ทัวร์จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย 12วัน #JJHGT8900

฿

รหัสทัวร์ : JJHGT8900
แต้มสะสม : 20 แต้ม

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

1.เที่ยวชม อิเชรี เชเคอร์ (Icheri Shekher) หรือจะเรียกว่า เมืองเก่า (Old City/Inner City) ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่

2.เที่ยวชมโกบัสตาน (Gobustan Area) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการแกะสลักภาพบนหินของมนุษย์ที่งดงาม

3.นำท่านไปชมอะเทสห์กาห์ของบากู (Ateshgah of Baku) หรือที่มีความหมายถึง วิหารแห่ง ไฟ (Fire Temple)

    • 95900 ฿
    • 12000 ฿
SKU:JJHGT8900
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย 12วัน #JJHGT8900

วันแรก   กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)        

23.30 น.        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 8 แถว Q

วันที่สอง         โดฮา-บาคู-ยานาร์แด๊ก-อิเชรี เชเคอร์

02.35 น.         “เหินฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR837

05.55 น.           เดินทางถึงสนามบินโดฮา ฮาหมัด เมืองโดฮา ประเทศการ์ต้า เพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน

07.30 น.         “เหินฟ้าสู่เมืองบาคู” โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR351

11.20 น.            เดินทางมาถึงสนามบินเฮย์ดาร์ อลิเยฟ/เมืองบาคู ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองบาคู (Baku) เป็นเมืองหลวงของ อาเซอร์ไบจานที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบแคสเปียนบนคาบสมุทรเล็กๆ ที่มีชื่อว่า อับเซรอน ที่ยื่นออกไปในทะเลฯ ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน ย่านเมืองเก่าภายในกำแพงป้อมเท่านั้น ถนนที่มีลักษณะโค้งและแคบ (อิชเชอร์ เชเคอร์) ตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียตและตัวเมืองในปัจจุบัน

นำท่านชมความสวยงามของเมืองบาคู ที่มีความเจริญมั่งคั่ง ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่มีการนำน้ำมันอันจำนวนมหาศาลขึ้นมาใช้เป็นประโยชน์เมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งถูกสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่รวมถึงอาคารและถนนสายต่างๆ

นำท่านเดินทางต่อไปยังบริเวณแหลมอับเชรอน ซึ่งเป็นที่มีไฟติดอยู่ตลอดมา ยูนาร์แด๊ก (Yunar Dag) หรือได้ชื่อว่าภูเขาแห่งไฟ (Fire Mountain) สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมาแต่โบราณกาล ที่มีเปลวไฟเกิดจากก๊าซที่ลุกไหม้ต่อเนื่องกันนาน จนเป็นที่รู้จักกันดี และได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไฟ(Land of Fire) นักธรณีวิทยาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การพุ่งของก๊าซ (Gas-Oil Volcanoes)

ให้ท่านได้ชมความแปลกประหลาดกับเปลวไฟที่ติดอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ตลอดเวลา ซึ่งบางแห่งจะพวยพลุ่งออกมาประมาณ 10 ฟุต ไฟซึ่งเกิดจากก๊าซใต้ดินซึมผ่านชั้นของหินทรายที่เป็นรูพลุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดินและติดไฟได้ และที่สำคัญที่สุดได้แสดงให้เห็นแล้วว่า อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างมากมาย

12.30 น.        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

นำท่านไปเที่ยวชม อิเชรี เชเคอร์ (Icheri Shekher) หรือจะเรียกว่า เมืองเก่า (Old City/Inner City) ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบาคูที่ไม่เหมือนกับที่แห่งใดๆ เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุง เป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้อมล้อมรอบและรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอ

คอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่งสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชีวาน และภายในมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทและสุสานของราชวงศ์ชีวาน(ShivanDynasty Palace and Tomb) สุเหร่าดีวานข่าน(Divankhane Mosque) สุเหร่าและเสาหอคอยมินาเรต์ (Mosque and Minarets) ห้องอาบน้ำ (Bath) ที่พักของกองคาราวาน ตลาด (Market Place)และที่สำคัญ คือ หอคอยที่สวยงาม (Maiden Tower)

