ทัวร์อิหร่าน IRAN WONDERFUL 8วัน 6คืน #IRBW1400

฿

รหัสทัวร์ : IRBW1400

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

1.ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน(National Museum Of Iran)พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการและจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ มาแล้วกว่า 70 ปี

2.พระราชวังเนียวาราน(Niavaran Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังที่กษัตริย์ชาห์ ทั้งสองพระองค์แห่งราชวงศ์ปาห์เลวี ของอิหร่านเคยประทับที่นี่

3.ชมมัสยิดสีชมพู(Nasir-OlMolk)ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก มีเพียงแห่งเดียวในอิหร่าน

    • 59900 ฿
    • 47900 ฿
    • 5900 ฿
SKU:IRBW1400
Category:
Tags:, , , ,

ทัวร์อิหร่าน IRAN WONDERFUL 8วัน 6คืน #IRBW1400

วันแรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ  – เตหะราน (บินตรง)

20.00 น.  คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว N (Row N) ใกล้ประตูหมายเลข 9บนชั้น 4(ผู้โดยสารขาออก)ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ของสายการบินมาฮาน แอร์ (Mahan Air)พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับท่าน

23.35 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5 050  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง).

***กรุณาแต่งกายสุภาพ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน***

– สุภาพบุรุษ        เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น

 – สุภาพสตรี        เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ไม่รัดรูป รองเท้าหุ้มส้น

กรุณาเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ

วันที่สองของการเดินทาง  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระราชวังโกเลสตาน – หอคอยมิหลาด 

03.45 น.     เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน

หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Airport ใกล้อาคารผู้โดยสารขาเข้า

08.30 น.    บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

09.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (1)

10.30 น.    นำท่านสู่ใจกลางกรุงเตหะรานเพื่อชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน(National Museum Of Iran)พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการและจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ มาแล้วกว่า 70 ปี  ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกที่มีโบราณวัตถุหลายยุคหลายสมัยจัดแสดงไว้ที่นี่มากกว่า 300,000 ชิ้น ซึ่งตกทอดมาจากยุคสมัยและอาณาจักรต่างๆ ที่เกิดตั้งแต่ก่อนอาณาจักรเปอร์เซีย เช่น เมืองเอ็กบาตานาของอาณาจักรมีดีส เมืองซูซ่าของของอาณจักรอีแลม จนกระทั่งมาถึงเปอร์เซียในยุคแรกที่เรียกว่ายุคอะคามินิด ต่อมายังยุคซัสซาเนียน ยุคซาฟาวิด จนกระทั่งถึงยุคกอญัร

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (2)

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม พระราชวังโกเลสตาน(Golestan Palace) ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งหลังการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนี  พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างน่าอัปยศอดสูเช่นเดียวกับวังแห่งอื่นๆ เพิ่งจะมีการบูรณะเมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งหนึ่งราวๆ ห้าปีที่ผ่านมานี่เอง  อย่างไรก็ตามวังแห่งนี้ก็ยังคงความงดงามในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเพชรที่สุดอลังการ และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะยุคกอญัร  ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาได้ในทุกตารางนิ้วของพระราชวังแห่งนี้ก็ด้วยพระปรีชาของกษัตริย์องค์หนึ่งของราชวงศ์กอญัรคือ Nasser Al-Din Shah (1848-1896) โปรดให้สร้างและตกแต่งขึ้นตามแบบยุโรปที่ท่านเคยเสด็จประพาสมาก่อนหน้านั้นจากนั้นทำท่านเที่ยวชม หอคอยมิหลาด(Milad Tower)ซึ่งเป็นหอคอย แห่งความภาคภูมิใจของคนอิหร่านทั้งมวล เนื่องจากหอคอยแห่งนี้ได้ออกแบบก่อสร้างโดยสถาปนิคชาวอิหร่านเองทั้งหมด เป็นหอคอยที่สูงอันดับ 6 ของโลก ด้วยระดับความสูงถึงยอดเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม ถึง 435 เมตร ท่านจะได้ชมความงามของกรุงเตหะรานอย่างทั่วถึงจากหอคอยแห่งนี้

