ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน + ทัชมาฮาล 9 วัน 7 คืน #INDHH5601

฿

รหัสทัวร์ : INDHH5601
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นของโปรแกรมทัวร์

1.สังเวชนียสถาน 4 แห่ง

2.ร่วมห่มผ้าพระพุทธเมตตา ณ เจดีย์พุทธคยา

3.ชมทัชมาฮาลอนุสรณ์แห่งรัก

    • 45200 ฿
    • 47200 ฿
    • 8500 ฿
    • 9500 ฿
SKU:INDHH5601
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน + ทัชมาฮาล 9 วัน 7 คืน #INDHH5601

รายการท่องเที่ยว (เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)

วันที่ 1   กรุงเทพ – เดลี-อัครา

06.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว W เคาน์เตอร์ สายการบิน AIR INDIA โดยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

พิเศษ!! บริการอาหารว่าง + น้ำดื่ม 1 ขวดเล็กก่อนขึ้นเครื่อง

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บเป็นต้นกรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลวอาทิ ครีมโลชั่นน้ำหอมยาสีฟัน เจลสเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน10 ชิ้นในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.(บริการอาหารบนเครื่อง)(ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง)

08:55 น.   Qสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบิน   AIR INDIA  เที่ยวบินที่ AI333

12:00 น.ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

จากนั้น นำท่านเดินทางไปชม อัชดัม(Swaminrayan Akshrdham) สรวงสรรค์บนดิน ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอินเดียกว่า 10,000 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดงถึงจิตวิญญาณของอินเดีย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ของศาสนาฮินดู สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสีชมพูดูสวยงามากๆ วัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลี ซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน วัดอัคชาร์ดาม ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อ ปี 1968 แต่ก็ยังก่อสร้างได้ไม่มากนัก จนกระทั่ง 18 ปีให้หลัง จึงได้มีการก่อสร้างอย่างจริงจังเมื่อปี 2000 และสร้างจนเสร็จสิ้นในปี 2005            

จากนั้น นำเดินทางสู่เมืองอัครา (Agra) อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า”ฮินดูสถาน” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนาทางตอนเหนือของประเทศอินเดียในรัฐอุตตรประเทศตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศเคยเป็นเมืองหลวงสำคัญของอินเดียในยุคศตวรรษที่16ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนาเมืองอัครายังเป็นที่ตั้งของป้อมอักราและทัชมาฮาล ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983

20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมพักผ่อนตามอัธยาศัย 

  ที่พัก ณ Sarovar Premium Crystal Inn (Agra)หรือเทียบเท่า

  วันที่ 2   เมืองอัคราอัครา  (ทัชมาฮาล-อัคราฟอร์ท)- ลัคเนาว์                                 

06.30 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

07.30 น.   นำท่านชมทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์….

“ทัชมาฮาล”ถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด

จากนั้น ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด   Agra Fort … ป้อมปราการหินทรายแดง มรดกโลกของเมืองอัครา เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดงตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ.1666ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาลและสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือพระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำเพื่อเป็นสุสานของพระองค์แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล

จากนั้น นำท่านช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับอัญมณีไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม

บ่าย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองลักเนาว์ (ระยะทางประมาณ 346 กิโลเมตร ประมาณ 4 ชั่วโมง

“ลัคเนาว์” อีกหนึ่งประตูสู่สังเวชนียสถาน เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ มีประชากรหนาแน่นมาก ประมาณ 2.7 ล้านคน และถือเป็นเมืองสายหลักของชุมนุมทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปรัฐอื่นๆ อีกมากมาย..พักผ่อนชมวิถีชิวิตของชาวนอินเดีย ระหว่างสองทาง จนถึงจุดหมายปลายทางของเรา….

