่ชอบในการดื่ม เพราะเป็นแหล่งผลิตไวน์ปอร์โต้ของทุกยี่ห้อ แล้วแต่เลือกสรรกันไป ซึ่งสองย่านนี้ถูกเชื่อมด้วยสะพานเหล็กที่สูงเฉียดฟ้า และแข็งแกร่ง ซึ่งคนที่สร้างสะพานแห่งนี้มีชื่อว่า  Gustave Eiffel เป็นคนเดียวที่สร้างหอไอเฟลในปารีส

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

พักค้างคืน ณ HOTEL HOLIDAY INN PORTO GAIA หรือเทียบเท่า

วันที่สี่      ล่องเรือแม่น้ำดูว์โร – จัตุรัสอเลียโดส – ปอร์โต้ – แหลมโรก้า – ลิสบอน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านลงเรือ ล่องชมความงามสองฟากฝั่งแม่น้ำดูว์โร ผ่านชม Cais da Ribeira เรือขนไวน์            โบราณ Rabelos ที่จอดเรียงรายให้ชื่นชมความเป็นมาของเมืองนี้และแม่น้ำดูว์โร สถานที่แห่งนี้เคย  เป็นสถานที่ที่รุ่งเรืองมากในสมัยที่เป็นท่าเรือโบราณและตลาดค้าขายมาตั้งแต่สองสามร้อยปีก่อน บริเวณนี้จึงได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดก จากนั้นนำท่านชมความงามของ เมืองมรดกโลกปอร์โต้ โดยเริ่ม  จาก ย่านจัตุรัสอเลียโดส หรือ (Praça dos Liberdade) เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองปอร์โต้ ที่ประกอบด้วย อาคารสวยงามที่เป็นที่ทำการของธนาคารและโรงแรม และศาลาว่าการเมือง (City Hall) จัตุรัสแห่งนี้  เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งรวมอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของปอร์โต้ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูป   บริเวณจัตุรัสอเลียโดสแห่งนี้ จากนั้นนำท่านชม สถานีรถไฟ Sao Bento ซึ่งเป็นอาคารสถานีรถไฟ โบราณ ภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีและลวดลายสีน้ำเงิน บอก  เล่าเรื่องราวของชาว    โปรตุเกส สวยงามมาก จากนั้นแวะถ่ายรูปกับโบสถ์หลักที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง โบสถ์ Se Catedral  อายุกว่าพันปี โบสถ์แห่งนี้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์ Joao ที่ 1 บิดาของเจ้าชายเฮนรี่ ผู้  บุกเบิกการเดินเรืออันยิ่งใหญ่ของโปรตุเกสเพื่อออกแสวงดินแดนใหม่ จนโปรตุเกสมีอาณานิคม   มากมายทั่วโลก และโปรตุเกสคือประเทศตะวันตกประเทศแรกที่มาติดต่อกับไทยในปี พ.ศ. 2054โบสถ์แห่งนี้สร้างอยู่บนเนินที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง และ แม่น้ำ  ดูว์โร เป็นจุดชมวิวที่สวย  อีกจุด อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ จากนั้นนำท่านสู่ ย่าน Shopping Street หลักของเมืองที่ถนน Santa Catarina มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย          ออกเดินทางสู่ แหลมโรก้า (Capo Da Roca) จุดตะวันตกสุดของโปรตุเกสและของทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซินทรา ห่างจากลิสบอนเมืองหลวงประมาณ 45 กม. ตัวแหลมจะยื่นออกไปทางตะวันตกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นชะง่อนผาสูงประมาณ 100 เมตรเกิดจากการกัด เซาะของน้ำทะเลซึ่งทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร และถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ จาก  ตรงนี้ท่านจะได้ชมความงามของมหาสมุทรแอตแลนติกอันยิ่งใหญ่ไพศาลในยามอาทิตย์อัศดง เป็น ภาพที่งดงามยิ่งนัก สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางไปยัง กรุงลิสบอน เมืองหลวงเก่าแก่มีประวัติ  ยาวนานกว่า 800 ปี ของประเทศโปรตุเกส เมืองที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้บนคาบสมุทรไอบีเรีย

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ HOTEL HOLIDAY INN LISBON – CONTINENTAL หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า   กรุงลิสบอน – หอคอยเบเล็ม – อนุสาวรีดิสคัฟเวอรรี่ – บาราจอร์ท