19.30 น.   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (3)

โรงแรมที่พัก PARSIAN AZADI HOTEL  ระดับ 5* ดาวในกรุงเตหะราน

วันที่สามของการเดินทาง   เตหะราน – พระราชวังเนียวาราน – พิพิธภัณฑ์อัญมณี – ชีราซ

07.00 น.    บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (4)

09.00 น.   เดินทางสู่ตอนเหนือของกรุงเตหะรานซึ่งติดกับเชิงเขาอัลโบร์ซเพื่อเข้าชม พระราชวังเนียวาราน(Niavaran Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังที่กษัตริย์ชาห์ ทั้งสองพระองค์แห่งราชวงศ์ปาห์เลวี ของอิหร่านเคยประทับที่นี่ ก่อนที่จะถูกปฏิวัติโดยอะยาตุลเลาะห์โคมัยนีเมื่อต้นปีค.ศ.1979  พระราชวังแห่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่คณะปฏิวัติอ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ของตะวันตกที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ชาห์ และยังแสดงถึงความฟุ้งเฟ้อของราชวงศ์อย่างชัดเจนที่สุดแต่คนอิหร่านบางส่วนก็บอกว่านี่เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองและทันสมัยของประเทศอิหร่านซึ่งไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่นทางตอนเหนือของเตหะราน (5)

บ่ายนำท่านเดินทางสู่ใจกลางกรุงเตหะราน  เพื่อเข้าชมอัครสถาน ซึ่งทุกคนที่มาเยือนอิหร่านต้องไม่พลาดชม  นั่นก็คือกรุอภิมหาสมบัติแห่งชาติอิหร่านที่พิพิธภัณฑ์อัญมณี(Jewelry Museum)ซึ่งอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัยของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียในอดีตจำนวนมากมายนั้น ล้วนถูกเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้จนเรียกได้ว่าเป็นกรุอภิมหาสมบัติที่มีจำนวนมากมายและมโหฬารที่สุดในโลก

จากนั้นเดินทางสู่สนามบินMehrabad Airportซึ่งเป็นสนามบินภายในประเทศที่จะเดินทางต่อไปยังเมือง

ชีราซ ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงปลายศตวรรษที่ 18 และเป็นหัวเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน

18.00 น.   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในสนามบินMehrabad (6)

20.10 น.      ออกเดินทางสู่เมืองชีราซ โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบิน W5-1087

21.30 น.      เดินทางถึงท่าอากายานเมืองชีราซ จากนั้นเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

พักที่ PARS HOTELหรือPARSEH HOTEL ระดับ 5* ดาวในเมืองSHIRAZ

วันที่สี่ของการเดินทาง   มัสยิดสีชมพู – เปอร์ซีโปลิส – นัคเช รอสตัม – ยาซด์

06.00 น.     บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (7)

08.00 น.    นำท่านเที่ยวชมมัสยิดสีชมพู(Nasir-OlMolk)ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก มีเพียงแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่านจะมองจากมุมไหน มัสยิดแห่งนี้จะออกสีชมพู ดูสวยงาม อ่อนหวาน ความสวยขนาดที่ได้รับเลือกให้เป็นภาพปกหนังสือ ตอนย้อนรอย อารยัน ของนักเขียนนาม เชนทร์ ชนะการณ์ มาแล้ว ข้างในกว้างขวาง ใหญ่โตไม่ว่าจะมองมุมไหนจากนั้นเดินทางสู่พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส(Persepolis)ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองชีราซขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เชียขึ้นเมื่อปี 559ก่อนคริสตศักราช (พระราชวังและเมืองหลวงแห่งแรกคือพาซากาด สร้างโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช) เริ่มสร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราชในปี 512 ก่อนคริสตศักราช  หลังจากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอีก 5 รัชกาลต่อมา แต่ก็ยังไม่เคยเสร็จสมบูรณ์  จนกระทั่งมาถูกยึดครองและเผาทำลายอย่างย่อยยับโดยกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งอาณาจักรกรีซในปี 330 ก่อนคริสตศักราช  แต่กระนั้นก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ตลอดกาล  ทั้งความใหญ่โตโอฬารของตัวพระราชวังและความอลังการทางด้านสถาปัตย์  ดังนั้นเวลา 2 ชั่วโมงของการเที่ยวชมพระราชวัง เปอร์ซีโปลิสแห่งนี้  จึงเป็น 2 ชั่วโมงที่คละเคล้าไปด้วยความระทึกใจ ความประหลาดใจและความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