ค่ำ    ประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารหรือ โรงแรมที่พัก

ที่พัก ณ โรงแรม Hotel Golden Tuil หรือเทียบเท่า (เมืองลัคเนาว์)                  

วันที่ 3 เมืองลัคเนาว์ – เมืองสารวัตถี (อินเดีย) – เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล)

(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตรา   ออกจากประเทศอินเดียเข้าสู่ประเทศเนปาล)

06.00รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

07.00 น.นำทุกท่านเดินทางไปยังเมืองสารวัตถี (ระยะทาง 180 กม.ประมาณ 2-3 ชม) เมืองสารวัตถี อดีตคือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน แคว้นมหาอำนาจใน 16 มหาชนบทในสมัยพุทธกาล เมืองนี้รุ่งเรืองจากการที่เป็นชุมนุมการค้าขาย การทหาร เป็นเมืองมหาอำนาจใหญ่ควบคู่กับเมืองราชคฤห์แห่งแคว้นมคธในสมัยโบราณ ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซาก

นำท่านชมสถานที่พระพุทธองค์แสดงยมกปาฏิหาริย์ มีลักษณะเป็นเนินดินสูงประมาณ 50เมตรที่แห่งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฎิหาริย์เพื่อโปรดประชาชนชาวสาวัตถีและข่มเจ้าลัทธิอื่นๆ หลังจากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์เมื่อออกพรรษาทรงเสด็จลงจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะ ที่สังกัสสะนคร และนำท่านเข้าสู่ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษา นานถึง 19 พรรษาเป็น ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดนมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน นมัสการธรรมศาลา ที่ใหญ่ที่สุดธรรมสภากุฏิ พระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลิมาล พระมหากัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล ชมเมืองสาวัตถีในอดีต ชมคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีบ้านบิดาของท่านองคุลีมาล ชมสถานที่ธรณีสูบพระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา

12.00 น  รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร หรือ โรงแรม เมืองสาวัตถี

13.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ประมาณ 7-8 ชั่วโมง) นำท่านแวะพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐ หรือเส้นทางร่วมบุญสร้างพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐

สวรรค์บนดินชายแดนอินเดีย-เนปาล (Toilet 960)

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมดีๆ เพราะมีคนใจดีมาทำบุญ

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมใหญ่ๆ เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยบริจาค

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมสะอาด เพราะมีคนใจใสใจสะอาดมาสนับสนุน

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมปลดทุกข์ ให้พวกเราทุกคนพ้นทุกข์เห็นสุขทันตา

ขอเชิญท่านผู้ใจบุญ มาร่วมทุนกันสร้างสรรค์สวรรค์บนดินในถิ่นอินเดียแห่งนี้ร่วมกันเถิด

สถานที่ก่อสร้างห้องน้ำ ศาลาภัตตาหาร ซุ้มกาแฟ ร้านบุญสหกรณ์ ณ ชายแดนอินเดีย-เนปาล

จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่เมืองลุมพินีวัน ประเทศเนปาล

{สถานที่สำคัญในพุทธภูมิ} 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า การจดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก พ.ศ. 2540 ประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรม

19.00 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม

 ที่พัก ณโรงแรม HOTEL BUDDHMAYA GARDEN หรือเทียบเท่า (ลุมพินี ประเทศเนปาล)

วันที่ 4   เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล)– กุสินารา

(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศเนปาลเข้าสู่ประเทศอินเดีย)

06.00. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07.00. เดินทางสู่ลุมพินี ลุมพินีวัน (Lumbini Vana) เป็นพุทธพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ นำท่านเข้าสู่ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวัน ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวันในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์ และ กรุงเทวหะ พระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา ซึ่งประทับอยู่กรุงกบิลพัสดุ์ขณะที่ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จประพาสสวนพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ระหว่างทางเกิดประชวรจะมี พระประสูติกาล ราชบริพารจึงจัดที่ประสูติถวายภายใต้ต้นสาละ ประสูติพระโอรส คือ สิทธัตถกุมาร ณ สถานที่นี้ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศกปรากฏอยู่ ก่อนหน้านี้มีต้นโพธิ์และวิหารมายาเทวี นมัสการสถานรอยพระพุทธบาทที่ประทับลงมายังพื้นปฐพีเป็นครั้งแรก เจริญพระพุทธมนต์ เจริญสมาธิภาวนา แล้ว ชมหินสลักภาพประสูติ ชมเสาอโศก และสระโบกขรณี