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะเที่ยวชม กรุงลิสบอน ผ่านชมอดีตพระราชวังหลวง อายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ผสมผสาน       ระหว่างสถาปัตยกรรมโกธิกและมัวร์อย่างสวยงาม ปัจจุบันเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของ  ประธานาธิบดี ชมเมืองวิหารเจอโรนิโม ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วาสโก ดากามา และการเดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ. 1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า มานูเอลไลน์ (MANUELINE) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจาก  องค์การยูเนสโก้ว่าเป็น WORLD HERITAGE SITE ภายในประกอบไปด้วยอาคารสำคัญต่างๆ แล้วไป ชม หอคอยเบเล็ม (BELEM TOWER) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของวาสโก ดากามา และนัก เดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมมานูเอลไลน์ที่สวยงาม บันทึกภาพกับ อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ และยกย่องนักเดินเรือสำรวจรอบโลก เชิญท่านลองชิม  ขนมทาร์ตคัสตาร์ด (NATA DE PASTEIS) ในร้านขนมเก่าแก่ที่ให้บริการมากว่าร้อยปีแวะชิมขนมโปรตุเกส ต้น  ตำรับของขนมไทย อาทิ ทองหยอด, ที่มีต้นตำรับแท้อยู่ที่โปรตุเกสและเข้าไปเผยแพร่ในกรุงศรีอยุธยาโดยท่านท้าวทองกีบ จากนั้นนำชม สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป ซึ่งสะพานนี้มีชื่อว่า PONTE 25  ABRIL (ซึ่งเมื่อวันที่ 25 APRIL ปี 1974 ได้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบ ประชาธิปไตย)

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำคณะเดินทางสู่ บาดาจอซ  เมืองหลวงของแคว้นเอ็กซ์เรามาดูราทางตอนใต้ ห่างจากชายแดนประเทศโปรตุเกสเพียง 6 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น และมีความโดดเด่นในด้าน สถาปัตยกรรมที่พวกมัวร์ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง ภาพของเมืองที่มีปราสาทอัลกาซาบา บนเนินเขาโอรินาเซ  เหนือแม่น้ำกัวเดียน่า เป็นฉากที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอาหรับได้อย่างชัดเจน

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ AC BARAJOZ BY MARRIOTT หรือเทียบเท่า

วันที่หก   บาราจอซ – โตเลโด้ – มหาวิหารโตเลโด้ – มาดริด

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะเดินทางต่อไปยัง โตเลโด้ เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองป้อมน้อย” ในอดีตเป็นเมืองหลวงเก่าของสเปน และเคยถูกชาวโรมันเข้ายึดครองเมืองเมื่อ 2,200 ปีมาแล้ว ปัจจุบันอารยะ  ธรรมของชนต่างชาติครั้งก่อน ยังคงฝังแน่นคละกันอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวเมือง ลักษณะผังเมืองโตเลโด้เป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบ ตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขามากมาย ประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่งโดยมีแม่น้ำทาโคเป็นเส้นทางคมนาคมนอกจากนี้เมืองโตเลโด้เป็นใจกลางของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ปัจจุบันได้รับรองจากยูเนสโก้ประกาศให้เมืองโตเลโด้เป็นเมืองมรดกโลก

กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย          นำคณะเที่ยวชม นครโตเลโด้ ซึ่งเป็นนครที่คงความงดงามและความเป็นมาในฐานะเมืองเก่าอันเปรียบเป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์นั้นยังคงได้รับการยอมรับ และบันทึกเอาไว้โดยองค์การสหประชาชาติว่าเป็น “เมืองมรดกโลก” จากนั้นนำคณะเข้าชม มหาวิหารแห่งโทเลโด้ มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในสเปน เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1227 อันเป็นสมัยที่ศิลปะแบบโกธิกกำลังแพร่หลายอยู่ในยุโรป และเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1493 ถือเป็นมหาวิหารสไตส์โกธิกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์ในประเทศสเปนอีกด้วย ชมห้องเก็บสมบัติของบิช็อบแห่งโทเลโด้ ที่เต็มไปด้วยมงกุฎ และคฑาเพชร นำคณะเดินลัดเลาะตามตึกรามบ้านช่องเก่าแก่สมัยโรมัน ท่านจะประทับใจกับความ  งดงามและความเก่าแก่ของโทเลโด้ ซึ่งเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ทั้งเมือง นำชมโรงงานผลิตเครื่องถมของ สเปนดามาสกิโน่ ที่สวยงามด้วยการนำทองและเงินมาตีเป็นเส้น และตอกลงบนโลหะสีดำ  เป็นงาน  ฝีมือที่มีชื่อเสียงของโทเลโด้มาช้านาน  ได้เวลานัดหมายคณะเดินทางสู่ กรุงแมดดริด เมืองหลวงของ  ประเทศสเปน มหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโด มาไว้ที่นี่ และประกาศให้แมดดริดขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ของพระองค์ จากนั้นระหว่างปี ค.ศ. 1601-1607 เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปที่เมืองวัลลาโดลิด แมดดริดก็ได้ความเป็นเมืองหลวงสืบมาจนถึงบัดนี้ และได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำคณะเที่ยวชมเมืองเก่าแก่นับพันปี ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียนเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  (89.6 กิโลเมตร/ประมาณ 1 ชั่วโมง 2 นาที)