นำท่านไปเที่ยวชม หอคอย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ของเมือง และหลากหลายด้วยโบราณสถานของสิ่งก่อสร้างและต่อไปด้วยตลาดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าต่างๆหลายอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าทำมาจากยุคหิน และยังมีพรมที่ทำด้วยมืออันสวยงาม นอกจากนั้นยังมีศิลปะอันเก่าแก่และร้านอาหารที่เลิศรสที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14

19.30 น.          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง CENTRAL PARK  HOTEL หรือเทียบเท่า         BAKU

วันที่สาม บาคู-โกบัสตาน-บาคู      

07.30 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟต์

08.30 น.       นำท่านไปเที่ยวชมโกบัสตาน (Gobustan Area) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ห่างจากเมืองบากูประมาณ 65 กม. เป็นบริเวณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการแกะสลักภาพบนหินของมนุษย์ที่งดงาม (Rock Petroglyphs) และนอกจากนั้นยังมีภูเขาโคลนที่มีรูปร่างเหมือนภูเขาไฟซึ่งมีโคลนสีดำพลุ่งขึ้นมาตลอดเวลา (Mud Volcanoes/Mud Domes) บริเวณแห่งนี้ได้เกิดขึ้นมานานมากประมาณแปดพันกว่าปีก่อนคริสตกาล มีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 100 ตร.กม.และในอดีตราวศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล คาดว่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าที่มีความสามารถแกะสลักภาพบนก้อนหินได้ ทำให้นักมานุษยวิทยาหลายท่านได้เดินทางเข้ามาศึกษาในระหว่างปี ค.ศ.1961-2002 พร้อมกับลงความเห็นพ้องต้องกันว่า พวกสแกนดิเนเวียนได้มีการเดินทางอพยพจากทางด้านเหนือ เข้ามายังที่บริเวณภูเขาคอเคซัสแห่งนี้ เพราะว่าภาพต่างๆที่เขียนออกมามีความคล้ายกันกับของพวกทางแถบนั้นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007

ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง(Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่งภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากของดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพลุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม บางแห่งจะมีรูปทรงที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร    (การขึ้นชม Mud Domes  ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันเดินทาง)

ให้ท่านได้ชมความสวยงามของภูเขาหินที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆบนก้อนหิน (Rock Art Cultureal Landscape) เช่นภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ ฯ

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับบากู ให้ท่านแวะถ่ายรูป จัตุรัสธงประจำชาติ (National Flag Square) ออกแบบโดย เดวิด แชมเบอร์ (David Chambers) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 2010 มีความสูงประมาณ 162 เมตร และว่ากันว่าเป็นเสาธงที่สูงที่สุดในโลก ถ่ายรูปคริสตัลฮอล์ (Crystal Hall) เป็นอาคารรูปร่างโดดเด่นและสวยงามอีกหลัง สร้างขึ้นในปี 2011 และเป็นอีกอาคารที่แสดงให้เห็นความสมัยใหม่ของอาเซอร์ไบจาน

19.30 น.      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง   CENTRAL PARK  HOTEL หรือเทียบเท่า         BAKU

วันที่สี่     บาคู-แหลมอับเชรอน-ทบิลิซี    

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟต์

08.30 น.      นำท่านไปชมอะเทสห์กาห์ของบากู (Ateshgah of Baku) หรือที่มีความหมายถึง วิหารแห่ง ไฟ (Fire Temple) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบากูประมาณ 30 กม.ทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านซูราคานี เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นใช้สำหรับพิธีการทางศาสนา ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีกระถางไฟอยู่ตรงกลาง และบริเวณรอบๆ ด้านนอกมี่ห้อง 26 ห้องถูกสร้างเป็นที่พักอาศัยของพวกพระ ถูกสร้างขึ้นในขณะที่ศาสนาโซโรแอสเตอร์กำลังเริ่มต้นและมีความรุ่งเรืองในเวลาต่อมา และพวกอินเดียได้เข้ามาระหว่างศตวรรษที่17-18 และต่อมาถูกทิ้งให้ร้างจนกระทั่งปี ค.ศ.1883 เมื่อบริเวณเมืองนี้ได้ขุดพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และต่อมาก็ได้ถูกทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1975