นำคณะเข้าเยี่ยมชม วัดไทยลุมพินี ตั้ง อยู่ในปริมณฑลสังเวชนียสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน ราชอาณาจักรเนปาล สร้างขึ้นด้วยศรัทธาของพุทธบริษัทชา วไทย ในนามของรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน และผู้ศรัทธาร่วมทำบุญ ทำสัญญาเช่าที่ดิน จากรัฐบาลเนปาล จำนวน ๒ แปลง รวมพื้นที่ ๕ เอเคอร์ (๑๓ ไร่เศษ)เป็นระยะเวลา ๙๙ ปี เพื่อเป็นการบูชาคุณพระพุทธศาสนา และร่วมเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี

รายการทำบุญ .การบำเพ็ญกุศล ณ แดนพุทธภูมิ ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยลุมพินีวัน ตามกำลังศรัทธา

11.30รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

จากนั้น   นำทุกท่านเดินทางไปยังเมืองกุสินารานำทุกท่านเดินทางสู่ชายแดน อินเดียเนปาล ผ่านกระบวนการประทับตราวีซ่า หนังสือเดินทาง ตรวจคนเข้า-ออกประเทศ เนปาลอินเดีย

นำท่านแวะพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐ หรือเส้นทางร่วมบุญสร้างพุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐

สวรรค์บนดินชายแดนอินเดีย-เนปาล (Toilet 960)

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมดีๆ เพราะมีคนใจดีมาทำบุญ

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมใหญ่ๆ เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยบริจาค

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมสะอาด เพราะมีคนใจใสใจสะอาดมาสนับสนุน

ท่านเจ้าคุณสร้างส้วมปลดทุกข์ ให้พวกเราทุกคนพ้นทุกข์เห็นสุขทันตา

ขอเชิญท่านผู้ใจบุญ มาร่วมทุนกันสร้างสรรค์สวรรค์บนดินในถิ่นอินเดียแห่งนี้ร่วมกันเถิด

สถานที่ก่อสร้างห้องน้ำ ศาลาภัตตาหาร ซุ้มกาแฟ ร้านบุญสหกรณ์ ณ ชายแดนอินเดีย-เนปาล

เดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)

เมืองกุสินารา” เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยานหรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า และจัดเป็น พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 4 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน

ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก ณ โรงแรม HOTEL IMPERIAL หรือเทียบเท่า เมืองกุสินารา

วันที่ 5    เมืองกุสินารา – เมืองพาราณสี

06.00.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

นำท่านเข้าสู่…สาลวโนทยานสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน บูชาสักการะพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาปรินิพพานวิหารและเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตะภาวนาจุดธูปเทียน ปทักษิณรอบปรินิพพานวิหาร แล้วชมสถานที่พระอานนท์เกาะสลักเพชรร้องไห้ ชมซากปรักหักพังของกุฎิ เจดีย์ชมต้นสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธ์เสร็จ

สักการะ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้าปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ ทรงกลมขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาหลังการถวายพระเพลิง ชาวบ้านเรียกว่า รามภาร์นำท่านเยี่ยมชมวัดไทยกุสิ นาราเฉลิมราชย์ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวายวัดไทย

รายการทำบุญ ..รายการที่จะบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าหุ่มพระปางปิรินิพาน ในพระวิหาร จำนวน 1 ชุด

นำคณะเข้าเยี่ยมชม..วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 มีเนื้อที่ราว 14 ไร่ (6 เอเคอร์) อยู่ห่างจากสาลวโนทยาน สถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพูทธเจ้า ปัจจุบันมีพระราชรัตนรังษี เป็นประธานสงฆ์

รายการทำบุญ.. . ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยกุสินารา ตามกำลังศรัทธา

11.30. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ”เมืองพาราณสี”เป็นชื่อของเมืองหลวงแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4000 ปี … ในชาดกได้ระบุชื่อเมืองนี้มากมายผู้ครองเมืองก็มักจะชื่อพระเจ้าพรหมทัตต์คุ้นหูของชาวพุทธมาก และเป็นสถานที่ตั้งของ สารนาถในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แปลว่า เขตป่าอภัยทานแก่สัตว์ที่เป็นที่บำเพ็ญตบะของฤษี เป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษีและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมมันตามความเชื่อในคัมภีร์อุปนิษัทของพรามหณ์ ทำให้เหล่าปัญจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะ ภายหลังจากที่พระองค์ทรงเลิกบำเพ็ญทุกขกริยา ได้มาบำเพ็ญตบะที่นี่แทน