จากนั้นนำท่านแวะชม  สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระราชวังเปอร์ซีโปลิส   ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น  นั่นคือ นครหลังความตาย นัค-เช รอสตัม(Naqsh-e rostam)หรือสุสานสี่กษัตริย์ นั่นเอง ที่นี่เป็นสุสานของพระมหากษัตริย์ แห่งราชวงศ์อะคามินิดที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เชีย และเคยประทับที่พระราชวังเปอร์ซีโปลิสมาก่อนที่จะสวรรคต แต่ด้วยความเชื่อตามหลักคำสอนของศาสนาโซโรแอสเตอร์ว่า หลังจากสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษยโลกแล้วชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อเพียงแต่จะต้องไปสู่อีกโลกหนึ่งในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องสร้างสุสานแห่งนี้ให้มีความยิ่งใหญ่อลังการ เช่นเดียวกับพระราช
วังที่กษัตริย์เหล่านั้นเคยประทับมาก่อน และที่ไม่ธรรมดาก็คือ เป็นสุสานที่ขุดเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหินซึ่งอยู่สูงจากพื้นถึง 20 เมตร และยังมีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความงดงามอีกด้วย

12.30 .    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (8)

บ่าย นำท่านเดินทางจากเปอร์ซีโปลีสมุ่งขึ้นเหนือสู่เมืองยาซด์ซึ่งเป็นอดีตเมืองศูนย์กลางการค้ายุคโบราณในถิ่นทะเลทรายที่สำคัญที่สุดตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน โดยจะผ่านเมืองอะบาคูห์ (Abakuh/ ใช้เวลา 2 ชม.) ที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 เช่นเดียวกัน  และยังคงมีโบราณสถานสำคัญเหลือรอดมาให้คนรุ่นปัจจุบันได้ชื่นชมในภูมิปัญญาของคนยุคนั้น นั่นก็คือโดมสำหรับการทำน้ำแข็งหรือ Ice House นั่นเอง นี่คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่างเปอร์เชียโบราณในยุคนั้นคิดค้นได้อย่างน่าทึ่ง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องอากาศร้อน ทำให้ชาวบ้านได้มีน้ำแข็งไว้แช่น้ำดื่มเย็นๆ เพื่อคลายร้อน แวะชมโรงทำน้ำแข็งยุคโบราณที่เมืองอะบาคูห์ และให้ท่านได้ถ่ายภาพอย่างเต็มที่แล้วเดินทางต่อสู่เมืองยาซด์ ซึ่งจะใชเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมืองยาซด์

19.30 น. รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารของโรงแรม (9)

โรงแรมที่พัก DAD  HOTEL หรือ ARK HOTELระดับ 4* ดาวในเมืองยาซด์

วันที่ห้าของการเดินทาง ยาซด์ – อิศฟาฮาน

07.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (10)