นำท่านไปเที่ยวชมปราสาทแห่งอับชารอน (Castles of Absharon) มีป้อมปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณนี้ในราวศตวรรษที่ 12-13 และยังคงถูกรักษาไว้ตั้งแต่ในอดีต ซึ่งทำให้แหลมแห่งนี้โดดเด่น เป็นหนึ่งในด้านของการท่องเที่ยว

ของอาเซอร์ไบจาน และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จากนั้นนำท่านเดินทางกลับบาคู

12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง กันจ์ลิค มอลล์ (Ganjlik Mall) เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และมีการออกแบบที่สวยงาม จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งต่อที่ ปาร์ค เบลอวา (Park Buvar) ตั้งอยู่บริเวร บาคู บลูเลอร์วาร์ด เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความสะดวกสบายครบครัน และจัตุรัสน้ำพุ (Fountain Square) มีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าให้ได้เดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

18.00 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

19.00 น.         นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินฯ เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง

22.00 น.       “เหินฟ้าสู่เมืองทบิลิซี” โดยสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ J29225

23.10 น.          เดินทางมาถึงสนามบินทบิลิซี/กรุงทบิลิซี ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากรเมืองทบิลิซี เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือ  เรียกว่าแม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น กรุงทบิลิซิมีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม.และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดยวาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali)กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นใน  คริสตศตวรรษที่ 4 นอกจากนั้นเมืองทบิลิซิเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม ละปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโร

ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า   TBILISI

วันที่ห้า   กรุงทบิลิซี-มอสเคต้า-กอรี-อัพลิสต์ซิคห์-ทบิลิซี         

07.30 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟต์

08.30 น.       นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองมอสเคต้า (Mtskheta) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้  มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านไปชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5  นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย

หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 70 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองกอรี ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้าตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

12.00 น.      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (Uplistsikhe) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวางให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลางและส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทอง เครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี  ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยัง กรุงทบิลิซี

19.00 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง      อาหารพื้นเมือง

ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า   TBILISI

วันที่หก  กรุงทบิลิซี-อนานูรี-คาซเบกี-ทบิลิซี   

07.30 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟต์

08.30 น.       นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของเมืองหลวงที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ตัวเมืองได้ถูกทำลายและก็ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่เป็นอยู่แบบนี้เกือบ 30 ครั้งด้วยกันจากการถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์ก มองโกลและในที่สุดก็เป็นพวกรัสเซียประชากรของเมืองนี้มีความหลากหลาย เนื่องจากทบิลิซิเป็นที่อยู่ของผู้คนต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนาและต่างชาติพันธุ์มาช้านาน แม้ว่าชาวทบิลิซีส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสนิกายอีสเทิร์นออร์โธด๊อกซ์ แต่เมืองนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในโลกนี้ ที่มีสุเหร่ายิวและสุเหร่ามุสลิมตั้งอยู่ถัดจากกัน และยังมีโบสถ์เมเตคี ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรนำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหาร (Georgian Military Highway) ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่เทือกเขาคอเคซัสใหญ่ (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย นำท่านออกเดินทางต่อไปโดยวิ่งไปตามหุบเขาที่อยู่บนสองฝากฝั่งของแม่น้ำอรักวี และไปยัง เมืองกูดาอูรี (Gudauri) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา

12.00 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร       อาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังคาซเบกี (Kazbegi) ซึ่งเป็นชื่อเมืองอันดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพ้านท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อก ชื่อ สเตฟานได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมา เมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ- 5 องศาฯ  ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุด นำท่านไปชมความสวยงามโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีชื่อเรียกกันว่าทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี ที่อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะมีปัญหาได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด)  ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังทบิลิซี

19.30 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า   TBILISI

วันที่เจ็ด  กรุงทบิลิซี  

07.30 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟต์

08.30 น.       นำท่านชม อนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ของจอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) ตั้งอยู่ใกล้ทะเลทบิลิซี ถูกสร้างขึ้นโดยประติมากรชาวจอร์เจียชื่อว่า ซูหรับ คอนสแตนตินน์ (Zurub Konstantines) การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1985 เป็นสถานที่บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาของทบิลิซีโดยใช้เสาที่สลักรูปปั้นเป็นตัวเล่าเรื่องราว โดยเสามีความสูงอยู่ประมาณ 30 เมตร  ส่วนบนสุดของเสา ประกอบไปด้วย พระมหากษัตริย์ ราชินี และวีรบุรุษ และส่วนล่างของเสาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของพระคริสต์

12.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านชมป้อมปราการ ซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึง รูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปี ค.ศ.1089-1125)ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา(Narin Qala) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก(Little Fortress) และต่อมาบางส่วนก็ได้พังทลายลงเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป

นำท่านไปชมโบสถ์เมเตห์คี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ต่อมาในปี ค.ศ. 1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ้นต์ เดมิท รีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลาย และได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก

นำท่านไปชมวิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกายออร์โธด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเจรูซาเล็ม สถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่งทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยก้น จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้และได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างในราวศตวรรษที่ ที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19

หลังจากนั้นนำท่านนำเดินเที่ยวชมในบริเวณที่สวยงามของพื้นที่เป็นเขตตำบลเล็กๆที่เป็นสถานที่สำหรับอาบน้ำแร่จากกำมะถัน

จากนั้นนำท่านไปเดินเที่ยวชม ถนนรุสทาเวลี (Rustaveli) ซึ่งเป็นถนนใหญ่ของเมืองที่มีชื่อเสียงและกลิ่นไอแบบยุโรป และอาคารที่ถูกสร้างขึ้นที่มีรูปร่างลักษณะใหญ่โตแข็งแรง และยังเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย และตามบริเวณทางเท้ายังเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลายให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ

19.30 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า   TBILISI

วันที่แปด         กรุงทบิลิซี-ซาดาโคล-ฮักห์พาท-ดีลิจาน     

07.30 น.          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟ่ต์

08.30 น.          นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองซาดาโคล (Sadakhlo) ที่อยู่ทางด้านใต้ ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย และยังตั้งอยู่ใกล้กับอาเซอร์ไบจานอีกด้วย จึงทำให้เป็นเมืองที่มี 3 บรรยากาศ คือ ความเป็นจอร์เจีย เป็นอาร์เมเนียและเป็นทั้งอาเซอร์ไบจาน ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติอันสวยของเทือกเขาคอเคซัสน้อยที่อยู่ระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน

นำท่านผ่านด่านเมืองซาดาโคล และข้ามพรมแดนโดยมีเมืองบากราทาเชน (Bagratashen)ที่เป็นเมืองชายแดนของอาร์เมเนียที่อยู่ติดกับจอร์เจีย

นำท่านเดินทางสู่เมืองฮักห์พาท (Haghpat) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัด ลอรี่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนีย เมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นที่ตั้งของวัดอารามโบราณทั้งสองแห่งให้ท่านได้ชมความสวยงามของวัดอารามโบราณฮักห์พาท(Haghpat Monastery) ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของทางด้านศาสนาและทางด้านสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในยุคกลาง อารามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน (Saint Nishan) ในราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งอยู่ในระการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์อะบาส ที่ 1(King Abas I) และนอกจากนั้นก็ยังมีแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นใกล้ๆ กัน คือ อารามซานาฮิน (Sanahin Monastery) และสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.1996 ชมตัวโบสถ์เล็กๆ ของนักบุญนิชานได้ถูกสร้างในราวปีค.ศ.966-67 ต่อมาก็ได้ถูกสร้างขยายให้ใหญ่โตขึ้นและมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ตัวโบสถ์ใหญ่ในส่วนนี้ คือ วิหารของนักบุญนิชานถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.967-991 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในยุคของศตวรรษที่ 10 ของแบบอาร์เมเนียน

12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองดีลิจาน (DILIJAN) ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดทาวุสที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบฯ เป็นเมืองหนึ่ง