19.00น.  นำท่านไปชมวิถีชิวิตชาวเมืองพาราณสี ล่องเรือแม่นำคงคายามค่ำคืน “มหานทีแห่งศรัทธาชมสีสันริมฝั่งแม่น้ำคงคา และชมพิธีอาระตีไฟ เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีเสนห์สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ที่นีชาวฮินดูที่เลื่อมใสและนับถือปฎิบัติโดยเคร่งครัดที่จะพากันอาบน้ำชำระร่างกายในยามเช้า ณ แม่น้ำคงคา แม่น้ำคงคา ได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนภารตะ อินเดียไหลจากสวรรค์จากความศรัทธาที่ผู้คนอุทิศให้เมืองที่เหมือนยังไม่ถูกปลุกจากฝันมานานกว่า 5,000 ปีแห่งนี้ … ชาวพาราณสีผูกพันกับ แม่น้ำคงคาอย่างเป็นหนึ่งเดียว …

ค่ำ  ถึงเมืองพาราณสี…. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม อิสระตามอัธยาศัย

 ที่พัก ณ Hotel Radisson Ble หรือเทียบเท่า  (เมืองพารณสี ประเทศอินเดีย)

วันที่ 6   เมืองพาราณสี -เมืองพุทธคยา

06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

07.30 น.  นำท่านเดินทางสู่ สารนาถ เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สมัยพุทธกาลเมืองนี้เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ตอนตรัสรู้แล้วใหม่ๆได้เสด็จจากอุรุเวลาเสนานิคมมายังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน(ป่าเป็นที่ปฏิบัติธรรมของฤาษีอันเป็นเขตอภัยทาน)ปัจจุบันเมืองนี้เรียกว่า“สารนาถ”(ที่พึ่งของหมู่กวาง) นำท่านชมสักการะเจาคันธีสถูป สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัจจวคีย์ เข้าสู่ ธัมเมกขสถูป สักการะ พระมูลคันธกุฏิ กุฏิที่พระพุทธองค์จำพรรษาครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ ชมหลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชอันเป็นหลักฐานสำคัญสื่อให้รู้ว่าเป็นสถานที่พระพุทธองค์ได้แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ชมยะสะเจดีย์สถานที่ยะสะกุลบุตรพบพระพุทธองค์แล้วชม สังฆาราม กว่า 1,000 หลัง

จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ  พิพิธภัณฑ์สารนาถเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาวัตถุโบราณต่างๆ โดยมีพระพุทธรูปทีโด่งดังคือ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยคุปตะ พระพุทธรูปนี้ถูกค้นพบที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามมาก ชนะรางวัลการประกวดขององค์การ UNESCO และเป็นองค์พระพุทธรูปซึ่งงดงามจนเป็นที่กล่าวขานกันว่าหากส่งเข้าประกวดอีกร้อยครั้งก็จะต้องชนะทั้งร้อยครั้ง

11.30 น.  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม

จากนั้น  นำท่านเดินทางสู่ เมืองพุทธคยา ระยะทางประมาณ 336 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง)

“เมืองพุทธคยา” เปิดประตูสู่เส้นทางตามรอยพระพุทธเจ้า สถานที่ตรัสรู้ของสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยา คือคำเรียกกลุ่มพุทธสถานสำคัญ ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก

ค่ำ  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมอิสระตามอัธยาศัย

ที่พัก ณ Hotel Mahabodhi หรือเทียบเท่า (เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย)

วันที่ 7   เมืองพุทธคยา-ราชคฤห์-นาลันทา-พุทธคยา

06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

07.30 น.  นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (Rajgir) ราชคฤห์ เป็นชื่อเมืองหลวงของแคว้นมคธสมัยพุทธกาล เป็นเมืองในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ 5 ลูก จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เบญจคีรีนคร เป็นเมืองตั้งหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองนคร เป็นเมืองที่มีประวัติความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามากที่สุด