09.00 น. นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมืองยาซด์  โดยเริ่มจากศาสนสถานโซโรแอสเตอร์ที่เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาของ โซโร-แอสเตอร์ ในอดีตเมื่อประมาณต้นคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ซัดซาเนียนปกครองเปอร์เชีย  สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดย่อมทางด้านใต้ของเมืองยาซด์  เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยตัวอาคารหลักในการทำพิธีทางศาสนา บ่อน้ำดื่มน้ำใช้ซึ่งอยู่ใต้ดิน ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องพัก และแท่นทำพิธีศพที่อยู่ด้านหลังอาคาร  ทั้งหมดนี้สร้างด้วยดินเหนียวตากแห้ง และเรียกรวมกันว่า Tower of Silenceนี่เป็นเพียงบางส่วนที่ให้ท่านได้สัมผัสกับศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และ เมืองยาซด์ก็เป็นศูนย์กลางศาสนาโซโรแอสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน ของทุกปี  ชาวโซโรแอสเตรียนจากทั่วโลกจะมาร่วมกันทำพิธีบูชาเทพอะหุรามาสดาครั้งใหญ่ประจำปีกันที่นี่  แต่จะจัดพิธีที่ ศาสนสถานชื่อ Pir-e Sabz Fire Templeซึ่งเป็นศูนย์กลางในปัจจุบันตั้งอยู่ในถิ่นทะเลทรายทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองยาซด์ออกไปประมาณ 62 กิโลเมตรจากนั้นนำท่านชมมัสยิดประจำเมืองยาซด์(Masjid-e Jameh)ซึ่งมีเสามินาเร่ห์ที่สูงถึง 48 เมตรสูงที่สุดในอิหร่าน สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยคร่อมลงไปบนมัสยิดหลังเดิมที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 จากนั้นเดินเท้าเที่ยวต่อสู่เขตเมืองเก่าของยาซด์ซึ่งประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ คือ Tomb of 12 Imams(ชมได้เฉพาะภายนอก) ซึ่งเป็นโบราณสถานทางด้านศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ตอนต้น  โดยภายในมีบันทึกรายชื่อของอิหม่าม 12 องค์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงหลังจากการเสียชีวิตของพระศาสดามูฮัมหมัดแล้ว  เริ่มนับองค์แรกคืออิหม่ามอาลี โดยไม่นับรวมตำแหน่งกาหลิบซึ่งเป็นผู้สืบทอดของนิกายสุหนี่ สถานที่อีกแห่งหนึ่งคือ Alexander’s Prisonเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ซึ่งสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยตั้งอยู่บริเวณใกล้กันกับ Tomb of 12 Imamsการที่เรียกว่าเป็นคุกขังนักโทษของอเล็กซานเดอร์นั้นเป็นเพียงการเปรียบเทียบของท่านกวีเอกฮาเฟซ ซึ่งท่านเป็นคนเมืองชีราซและไม่ค่อยเดินทางไปต่างถิ่นนัก มีครั้งหนึ่งที่ท่านได้เดินทางมายังเมืองยาซด์และได้มาพำนักที่นี่  มีความคิดถึงบ้านและรู้สึกไม่สะดวกสบายด้วยประการทั้งปวงก็เลยเปรียบเปรยในบทกวีของท่านว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนคุกของอเล็กซานเดอร์ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนสอนวิชาการอาชีพ เช่น ทอผ้า ทอพรม และงานฝีมือ

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (11)

หลังอาหารกลางวัน ออกเดินทางสู่เมืองอิศฟาฮาน  โดยผ่านเมืองเมย์บ็อด อันเป็นเมืองเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งที่อยู่ห่างจากเมืองยาซด์ไปทางตะวันตกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางสู่เมืองนาอีนซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แวะให้ท่านได้เปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเที่ยวชม เขตเมืองเก่า และมัสยิดประจำเมืองหรือJameh Mosqueที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดามัสยิดทั้งหลายในประเทศอิหร่านปัจจุบันโดยจะให้เวลาท่านประมาณ 1 ชั่วโมงในการเข้าชมและถ่ายภาพกับมัสยิดเก่าแก่และสวยงามแห่งนี้

จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองอิศฟาฮานอีกประมาณ 2 ชั่วโมง  เมืองอิศฟาฮานเป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษ ที่ 17-18 อาณาจักรเปอร์เซียมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิศฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า “Esfahan is half of the world”ใครต้องการสินค้าอะไรก็ต้องไปซื้อหากันที่อิศฟาฮานยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่างๆ รวมทั้งสยามซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (12)

พักที่ KOWSAR HOTELระดับ 5*หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่หกของการเดินทาง อิศฟาฮาน…เต็มวัน

07.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (13)

09.00 น.นำท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอิศฟาฮานซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบจัตุรัสอิหม่ามใจกลางเมือง(กรุณาเตรียมของใช้ส่วนตัวให้ครบถ้วนก่อนลงจากรถ เพราะรถจะมารับอีกครั้งหนึ่ง 18.00 น.) เมืองอิศฟาฮานเป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ร่วม 1,800 ปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซัสซาเนียน  และเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เชียระหว่างปี ค.ศ.1587-1749 ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครอง  อดีตเมืองหลวงแห่งนี้เคยรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 16-17 และปัจจุบันนี้เป็นเมืองมรดกโลกโดยการขึ้นทะเบียนขององค์การยูเนสโก  นำท่านชมโบสถ์แวงค์(Vank Church)ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์นิกายออโธด็อกซ์ของชาวอาเมเนียน ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกว่า เหตุใด…จึงมีโบสถ์คริสต์ตั้งอยู่ในอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งได้กลายเป็นประเทศมุสลิมอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1501 ในสมัยกษัตริย์ชาห์อีสมาอิล กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์ซาฟาวิดที่ปกครองเปอร์เซียในสมัยนั้น นี่คือสิ่งที่แปลกและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนที่ชื่อ “นิวจุลฟา” ของชาวอาร์เมเนียนที่ทับซ้อนอยู่ในตัวเมืองอิศฟาฮานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โบสถ์แวงค์แม้ขนาดไม่ได้ใหญ่โตโอฬารนัก และเทียบกันไม่ได้เลยกับมัสยิดอิหม่าม แต่ทว่าภาพเขียนฝาผนังด้านในของโบสถ์นั้นโดดเด่นและสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนั้นยัง

มีอาคารที่อยู่ข้างตัวโบสถ์อีกหลังหนึ่ง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวของชาวอาร์เมเนียนที่อพยพโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ที่นี่อีกด้วย จากนั้นนำท่านไปยังบริเวณจตุรัสอิหม่ามซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเพื่อชมมัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque)ตั้งอยู่ปลายสุดทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส  เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เริ่มสร้างในปี 1611 สมัยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4 ปีต่อมา  นอกจากขนาดที่ใหญ่โตโอฬารแล้ว ยังเป็นมัสยิดที่มีองค์ประกอบทางด้านสถาปัตย์ที่สวยงามที่สุดในประเทศอิหร่าน  โดยเฉพาะโดมประธานขนาดมหึมาที่สร้างคร่อมกันเป็นสองชั้นขนานกันตลอดทุกตารางนิ้ว  ซึ่งมีผลต่อการระบายอากาศและการกระจายของเสียงผู้นำสวดให้แผ่ออกไปจนได้ยินอย่างชัดเจนในทุกซอกทุกมุมของมัสยิดโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารใกล้จตุรัสอิหม่าม (14)

บ่ายนำท่านชม พระราชวังอะลีคาปู (Ali Qapu Palace)สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม  เป็นอาคาร 6 ชั้น ที่ใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง  บนชั้น 3 ของพระราชวังสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และมีระเบียงหันหน้าเข้าหาจัตุรัสอิหม่ามสำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไว้ประทับทอดพระเนตรการละเล่นต่างๆ  และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูงที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นทุกมุมและทุกอย่างที่อยู่บนจัตุรัสได้อย่างชัดเจน  จากนั้นเข้าชมมัสยิด ชีค ล็อตฟุลเลาะห์(Sheikh Lotfollah Mosque)ซึ่งเป็นมัสยิดเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้นที่จะเข้ามาทำการละหมาดได้  สร้างโดยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ระหว่างปี 1602-1619  ขึ้นชื่อว่าวิจิตรสวยงามที่สุดในการตกแต่งภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โดมประธานซึ่งอยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่  จากนั้นให้ท่านได้มีเวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้งสิ่งของต่างๆ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายแล้วนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