ที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวซึ่งจะมีรีสอร์ทที่พักหลายแห่ง และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 16,000 คนเมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอักสเทฟ ที่มีความยาวประมาณ 20 กม. เมตร ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร บรรยากาศของเมืองจะเป็นธรรมชาติที่สดชื่น และหนาแน่นเต็มไปด้วยป่าเขาที่เขียวชอุ่ม สถานที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งอาร์เมเนีย “Little Switzerland of Armenia”

19.30 น.          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

BW DILIJAN PARADISE HOTEL หรือเทียบเท่า            DILIJAN

วันที่เก้า  ดีลิจาน-เซวาน-เยเรวาน-การ์นี่-เก็กฮาร์ด-เยเรวาน     

07.30 น.         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟ่ต์

08.30 น.         นำท่านออกเดินทางต่อไปยังเมืองเซวาน (SEVAN) ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบเซวาน (Lake Sevan) ระยะทางห่างประมาณ 60 กม. ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดและทะเลปิดในประเทศอาร์เมเนียและเทือกเขาคอเคซัสน้อย ทะเลสาบนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำฮราซดาน และแม่น้ำมาซริค

ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองและทะเลสาบเซวานที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนรีสอร์ทของนักท่องเที่ยว ตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่ากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตร เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า เยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปีค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน ตามหลังของทะเลสาบเซวานที่เปลี่ยนชื่อ และเมืองนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะเซวาน ซึ่งได้ถูกสร้างต่อมาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง

จากนั้นนำท่านไปพักผ่อน ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน  (Cruise in Lake Sevan) ทะเลสาบน้ำจืดที่มีความสวยงาม ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 940 ตร.กม.และมีแม่น้ำที่เกิดจากภูเขาได้ไหลลงมารวมทั้งหมด 28 สาย (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เอื้ออำนวย และสะดวกต่อการล่องเรือ ณ วันดังกล่าว)

นำท่านไปชม อารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่า เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่า แว๊งค์ เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเบสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.874 โดยเจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์อะช๊อตที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้  นำท่านไปชม วิหารการ์นี (Garni Temple) ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีหลงเหลืออยู่ ซากห้องสรงน้ำ (Royal Bath House) และอาคารทรงกรีกที่ถูกสร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดย กษัตริย์อาร์เมเนียในสมัยนั้น ด้านข้างของวิหารทรงกรีกก็มีซากตอโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 หลงเหลืออยู่ ต่อมาวิหารแห่งนี้ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1679 สำหรับอาคารที่เห็นอยู่นี้ เพิ่งมาประกอบใหม่ในสมัยสหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.1974 นี้เอง โดยใช้เศษซากปรักหักพังของเก่าผสมกับของใหม่ จึงทำให้สมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าวิหารการ์นี จะถูกสร้างแบบกรีก แต่ลวดลายบนตัวอาคารก็สร้างด้วยศิลปะแบบอาร์เมเนีย ที่ไม่สามารถหาได้ในวิหารกรีกทั่วไป

12.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

จากนั้นให้ท่านได้เปลี่ยนรถนั่งเป็นรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ นำท่านไปชมความสวยงามของจอร์จการ์นี่ (Garni Gorge) ซึ่งเป็นช่องเขาและมีลำธารน้ำไหลที่อยู่ในหมู่บ้านการ์นี่รวมถึงแม่น้ำอาซัดที่ไหลผ่าน และตามทางเดินของช่องเขาและเป็นเนินหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผาจะมีแท่งหินที่เกิดจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จากธรรมชาติที่เกิดขึ้นจะสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศอันสวยงาม จึงทำให้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นของส่วนนี้มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวมาก

จากนั้นนำท่านไปชม วิหารเก๊กฮาร์ด (Geghard Monastery) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนีย เพราะเป็นวิหารที่สร้างอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สวยงาม และยังมีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขาอีกด้วย ตัวอาคารของวิหารเกกฮาร์ดนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13  ให้ท่านชมส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์ที่มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักอย่างสวยงาม ที่ถูกตกแต่งด้วยความศรัทธาในศาสนาคริสต์อย่างเต็มเปี่ยม วิหารที่สร้างโดยการตัดหินให้กลายเป็นห้องโถง และได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.2000