นำพาท่านขึ้นสู่ยอดเขาราชคฤห์ทำสมาธิภาวนา ณ พระคันธกุฎิชมทิวทัศน์เมืองราชคฤห์ “ความสำคัญของเมืองราชคฤห์” ราชคฤห์เป็นเมืองตั้งหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองนคร เป็นเมืองที่มีประวัติความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามากที่สุด สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพระสาวกยังปรากฏอยู่มากมาย เช่น พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรได้บรรลุธรรม ถ้ำสัตบรรณคูหาที่ทำสังคายนาครั้งแรก เป็นต้น ชมและบำเพ็ญกุศล ณ ซากชีวกัมพวัน “สวนมะม่วงของหมอชีวก” เป็นซากอารามของหมอชีวกชีวกโกมารภัจจ์ ยกสวนมะม่วงถวายในคราวที่พระเทวทัตต์ประทุษร้ายพระองค์โดยกลิ้งหินลงใส่พระพุทธองค์ ทำให้สะเก็ดหินกระเด็นถูกพระบาทของพระองค์จนห้อพระโลหิตหมอชีวกโกมารภัจจ์ถวายการรักษาพยาบาล ณ อารามแห่งนี้ และแวะชมและบำเพ็ญกศล ณ ซากเรือนคุมขังพระเจ้าพมพิสาร สถานที่พระเจ้าอชาติศัตรูนำพระราชบิดาของพระองค์ มาคุมขังไว้จนสิ้นพระชนม์จากพื้นสูง… ได้เวลาอันสมควรนำท่านลงจากยอดเขา

หมายเหตุ: การขึ้นเขาคิชฌกูฏ ลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้นรถยนต์ไม่สามารถขี้นไปถึงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีท่านที่เดินไม่ไหวสามารถขึ้นได้โดยการนั่งเสลี่ยงโปรดแจ้งหัวหน้าทัวร์

จากนั้น  นำท่านสู่ บ่อน้ำพุร้อนตะโปทารามตโปทาราม สถานที่อาบน้ำพุร้อน ชำระบาป ตามความเชื่อของ พราหมณ์-ฮินดู อาบน้ำแบ่งตามวรรณะ เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ก่อนมีพุทธศาสนาสถานที่อันเป็นต้นบัญญัติสิกขาบทให้พระภิกษุสรงน้ำได้ 15 วันต่อครั้ง ปัจจุบันเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  ตโปทานทีหรือตโปทาราม เป็นวัดฮินดูที่คนทั่วโลกมุ่งไปดูแขกอาบน้ำ ที่เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเขาเวภารบรรพต เป็นธารน้ำอุ่นที่เชื่อว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ วิธีอาบแบ่งเป็นชั้นๆตามวรรณะสูงต่ำ พวกวรรณะพราหมณ์ได้อยู่ชั้นสูงสุด เป็นน้ำต้นน้ำที่ใสสะอาด ดื่ม อาบ ซักผ้าแล้วไหลลงไปให้ชนชั้นแพศย์ใช้ จากนั้นไหลลงไปให้วรรณะศูทรใช้ สุดท้ายที่วรรณะจัณฑาลที่ต้องใช้น้ำที่ดำปี๋สีขี้โคลนเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลของพวกวรรณะที่สูง

นำท่านเข้าสู่ วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารทรงยกพระราชอุทยานสวนไม้ไผ่ถวายเป็นที่ประทับแห่งแรกแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสงฆ์สาวก พุทธองค์ทรงประทับจำพรรษา ณ ที่แห่งนี้แล้ว 6 พรรษา เจริญพระพุทธมนต์เจริญสมาธิภาวนา ณ อุโบสถสถานที่ประชุมพระสาวกอรหันต์ 1,250รูป ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ซึ่งเรียกการประชุมนี้ว่า จาตุรงคสันนิบาต มูลเหตุแห่งพิธีมาฆบูชา และพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ภิกษุเหล่านั้น..

 เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม เมืองราชคฤห์

บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองนาลันทา นาลันทา เป็นชื่อเมือง ๆ หนึ่งในแคว้นมคธ ชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์โมริยะ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 3. และมีการสร้าง ติดต่อกันเรื่อยมาอีกหลายยุคหลายสมัยโดยประสงค์จะให้เป็นสถานศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่งพระพุทธศาสนาในอินเดียได้เจริญรุ่งเรืองอย่างสูง … ในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยนาลันทา เจริญรุ่งเรืองมาก เป็นมหาวิทยาลัย ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงมากที่สุด….ซากมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ยิ่งใหญ่ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการศึกษาของทวีปเอเชีย มีพระนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นรูป เมื่อราว พ.ศ.1700 ได้ถูกชาวมุสลิมรุกรานสังหารพระและคณาจารณ์และเผาทำลายเสียสิ้นปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด ยูเนสโกขึ้นทะเบียนนาลันทาเป็นมรดกโลก 2016 จากนั้น  นำท่านสักการะ หลวงพ่อดำ เป็นพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือมาก ว่ากันว่าใครขอพรอะไรก็จะสมหวัง พระพุทธรูปสร้างจากหินสีดำลักษณะงดงาม มีความพยายามที่จะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเพราะมีเหตุอาเพธทุกครั้ง นับเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญองค์หนึ่งเพราะเป็นพระพุทธรูปที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่องค์ที่ไม่ถูกทำลาย ชาวบ้านเรียกว่า เตลิยบาบา หรือหลวงพ่อน้ำมัน

16.30 น. นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองพุทธคยา ใช้เวลาเดินทางประมาณ2.30 ชั่วโมง ตามเส้นทางเดิม

นำคณะเข้าเยี่ยมชม วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย ปัจจุบันมีพระเทพโพธิวิเทศ เป็นเจ้าอาวาส

รายการทำบุญ . ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ณ วัดไทยพุทธคยา ตามกำลังศรัทธา

ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร โรงแรม

 ที่พัก ณ Hotel Mahabodhi หรือเทียบเท่า  (เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย)

วันที่ 8   เมืองพุทธคยา-เดลลี//เดลลี-กรุงเทพฯ

06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

07.30 น. นำท่านกราบลาสถานที่ตรัสรู้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา และ พระมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบสักการะหลวงพ่อ พระพุทธเมตตา ประดิษฐานภายในมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธปฏิมากรปางชนะมารที่รอดพ้นจากการถูกทำลายจากน้ำมือกษัตริย์ฮินดูอย่างปาฏิหาริย์ ด้วยพระพักตร์ที่แสดงออกด้วยเมตตากรุณาอั้นเปี่ยมล้นชาวพุทธทั่วโลกจึงต่างพากันเบียดเสียดเพื่อเข้าไปกราบไหว้บูชาสักการะ พระแท่นวัชรอาสน์ ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในดินแดนถิ่นพุทธภูมิ นมัสการสัตตมหาสถาน ที่สำคัญอันอยู่ใกล้เคียง ได้แก่ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รันตนฆรเจดีย และสระมุจลินท์ เป็นต้น ทำสมาธิ ถวายเป็นปฏิบัติบูชา นำทุกท่านไปยัง บ้านนางสุชาดา ธิดากุฎุมพี แห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาส อันประณีตแด่พระมหาบุรุษก่อนการตรัสรู้ อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำเนรัญชราประมาณ 200 เมตร ปัจจุบันเป็นโบราณสถานซากสถูปขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ชม แม่น้ำเนรัญชรา สายน้ำที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจิตลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาสก่อนวันที่จะตรัสรู้หนึ่งวัน ชมวัดนานาชาติ อาทิเช่น วัดทิเบต วัดภูฏาน วัดญี่ปุ่น แล้ว

รายการทำบุญ ..รายการที่จะบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าหุ่มพระปางพุทธเมตตา ในพระวิหาร จำนวน 1 ชุด

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องโรงแรม

จากนั้น เดินทางสู่สนามบินพุทธคยา เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

14.15 น. ออกเดินทางสู่เดลลี โดยสายการบิน AIR INDIA เที่ยวบินที่ AI4433

17.05 น. ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่น ตรวจรับสัมภาระ

เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระจากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่อาคารระหว่างประเทศเพื่อเดินทางสู่กรุงเทพฯ ระหว่างรอต่อเครื่องภายในสนามบินภายในประเทศ มีร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มให้เลือก หลากหลาย