*** ไม่มีอาหารค่ำบริการ  เพื่อให้ท่านได้มีเวลาเดินเล่นสบายๆ และเลือกรับประทานเองตามอัธยาศัย***

พักที่ KOWSAR  HOTELระดับ 5*หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่เจ็ดของการเดินทาง  อิศฟาฮาน – นาทานซ์ – คาชาน – สนามบิน

06.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (15)

08.00 น. นำท่านเดินทางออกจากเมืองอิศฟาฮานมุ่งขึ้นเหนือสู่เมืองนาทานซ์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี โดยใช้เวลาเดินทางจากเมืองอิศฟาฮานประมาณ 2ชั่วโมง ชมอนุสรณ์สถานของท่านผู้นำศาสนาอิสลามนิกายซูฟีคนสำคัญคือท่าน “ชีค อาบัด อัล ซามัด” ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1304 โดยท่านVizier Zain al Din Mastariซึ่งเป็นเจ้าเมืองในสมัยราชวงศ์อิลข่านนั่นเอง  จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองคาชานที่ห่างออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองคาชาน (16)

หลังอาหารกลางวัน นำท่านชมเมืองคาชานที่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่ประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ตัวเมืองที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 11-13 สมัยที่พวกเซลจุกเติร์กมีอำนาจปกครองเหนืออาณาจักรเปอร์เซีย (ประมาณ ปี 1051-1220 ) และเมืองนี้เริ่มมีชื่อเสียงทางด้านการทำเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ และการทอผ้า ทอพรม ต่อมาในยุคการปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดที่การค้าขยายตัวเป็นอย่างมากนั้นก็ยิ่งทำให้เมืองคาชานเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีก

ชมคฤหาสน์เศรษฐีชื่อBorujerdi Ancient Houseที่มีมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีตสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย (ศตวรรษที่ 16-18) ซึ่งเป็นยุคที่การค้ารุ่งเรืองสูงสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งยุคที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง มีพ่อค้าวาณิชย์ที่เป็นมหาเศรษฐีมากมาย คฤหาสน์เศรษฐีหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายหลังที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคปัจจุบันให้ได้ย้อนรอยระลึกถึงความมั่งคั่งในอดีต

จากเมืองคาชาน เดินทางสู่ท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนี (IKA) โดยจะแวะที่ห้างสรรพสินค้า Meh O-Mahซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาชาน 1.30 ชั่วโมงเมื่อเข้าห้องน้ำและเปลี่ยนอิริยาบถเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางต่อสู่ท่าอากาศยานโคมัยนีซึ่งใช้เวลาเดินทางอีก 1 ชั่วโมง

21.45 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบิน W5- 051

โดยใช้เวลาบินตรงประมาณ 6.30 ชั่วโมง  ***อาหารค่ำบริการบนเที่ยวบินของมาฮานแอร์ ***