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  เมนูข้าวผัดสเปนอันเลื่องชื่อของสเปน

พักค้างคืน ณ AYRE GRAN COLON HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด  พลาซาร์มายอร์ – ปูเอต้าเดซอล – สนามเบอร์นาบิว – มาดริด – กรุงเทพฯ

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านคณะ ถ่ายรูปด้านหน้าสนามซานเตียโก เบร์นาเบว  เป็นสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในกรุงมาดริด ของประเทศสเปน เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดเริ่มเปิดใช้สนามเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม  ค.ศ. 1944 เดิมมีชื่อว่าเอสตาดีโอชามาร์ติน (ESTADIO CHAMARTÍN) ตามชื่อของสนามเดิมของ สโมสร เปิดใช้สนามอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 1947 เรอัลมาดริดได้ประกาศใช้ชื่อที่ใช้อยู่ใน  ปัจจุบันคือ เอสตาดีโอซานเตียโก เบร์นาเบว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 1955 เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธาน  สโมสรคือ ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต นำคณะท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ในกรุงแมดริด เริ่มต้น จาก ปลาซา เดอ เอส ปันญา  อนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิ โฮเต้และซันโซปันซาในสวนสาธารณะ, ปลาซ่า มายอร์ จัตุรัสหลวง ศูนย์กลางเมืองอันเก่าแก่ ถูกสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1620 จากนั้นนำคณะชมย่านเมืองเก่า พลาซ่าร์ มายอร์ เป็นจตุรัสใหญ่ใจกลาง เมืองเก่า อดีตใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่ประกอบพิธีราชาภิเษก และงานฉลองพิธีสำคัญ ๆ  เป็นที่ประลองฝีมือของบรรดาอัศวิน และเคยเป็นแหล่งสู้รบอย่างดุเดือด ระหว่างทหารของนโปเลียน  กับชาวสเปน ปัจจุบันยังคงมีบรรยากาศ และความงามสมัยศตวรรษที่ 1แล้วเข้าสู่ ย่าน ปูเอต้า เดล   ซอล หรือ ประตูพระอาทิตย์ จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปนแล้ว   ยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย และยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่  หนาแน่นด้วยร้านค้ามากมาย และห้างสรรพสินค้าใหญ่อีกด้วย ถ่ายรูปคู่กับ อนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดร  นา สัญลักษณ์ของเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเที่ยว WALKING STREET  ถึงเวลานัดหมายนำท่าน  เดินทางสู่ สนามบินบาราคัส-แมดริด นำท่านทำรายการ  TAX REFUND พร้อมกับเชคอิน

16.20 น.      เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ QR 150/QR 836 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา ประเทศกาต้าร์ บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

วันที่แปด     สนามบินสุวรรณภูมิ

13.20 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ  ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

 

 

 