                   อิสระอาหารค่ำ ใน สนามบิน ตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกกับการเชคอิน

23.00 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน AIR INDIA เที่ยวบินที่ AI334

วันที่ 9  ท่านอากาศสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

04.55   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ.….อิ่มบุญกันถ้านหน้า

 หมายเหตุ :

  1. เวลาที่ปรากฏในโปรแกรมกับการปฏิบัติจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขอให้ท่านรับทราบคำแนะนำการเปลี่ยนแปลงการนัด หมายเวลาในการทำกิจกรรมอีกครั้งจากหัวหน้าทัวร์บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงรายการ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทาง เศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองภายใน อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยว ได้ตามรายการ

อัตราค่าบริการ : (สังเวชนียสถาน4ตำบล+ทัชมาฮาล 9 วัน 7 คืน)

เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถREFUND ได้

อัตราค่าบริการ 15-20 ท่าน ขึ้นไป(บาท)

ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน)ท่านละ กรณีเดี่ยว เพิ่ม/ท่านละ
เดินทาง 22-30 ต.ค. 2562 เดินทาง 8-16 ธ.ค. 2562 45,200.- 8,500.-
สวดมนต์ข้ามปี 27ธ.ค.62-4 ม.ค.2563 47,200.- 9,500.-
เดินทาง 18-26 ม.ค. 2563 เดินทาง 15-23 ก.พ. 2563 เดินทาง 11-19 มี.ค. 2563 45,200.- 8,500.-

*** ราคาอาจมีการปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมัน และโปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่ เปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน กับสภาวะของเงินบาทที่ไม่คงที่ / สภาวะทางอากาศซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสาคัญ ***

เพื่อประโยชน์ของผู้เดินทาง โปรดศึกษาเงื่อนไขการจองทัวร์ และการยกเลิกทัวร์ ที่ระบุในรายการทั้งหมดหลังจากท่านทำการจองทัวร์แล้ว ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านเข้าใจ และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว

การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทาง)

  •  งวดที่ 1 สำรองที่นั่ง จ่าย 20,000 บาท/ท่านภายใน 3 วันหลังได้รับการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 ชำระส่วนที่เหลือ 30 ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

การยกเลิก

5.1 หากมีการชำระมัดจำทัวร์และต้องการยกเลิกไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามต้องชำระค่าบริการ ท่านละ 2,000 บาท 5.2 ยกเลิก 30-45 วัน ก่อนการเดินทาง+ค่าวีซ่า (ถ้ามี) ต้องชำระ ท่านละ 5,000 บาท 5.3 ยกเลิก 15 - 29 วัน ก่อนการเดินทาง ต้องชำระ 50% ของราคาทัวร์+ค่าวีซ่า (ถ้ามี) 5.4 ยกเลิกน้อยกว่า 1 - 14 วัน ก่อนการเดินทาง ต้องชำระ 100% ของราคาทัวร์ ยกเลิกช่วงเทศกาล
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง สงกรานต์-ปีใหม่ 60 วัน ต้องชำระท่านละ 10,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง สงกรานต์-ปีใหม่ 50 วัน ต้องชำระท่านละ 20,000+ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง สงกรานต์-ปีใหม่ 40 วัน 01-29 วัน ชำระ 100% ของราคาทัวร์

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  • กรณีเดินทางเป็นกร๊ป หากตั๋วออกแล้วไม่สามารถขอเงินคืนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 25 กก.
  • กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand Carry) นำหนักไม่เกิน 7 กก.

ค่าทัวร์รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางตามที่สายการบินกำหนด (25 KG.)
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ตามเส้นทางที่กาหนดไว้ในโปรแกรม พร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางตามที่สายการบินกำหนด (25 KG.)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ,ค่าพาหนะ,และค่าเข้าชมสถานที่ ตามรายการระบุ
  • ค่าธรรมวีซ่าเนปาล และอินเดีย(อินเดียยื่นแบบออนไลน์ ไม่ต้องโชว์ตัว) ตามรายการระบุ
  • พระธรรมวิทยากร บรรยายตลอดการเดินทาง