นำท่านเดินทางสู่ กรุงเยเรวาน (YEREVAN) บางครั้งก็เรียกว่า เอเรวาน(Erevan) ซึ่งชื่อเดิมคือ เอเรบูนี (Erebuni) และ เอรีวาน (Erivan) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอาร์เมเนีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮราซดาน(Hrazdan River) กรุงเยเรวานเป็นศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของประเทศ ปัจจุบันมีประชากร 1,100,000 คน กรุงเยเรวานเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบัณฑิตยสถานอาร์เมเนีย รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ โรงอุปรากร ห้องแสดงดนตรี สถาบันเทคโนโลยี ห้องสมุดสาธารณะขนาดใหญ่ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนสัตว์อีกหลายแห่ง

19.30 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

ANI PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า                EREVAN

วันที่สิบ  เยเรวาน-เอคมิอัดซิน-ซวาร์น๊อทส์-เยเรวาน     

07.30 น.          รับบประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟ่ต์

08.30 น.         นำท่านไปชม Victory Park and Statue of Mother Armenia รูปปั้นขนาดใหญ่นี้สามารถมองเห็นได้จากทุกมุมมองทั่วทั้งเมือง ซึ่งเป็นรูปปั้นที่งดงามที่สุด

นำท่านไปชม เดอะคาสเคด (The Cascade) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน ซึ่งลักษณะจะเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมามีความสูงประมาณ 500 เมตร และมีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้เป็นน้ำตกลงเป็นสายจากใจกลางที่อยู่ด้านบน ซึ่งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของโซเวียตรัสเซีย ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกออกแบบสร้างโดยสถาปนิก จิม โทรอสยาน เมือปีค.ศ.1971-1980 เพื่อเป็นการระลึกถึงที่อยู่ภายใต้การปกครองของโซเวียตเมื่อ 50 ปี แต่ว่าการก่อสร้างยังไม่เรียบร้อย เพราะว่าได้หมดของโซเวียตไปเสียก่อน และต่อมาในปีค.ศ.2002 ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.2009 และเมื่อมองจากจุดบนสุดทำให้เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของกรุงเยเรวานและภูเขาอารารัตที่อยู่ห่างไกลออกไปทางด้านตะวันตก

นำท่านเดินทางกลับยังกรุงเยเรวาน และเข้าชม โรงงานผลิตเหล้าและไวน์ยี่ห้อ อะรารัต (Yerevan Brandy Factory as (Aravat) ซึ่งเป็นโรงงานชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ปี ค.ศ.1887 ที่ได้ใช้องุ่นพ้นธุ์ดีที่สุดและน้ำแร่อันมีชื่อเสียงของอาร์เมเนียมาผลิตเหล้าไวน์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งสามารถส่งออกไปยังรัสเซียประมาณร้อยละ 85 ที่เหลือเป็นยูเครนและเบลารุส

12.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเอคมิอัดซิน (Echmiadzin) ที่อยู่ห่างจากเยเรวานประมาณ 30 กม. ในอดีตเป็นเมืองที่สำคัญของชาวอาร์เมเนียนที่มีความศรัทธาในเรื่องทางด้านการศาสนาและยังนับได้ว่าเป็นเมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญเกรกอรี่ในปี ค.ศ.303 เมืองนี้มีความสำคัญเพราะมีสถานที่ทั้งสองแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2000ให้ท่านได้ชมความสวยงามของวิหารเอคมิอัดซิน (Ech- miadzin Cathedral) ซึ่งแต่ดั้งเดิมเป็นที่รู้จักกันในนามของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่เจ้า (Holy Mother of GodChurch) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกนำท่านไปชมวิหารซวาร์น๊อทส์ (Zvartnots Cathedral) ซึ่งในอดีตนับได้ว่าเป็นวิหารที่มีความสวยงามมากที่สุด เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นในราวปีค.ศ.641-653 ที่อยู่ในช่วงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่มีอิทธิพลเหนือดินแดนในบริเวณแห่งนี้ และต่อมาก็เป็นช่วงของการรุกรารนของพวกอาหรับมุสลิม ซึ่งทุกวันนี้สถานที่โบราณแห่งนี้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ปรักหักพัง

19.30 น.         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

ANI PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า                EREVAN

วันที่สิบเอ็ด        เยเรวาน-คอร์วิราพ-โนราแว๊งค์         

07.30 น.          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม    บุฟเฟ่ต์

08.30 น.           ท่านออกเดินทางไปยังเมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของกรุงเยเรวาน มีระยะทางห่างประมาณ 40 กม.และตั้งอยู่ในจังหวัดอะรารัต คอร์ วิราพ เป็นเมืองที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงของชาวอาร์เมเนีย ผู้ที่อาศัยอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วโลกที่จะต้องเดินทางมาทำพิธีจาริกแสวงบุญที่แห่งนี้ เพราะตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ในยุคโบราณว่า กษัตริยิทิริเดท ของพากันอาร์เมเนียนได้จับนักบุญเกกอรี่ ขังคุกไว้ในถ้ำ ผู้ซึ่งได้ทำการเผยแผ่และให้ความกระจ่างในเรื่องของศาสนาฯ และยังเป็นพระสังฆราชองค์แรกของชาวอาร์เมเนีย และต่อมาสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันก็ คือ คอร์ วิราพ

นำท่านไปชมวิหารคอร์ วิราพ (Khor Virap Monastery) เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญให้กับผู้มีชื่อเสียง คือ ท่านกรีกอร์ ลูซาวอริช (Grigor Lusavorich) ผู้ซึ่งกลายมาเป็นนักบุญเกกอรี่ที่ เป็นผู้เผยแผ่ทางด้านศาสนาฯ และต่อมาได้ถูกจองจำอยู่ในคุกนี้ถึง 13 ปีโดยคำสั่งของกษัตริย์ทิริเดท ที่ 3 แห่งอาร์เมเนีย ภายหลังท่านได้รับการยอมรับนับถือและแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชองค์แรก และได้ทำการเปลี่ยนแปลงสั่งสอนด้านการศาสนาภายในประเทศ และในปี ค.ศ.301 อาร์เมเนียเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้ประกาศและยอมรับเอาศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติจาก สถานที่แห่งนี้ท่านจะสามารถมองเห็นภาพของภูเขาอะรารัทได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งภูเขาแห่งนี่เป็นตำนามนที่พบว่า เป็นที่จอดของเรือโนอาห์ในสมัยที่น้ำท่วมโลกเมื่อ 7,000 ปีมาแล้ว นำท่านออกเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านอะเรนี (Areni Village) ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาร์เมเนียได้มีการทำเหล้าไวน์มานานกว่า 6,000 ปีแล้ว ซึ่งนักโบราณคดียังได้พบหลักฐานต่างๆ มากมาย ได้พบเซลล์ของต้นพืชที่นำมาทำเหล้าไวน์ที่ได้ถูกทิ้งเอาไว้ภายในบริเวณถ้ำต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านอะเรนี่ นอกจากนั้นตามพระคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงเรื่องของเรือโนอาห์ ที่ได้เก็บพันธุ์พืชทุกอย่างลงเรือ และได้ลอยมาจอดตรงบริเวณเทือกเขาอะรารัตหลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมโลกเมื่อประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว และหลังจากน้ำได้แห้งลงก็ได้มีการนำเอาพันธุ์พืชต่างๆไปเลือกปลูกตามพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ที่หมู่บ้านอะเรนี่แห่งนี้จึงได้มีตำนานการทำเหล้าไวน์มานานกว่าหกพันปีแล้วให้ท่านได้ชมและสัมผัสกับการทำเหล้าไวน์ที่มีชื่อเสียงมานานของหมู่บ้านแห่งนี้ พร้อมทั้งลองลิ้มชิมรสชาติของเหล้าไวน์ต่างๆ ที่มีการทำเหล้าไวน์แบบพิธีการโบราณอันดั้งเดิม

12.00 น.           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร            อาหารพื้นเมือง

13.30 น.           ท่านออกเดินทางไปยังเมืองโนราแว๊งค์ (Noravank) ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดวายอทส์ ดีซอร์ทางด้านเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 80 กม.นำท่านไปชมบริเวณของวิหารโนราแว๊งค์ (Noravank Monastery Complex) ซึ่งถูกสร้างขึ้น ในราวศตวรรษที่ 13 โดยนักสอนศาสนาสยูนิค แต่ตัวโบสถ์ใหญ่ถูกสร้างในราวปี ค.ศ.1227 โดยนักบุญคาราเพท บริเวณประตูทางเข้าหรือตามหน้าต่างทางด้านหน้าจะถูกสร้างให้มีส่วนที่ยื่นออกมาปกคลุมและจะถูกแกะสลักด้วยลวดลายสถาปัตยกรรมอย่างประณีตสวยงาม  นอกจากนั้นยังมีโบสถ์ที่ถูกสร้างในปี ค.ศ.1339 เป็นอนุสาวรีย์ที่ฝังศพที่อยู่ทางด้านใต้ สถานที่แห่งนี้ได้ถูกปฏิสังขรณ์ให้ดีขึ้นและได้เปิดให้เข้าชมเมื่อปี ค.ศ.1999 ซึ่งจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของบริเวณรอบๆ รวมถึงทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาอีกด้วยได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังกรุงเยเรวาน ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าที่บาซาร์อันมีชื่อเสียงของเยเรวาน ซึ่งเป็นตลาดแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและความประทับใจ คือ พาค ชูคา (Pak Shuka) ตลาดแห่งนี้ถูกตกแต่งให้มีความสวยงามในรูปแบบของอาร์เมเนียน ซึ่งทางเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ได้ถูกทำให้สวยงามที่ความประทับใจ และเมื่อท่านได้ก้าวเข้าไปสู่ในสถานที่แห่ง จะทำให้ท่านได้มีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง

19.00 น.             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร      อาหารพื้นเมือง

21.00 น.             นำท่านเดินทางไปยังสนามบินเมืองเยเรวาน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง

วันที่สิบสอง           กรุงเทพฯ / สุวรรณภูมิ         

03.00 น.         “เหินฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR286

04.55 น.           เดินทางถึงสนามบินโดฮา ฮามัด กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า         เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

08.30 น.          “เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินมาการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR832

(ใช้เวลาบินประมาณ 7.00 ชม.)

19.00 น.            เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ

กำหนดการเดินทาง              15 - 26 มีนาคม 2562 , 09 – 20 เมษายน 2562 , 30 เมษายน – 11 พฤษภาคม 2562 , 01 – 12 มิถุนายน 2562
ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการสำหรับ มีนาคม-มิถุนยาน 2561  (อัตราค่าบริการสำหรับผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป)
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ หรือเด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1ท่าน   95,900.-
ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยว เพิ่มท่านละ   12,000.-  
เด็กอายุ 7-11 ปี (เสริมเตียง-พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)   95,900.-  
เด็กอายุ 2-6 ปี (ไม่เสริมเตียง-พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)   95,900.-  
ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน ลดท่านละ 25,000.-  
  ราคาอาจมีการปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบิน ประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 27 พ.ย. 2561 )    
การจองทัวร์ 
  • หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
  • กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
ค่าทัวร์รวม :
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โดฮา-บาคู//เยเรวาน-โดฮา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ (QR)
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป บาคู-ทบิลิซี โดยสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ (J2)
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
  • ค่าโรงแรมที่พัก 9 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
  • ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาร์เมเนียม, ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาเซอร์ไบจาน
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
ค่าทัวร์ไม่รวม :
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 50 ดอลลาร์
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 12 วัน คิดเป็น 36 ดอลลาร์
  • (ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (QR : 30 กก./1ใบ/ท่าน) // ( J2 : 23 กก./1ใบ/ท่าน)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การยกเลิก :
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
 หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม เอกสารในการใช้ยื่นวีซ่า :
  • แสกนสีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า ต้องสแกนโดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูลขาดหายไป และชัดเจน (เพื่อทำวีซ่าออนไลน์)
  • รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
หมายเหตุ :
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
  • รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
  • การเดินทางเป็นครอบครัว
  • หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