สเปน โปรตุเกส 8 วัน
อัตราค่าบริการ พักห้องคู่ หรือห้อง 3 เตียง พักเดี่ยว  จ่ายเพิ่ม
วันที่ 22 – 29 ก.ย. 61,900 11,000
วันที่ 2 – 9 ต.ค.  57,900 11,000
วันที่ 18 – 25 ต.ค. (วันปิยมหาราช) 59,900 11,000
วันที่ 4 – 11 พ.ย.  58,900 11,000
วันที่ 17 – 24 พ.ย. 58,900 11,000
วันที่ 4 – 11 ธ.ค. (วันพ่อแห่งชาติ และ วันรัฐธรรมนูญ) 58,900 11,000
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **                              ** โรงแรมในยุโรป ไม่อนุญาตให้เด็กอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป เข้าพักแบบไม่มีเตียงเสริม ** ** รูปภาพในโปรแกรมทัวร์เป็นการตกแต่งเพื่อการโฆษณาเท่านั้น ** ***หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงราคากรณีผู้ร่วม      เดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน*** สำหรับท่านที่เป็นมุสลิม ,  ทานมังสวิรัติ  , ไม่ทานหมู  , ไม่ทานเนื้อ , ไม่ทานไก่ , ไม่ทานปลา  โปรดแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ * ในกรณีเลื่อนการเดินทางกลับ ท่านจะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนทำการยื่นวีซ่า ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่าง และต้องมีค่าใช้จ่ายในการเลื่อนตั๋ว และเอกสารเพิ่มเติม เช่นเอกสารประกัน,เอกสารโรงแรมที่อยู่ต่อ อัตรานี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปและกลับพร้อมคณะ (น้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ท่านละ 30 กิโลกรัม / กระเป๋าถือขึ้นเครื่องท่านละ 7 กิโลกรัม)
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง (กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ชั่วโมง/วัน)
  • ค่า Coach Tax และค่าภาษีผ่านเข้าเมืองต่างๆ
  • ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการพร้อมอาหารเช้าหรือเทียบเท่า (โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น, ราคาโรงแรมอาจมีการปรับขึ้นหลายเท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับช่วงงานเทศกาล งานแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลทำให้ต้องมีการเปลี่ยนย้ายเมือง โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงความเหมาะสมและผลประโยชน์ของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ)
  • ค่าอาหารเลิศรสทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
  • ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  • ค่าวีซ่าท่องเที่ยวยุโรปแบบ Schengen (ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่าให้ ไม่ว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่)
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในวงเงิน 200,000 บาท กับ ACE Insurance Limited (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์) เท่านั้น ท่านใดต้องการซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมโปรดติดต่อบริษัททัวร์
  อัตรานี้ไม่รวม
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีต้องการใบเสร็จเต็มรูปแบบ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณี พิเศษ
  • ค่าน้ำหนักส่วนที่เกิน 30 กิโลกรัม และมีจำนวนมากกว่า 2 ชิ้น (ระเบียบของสายการบิน)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 16 ยูโรต่อท่าน
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรป (ท่านละ 12 ยูโร)
***กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์*** เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
  • กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วันก่อนการเดินทาง พร้อมชำระงวดแรก 30,000 บาท ยกเว้นช่วงเทศกาลคริสต์มาส / เทศกาลปีใหม่ / เทศกาลสงกรานต์  มัดจำท่านละ 40,000 บาท
  • ส่วนที่เหลือชำระทันทีหรือก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วันไม่ว่าผลของวีซ่าจะออกหรือไม่ออกก็ตาม มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 50 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินงวดแรก (ท่านละ30,000บาท) ยกเว้นช่วงเทศกาลคริสต์มาส / เทศกาลปีใหม่ / เทศกาลสงกรานต์ มัดจำท่านละ 40,000 บาท
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 30-20 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของราคาทัวร์
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 19 - 11 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 80 % ของราคาทัวร์
  • กรณียกเลิกกะทันหันก่อนการเดินทางไม่เกิน 10 วัน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ได้ชำระไปแล้วจำนวนมาก บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆ
  • ทางบริษัทจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 15 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทจะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน , ห้องพักที่คอนเฟิร์มมาจากทางยุโรป ,ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 15 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง
  • ในการยื่นวีซ่า ท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต เพื่อมาสแกรนลายนิ้วมือ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยดูแล และอำนวยความสะดวก
  • เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน
  • กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
    • ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา
    • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าดำเนินการและ ค่าบริการ 4,500 บาท
    • ค่าตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วไม่สามรถ REFUND ได้เนื่องจากบริษัทจองตั๋วเป็นตั๋วกรุ๊ปซึ่งตั๋วกรุ๊ปจะไม่สามรถ REFUND คืนได้
    • ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที
  • หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
  • ในกรณีที่ทางบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติมแต่ท่านไม่ส่งเอกสารตามที่ขอมาให้ทางบริษัท / เอกสารไม่ของท่านไม่น่าเชื่อถือ / มีการปลอมแปลงเอกสาร / มาไม่ทันเวลานัดหมายตามที่สถานทูตกำหนด (มาสาย) / ไม่รับโทรศัพท์สถานทูต / การใช้คำพูดไม่สุภาพกับสถานทูต และส่งผลทำให้วีซ่าไม่ผ่านการพิจารณาจากสถานฑูต ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินให้ท่าน
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่บริษัทระบุใน รายการเดินทาง บริษัทของสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใด ๆ
  • ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ปคอนเฟิร์ม 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ
หมายเหตุ 
  • 1. กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจากการล่าช้า (ดีเลย์) ของทางสายการบิน การนัดหยุดงานหรือการก่อจราจล ภัยธรรมชาติ รถติด  ทำให้ไม่สามารถกิน-เที่ยวและพักโรงแรมได้ครบถ้วนตามโปรแกรมทัวร์ที่ระบุ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยตรงจากทางสายการบิน และทางบริษัทฯ ไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้นจากทางสายการบิน แต่ทางบริษัทฯ จะคงไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดที่ลูกค้าพึงจะได้รับอย่างเต็มความสามารถ
  • 2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวในกรณีที่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัย โดยจะพยายามให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับท่าน
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการบางอย่างตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคิวยาวจนทำให้โปรแกรมต่อไปเสียหาย แต่ยังคงจะรักษา มาตราฐานการบริการ และประโยชน์ของลูกค้าทุกท่านไว้เหมือนเดิม
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ว่าบางส่วนหรือ ทั้งหมด อาทิเช่น พาสปอร์ต, ของมีค่า, กระเป๋าเงิน, กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น
เอกสารประกอบการขอวีซ่าสเปน   เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเกน (ใช้เวลาพิจารณาวีซ่า 15 วันทำการ และต้องมาแสดงตนที่สถานฑูต)
  1. 1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้เกิน 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณาแนบมาด้วย ต้องมีหน้าว่างเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า
  2. 2. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 2x5 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ใช้รูปสี พื้นฉากหลังสีขาวเท่านั้น อายุรูปไม่เกิน 6 เดือน เหมือนกันทั้ง 2 รูป) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป
  3. 3. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร/ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล/ เอกสารเพิ่มเติมกรณีอื่น ๆ
  4. 4. สำเนาบัตรประชาชน
  5. 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  6. 6. สำเนาสูติบัตร (สำหรับเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)
  7. 7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
7.1 เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น บิดามารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เดินทางกับใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว (พ่อและเม่ต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย) 7.2 เด็กเดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)  (แม่ต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย) 7.3 เด็กเดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)  (พ่อต้องมาแสดงตัว ณ วันที่ยื่นวีซ่าด้วย) 7.4 กรณีพ่อและแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ต้องแนบใบหย่า หรือ ใบมรณะบัตร เพื่อเป็นการยืนยัน 7.5 ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของพ่อ และ แม่ (หากไม่มีให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่) 7.6 เด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก เด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม เป็นต้น พร้อมแนบหลักฐานของบิดาหรือมารดาหรือผู้ที่เด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น
  1. 8. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ) ฉบับจริงเท่านั้น**จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) ไม่ต้องระบุวันลา และประเทศที่เดินทาง ( ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน )
8.1 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ ( สำเนาอายุไม่เกิน 3 เดือน ) 8.2 กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า ( สำเนา) 8.3 กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน ในจดหมายต้องมีหัวกระดาษบริษัทและตราประทับบริษัทด้วย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ( ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน ) 8.4 กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ( ใส่ปี เป็น ค.ศ. เท่านนั้น ห้ามใส่ปีเป็น พ.ศ.) ( ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน ) 8.5 กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ 8.6 กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น / พร้อมสำเนาบัตรนักเรียน นักศึกษา  ( ตัวจริงอายุไม่เกิน 1 เดือน ) 8.7 กรณีเป็นแม่ค้า, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบรูปถ่ายสถานที่ทำงานมาด้วย รูปถ่ายอย่างน้อย 3-5 ใบ
  1. 9. หลักฐานการเงิน (บัญชีออมทรัพย์เท่านั้น)
9.1  ขอสเตทเม้น (Bank statement ) ** (ขอสเตทเม้นเป็นภาษาไทย)**ที่ออกโดยธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ปรับยอดสมุดเงินฝากล่าสุด ไม่เกิน 7 วันนับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ขอวีซ่า (กรุณานำสมุดเงินฝากเล่มจริงมาวันที่ยื่นวีซ่าด้วย)
  • กรณีเงินฝากออมทรัพย์ (ยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ต่อการยื่นวีซ่า 1 ท่าน และ ต้องมีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ ห้ามทำการโอนเงินเข้าไปในครั้งเดียวเป็นยอดใหญ่ก่อนการยื่นวีซ่าเด็ดขาด!!)
  • การปรับสมุดบัญชีธนาคาร ท่านต้องปรับสมุดถึงเดือนปัจจุบัน และ ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน โดยการปรับยอดสมุดในบัญชี ต้องปรับสมุดก่อนวันที่จะยื่นวีซ่า 7 วัน เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 18 กันยายน 2557 สำเนาสมุดบัญชีที่ท่านต้องใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องปรับสมุด ณ วันที่ 12 กันยายน 2557 หรือ หลังจากนั้น หากท่านปรับสมุดบัญชีก่อนหน้านั้น จะใช้เป็นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินไม่ได้ สถานฑูตจะขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถส่งเอกสารมาทางบริษัททัวร์ฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า และ ส่ง Fax สมุดบัญชีหน้าสุดท้ายที่ได้ทำการปรับสมุดมาให้ทางบริษัททัวร์ เพื่อใช้ในการแนบเป็นเอกสารยื่นวีซ่าต่อไปได้ หรือ ถ่ายเอกสารหน้าที่ปรับสมุดภายใน 7 วัน และถือมาเพิ่มเติมในวันที่ยื่นวีซ่า
    • ขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) (ขอเป็นภาษาอังกฤษ) ต้องมีอายุไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ได้คิวยื่นวีซ่า พร้อมทั้งต้องระบุ จำนวนเงินเป็นตัวเลขลงในหนังสือรับรองด้วย เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 18 กันยายน 2557  หนังสือรับรองการเงินจากทางธนาคารที่ใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องออกให้ ณ วันที่ 4 กันยายน 2557  หรือ หลังจากนั้นเท่านั้น  จดหมายรับรองจากธนาคารให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) โดยไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง (ชื่อในหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE)  จะต้องถูกต้องและตรงตามหน้าพาสปอร์ต วันที่ขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคารให้นำสำเนาหน้าพาสปอร์ตไปด้วย เพื่อไม่ให้ผิดพลาดในการออกเอกสาร)
****** สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ******
  1. 10. ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
10.1 จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น – หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (พ่อ, แม่ สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้บุตรได้ / สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส รับรองให้กันและกันได้ / (ปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้หลานได้) ** กรณีพ่อหรือแม่ ใช้การเงินของลูกในการยื่นวีซ่า ต้องแนบสูติบัตรลูกมาด้วย ** - กรณีเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ได้จดทะเบียน และรับรองค่าใช้จ่ายกัน ต้องใช้เอกสารดังนี้
  • เขียนจดหมาย decare เป็นภาษาอังกฤษ มาว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
  • กรณีมีลูกด้วยกัน ให้ใช้ใบเกิดของลูก
10.2 กรุณาแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากตามข้อกำหนดในข้อ 9 ที่จะใช้ยื่นวีซ่า 1 ชุดของผู้รับรองค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งใน หนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองค่าใช้จ่ายด้วย
  1. 11. ผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 70ปีบริบูรณ์กรุณาแนบใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางได้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า
  2. กรณีผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ จะต้องยื่นขอวีซ่า ณ ประเทศที่ท่านกำลังศึกษาอยู่
*** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูต ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่สถานการณ์และคุณสมบัติของลูกค้า วันที่มายื่นวีซ่ากรุณานำสมุดบัญชีธนาคารเล่มจริงมาด้วย (กรณีมีเล่มต่อจากสมุดเดิมรบกวนนำเล่มเก่ามาด้วย) เอกสารทุกอย่างที่เป็นสำเนา เช่น ทะเบียนบ้าน , ทะเบียนสมรส , ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล , สูติบัตร , นำตัวจริงมาวันที่ยื่นวีซ่าด้วย ***** สำหรับคนที่จะใช้เล่มไปที่อื่นก่อน สถานทูตจะไม่ให้ดึงเล่มไม่ว่ากรณีใด ๆ *****