ค่าทัวร์รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางตามที่สายการบินกำหนด (25 KG.)
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ตามเส้นทางที่กาหนดไว้ในโปรแกรม พร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางตามที่สายการบินกำหนด (25 KG.)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ,ค่าพาหนะ,และค่าเข้าชมสถานที่ ตามรายการระบุ
  • ค่าธรรมวีซ่าเนปาล และอินเดีย(อินเดียยื่นแบบออนไลน์ ไม่ต้องโชว์ตัว) ตามรายการระบุ
  • พระธรรมวิทยากร บรรยายตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางวงเงิน 1 ล้านบาท (วงรักษาพยามบาทไม่เกิน 5 แสนบาท/ครั้ง)ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต(คุ้มครองสำหรับอายุ 1-75 ปีขึ้นไป )
*หากท่านสนใจซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่บริษัทได้*
  • เบี้ยประกันเริ่มต้น 399 บาท [ระยะเวลา 9-10 วัน]
  • ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุไม่เกิน 75 ปี
  • [รักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและสุขภาพวงเงิน 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่องในประเทศไทยห้าหมื่นถึง5แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 2 ล้านบาทถึง 5ล้าน]ปล.ขึ้นอยู่แผนประกันที่ท่านเลือก

ค่าทัวร์ไม่รวม

  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม แนะนำให้ดูแลกระเป๋าด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันการสูญหาย
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) ค่าจัดทำเอกสาร และค่าทำธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น+คนขับรถ 45 USD/ท่าน ตลอดทริปการเดินทาง
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
****ทิปหัวหน้าทัวร์ไทยแล้วแต่ความพึงพอใจในบริการของท่าน บริษัทฯมิได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับหัวหน้าทัวร์ที่บริการท่าน***

เงื่อนไขการเดินทาง

  1. บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  2. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สารองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  3. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ และอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
  4. หากท่านยกเลิกก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
  6. ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว
  7. กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดาเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สาหรับค่าบริการนั้นๆ
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอานาจของบริษัทฯ กากับเท่านั้น
  9. หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  10. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจาคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  11. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  12. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่นค่าตั๋วเครื่องบินค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
  13. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชาระค่าทัวร์หรือมัดจามาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจาให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชาระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  14. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  15. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  16. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  17. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ราคานี้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะแบบ Join Tour เท่านั้น กรณีต้องการตัดกรุ๊ปเหมาโปรดสอบถามทางบริษัทอีกครั้ง หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ พระสงฆ์ โปรดสอบถามทางบริษัทอีกครั้ง
  18. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯก่อนทุกครั้งมีเช่นนั้นทางบริษัทฯจะ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
  19. หากมีการยกเลิกการจองทัวร์หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้วบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณีไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็

โรงแรมและห้อง

  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ (TWN/DBL)ในการณีที่ท่านประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน/3เตียง (TRIPLE ROOM) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแต่งต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ3เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในโซนยุโรป และทางแถบเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นแถบที่มีอุณภูมิต่ำ อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ(Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น บริษัทฯของสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป่าเล็กถือขึ้นเครื่องบิน

  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่อง สิ่งของที่ ห้ามนำขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บ ทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบเหญ่
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกตรวจทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาติให้ถือขึ้นเครื่องบินได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรองกร์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ

  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาติให้โหลดใต้ท้องเครื่องบินคือ 20-30 กิดลกรัม(สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด Economy Class Passenger ซื่งขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางนำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป่าสัมภาระที่ทางสารการบินอนุญาติให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและความกว้าง (9.75 นิ้ว+ยาว (21.5นิ้ว)+สูง(18นิ้ว)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง(Hand carry)

การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย

  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สารการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฏไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิด USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD600 (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ใม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัสของท่าน
 

เอกสารในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย แบบออนไลน์ ไม่ต้องโชว์ตัว

  • รูปถ่ายสี (ถ่ายมาไม่เกิน 3 เดือน ขนาด 2×2 นิ้ว) 2 รูป พื้นหลังสีขาว

  • หนังสือเดินทางมีอายุมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า

  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต 2 ชุด

สำเนาหน้าวีซ่าที่เคยเดินทางไปประเทศอินเดีย 1 ชุด (หากมี)