วันที่แปดของการเดินทาง   กรุงเทพฯ

07.45 น.                เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

********************************************************************************

**หมายเหตุ     รายการทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม**

ผู้เดินทาง ราคาต่อท่าน
ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน / ท่านละ 59,900 บาท
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน / ท่านละ 59,900 บาท
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่  2 ท่าน / ท่านละไม่มีเตียงเสริม 47,900 บาท
พักห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม ท่านละ 5,900 บาท
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับของสายการบินมาฮานแอร์บนชั้นประหยัดเป็นหมู่คณะ
  • ค่าประกันการเดินทางในวงเงิน 1,000,000.-บาท
  • ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอิหร่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ 1 เที่ยวบิน
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • ค่าที่โรงแรมที่พักระดับ 4-5ดาวจำนวน 6คืน
  • ค่ามัคคุเทศก์ไทยและอิหร่านที่ชำนาญงานคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ทิปพนักงานร้านอาหารและโรงแรมทุกแห่ง
- ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง 30 กิโลกรัม/ท่าน   อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 3 USD / คน / วัน, ทิปคนขับรถ 2 / คน / วัน, ทิปหัวหน้าทัวร์ แล้วแต่ความพอใจของท่าน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหารที่สั่งเอง, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าภาษีหัก ณ
  • ที่จ่าย ฯลฯ
  • ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 20 ก.ก.สำหรับสายการบินในประเทศ และเกิน 30 ก.ก.สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
  • ค่าห่อสัมภาระด้วยพลาสติกก่อนโหลดขึ้นเครื่อง เช่น ของที่เป็นกล่อง เป็นลังกระดาษ หรือลังโฟม เป็นต้น
  • ค่าพนักงานเข็นกระเป๋าในสนามบินทุกแห่ง หากท่านเรียกใช้บริการด้วยตนเอง
การจองและชำระเงิน
  • ชำระค่ามัดจำท่านละ 30,000.- บาท ภายใน 7 วันหลังจากตกลงเดินทาง(Confirm)***
  • กรุณาชำระค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทาง 40 วัน
  หมายเหตุสำคัญที่ผู้เดินทางต้องอ่านและทำความเข้าใจ 1.การยกเลิกการเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 61 วันขึ้นไป คืนเงินมัดจำทั้งหมด 30,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน หักค่ามัดจำ 10,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-44 วัน หักมัดจำ 20,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 75% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของ
ประเทศอิหร่านหักค่าใช้จ่าย 100%   2.กรณีฉุกเฉินหรือเหตุสำคัญใดๆ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและโปรแกรมทัวร์ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบจากเหตุอันคาดไม่ถึงและอยู่นอกเหนือการควบคุมดูแลของบริษัทฯ
  • เนื่องมาจากภัยจลาจล ประท้วง ความไม่สงบทางการเมือง อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ปัญหาการจราจร การล่าช้า
หรือยกเลิกเที่ยวบิน แต่ทางบริษัทฯ จะพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีที่สุด
  • หากเกิดเหตุใดๆ หลังจากออกวีซ่าแล้ว สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,500 บาท โดยปริยาย (ไม่คืนทุกกรณี)
  • สงวนสิทธิ์ไม่ขายแก่บุคคลที่สงสัยว่าจะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ
  • ท่านสามารถ นำบัตรเครดิด เช่น VISA, MASTER หรือเงินสดสกุล EURO และ ไปใช้ได้ในร้านค้าขนาด
ใหญ่เท่านั้น ** เงินสกุล USD จะต้องมีสภาพใหม่ และเป็น Series ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา
ขั้นตอนการยื่นวีซ่าของประเทศอิหร่าน
  1. เตรียม สแกนรูปถ่ายหน้าพาสปอร์ตแบบสี ให้กับทางเจ้าหน้าที่
  2. เจ้าหน้าที่ส่งขออนุญาตและรับรหัสจากหน่วยงานรัฐในประเทศอิหร่าน (ระยะเวลาประมาณ 15-20 วัน)
  3. หลังจากได้รหัสจากหน่วยงานรัฐของประเทศของอิหร่าน ต้องนำเอกสารยื่นวีซ่าฉบับจริงยื่นกับทางสถานทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย ซึ่งสถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 7-10 วันทำการ
  เอกสารที่ต้องเตรียม
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว  3 รูป พื้นขาว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารกรอกข้อมูลส่วนตัว
(สถานทูตหยุดวันพฤหัสฯ,ศุกร์,เสาร์และอาทิตย์) ดังนั้นควรเตรียมเอกสารล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน