ทัวร์อิหร่าน IRAN GRAND TRIP ชมพระอาทิตย์ตกดินถิ่นทะเลทราย #IRBW1401

฿

รหัสทัวร์ : IRBW1401

จุดเด่นของโปรแกรมทัวร์

1.ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน(National Museum) ซึ่งท่านจะได้ทราบที่มาของชนชาติอารยันซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวอิหร่านปัจจุบัน

2. พระราชวังอะลีคาปู(Ali Qapu Palace)สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม

3.ชมสถานที่สำคัญในเมืองยาซด์  โดยเริ่มจากศาสนสถานที่เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาโซโร-แอสเตอร์เมื่อประมาณต้นคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ซัดซาเนียนปกครองเปอร์เชีย

 

    • 78800 ฿
    • 78800 ฿
    • 63800 ฿
    • 8800 ฿
SKU:IRBW1401
Category:
Tags:, , ,

ทัวร์อิหร่าน IRAN GRAND TRIP  ชมพระอาทิตย์ตกดินถิ่นทะเลทราย #IRBW1401

วันแรกของการเดินทาง     กรุงเทพฯ – เตหะราน

21.00 น.     คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว N (Row N) ใกล้ประตูหมายเลข 9บนชั้น 4

(ผู้โดยสารขาออก)ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ของสายการบินมาฮาน  แอร์ (Mahan Air)

พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับท่าน

23.35 น.           ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน

โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5 050  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง)

มีอาหารบริการบนเครื่องที่รับประกันว่าทานได้ไม่มีกลิ่นแขกอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ มานาน เพียงแต่ว่าไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริ การเท่านั้น เพราะอิหร่านเป็นประเทศมุสลิมที่เข้มงวดในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับภายในประเทศอิหร่านไม่ว่าจะเป็นในร้านค้า ร้านอาหาร หรือโรงแรมทุกแห่งทุกระดับจึงไม่มีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์บริการ

***กรุณาแต่งกายสุภาพ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน***

– สุภาพบุรุษ:  เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น

– สุภาพสตรี:  เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ไม่รัดรูป รองเท้าหุ้มส้น

กรุณาเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ

วันที่สองของการเดินทาง   พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ – พิพิธภัณฑ์อัญมณี – ชีราซ

03.45 น.      เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เตหะราน อิหม่ามโคมัยนี ประเทศอิหร่าน

หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Airport ใกล้อาคารผู้โดยสารขาเข้า

09.00 น.    บริการปลุกทางโทรศัพท์และรับประทานอาหารเช้า (1)

10.30 น.      นำท่านเดินทางสู่ใจกลางกรุงเตหะราน (ใช้เวลา40นาที) เพื่อชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน(National Museum) ซึ่งท่านจะได้ทราบที่มาของชนชาติอารยันซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวอิหร่านปัจจุบัน และการสถาปนา

อาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับกรีก อียิปต์ และโรมัน รวมถึงจะได้ชมโบราณวัตถุต่างๆ ที่จัดแสดงมากกว่า 300,000ชิ้น ตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียจนกระทั่งถึงเปอร์เซียยุคราชวงศ์กาจาร์

12.30 น.      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารของโรงแรม Ferdorsi(บุปเฟ่ต์)(2)

บ่าย        นำท่านชมกรุอภิมหาสมบัติที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติอิหร่าน(National Jewelry Museum) ซึ่งอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัยของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียในอดีตและครอบครองอภิมหาสมบัติจำนวนมากมายนั้น ล้วนถูกเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้จนเรียกได้ว่ามีความอลังการในชนิดและรูปแบบ และมโหฬารในจำนวนที่มากมายที่สุดในโลก

นำท่านท่าอากาศยานMehrabad Airport เพื่อเดินทางสู่เมืองชีราซ

ในจังหวัดฟาส์ ในภูมิภาคทางตอนใต้ของอิหร่าน

18.00 น.      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในสนามบินเมห์ราบัด (3)

20.10 น.     ออกเดินทางสู่เมืองชีราซ โดยสายการบินMahan Air เที่ยวบิน W5 1087 (ใช้เวลาเดินทาง 1.15 ช.ม.)

21.30 น.    เดินทางถึงท่าอากาศยานชีราซ จากนั้นเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

พักที่โรงแรม ZANDIEH HOTELหรือ HOMA HOTEL ระดับ 5* ดาวในเมืองชีราซ

วันที่สามของการเดินทาง   เมืองชีราซ – เปอร์ซีโปลีส – อิศฟาฮาน

06.00 น.      บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.     รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (4)

08.00 น.      นำท่านเที่ยวชมมัสยิดสีชมพู(Nasir-OlMolk)ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก มีเพียงแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่านจะมองจากมุมไหน มัสยิดแห่งนี้จะออกสีชมพู ดูสวยงาม อ่อนหวาน ความสวยขนาดที่ได้รับเลือก ให้เป็นภาพปกหนังสือ ตอนย้อนรอย อารยัน ของนักเขียนนาม เชนทร์ ชนะการณ์ มาแล้ว ข้างในกว้างขวาง ใหญ่โตไม่ว่าจะมองมุมไหน

จากนั้นเดินทางสู่พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส(Persepolis) ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองชีราซขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง  พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เชียขึ้นเมื่อปี 559 ก่อนคริสตศักราช (พระราชวังและเมืองหลวงแห่งแรกคือพาซากาดสร้างโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช)เริ่มสร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราช(Darius The Great)ในปี 512ก่อนคริสตศักราช  โดยได้นำเอาช่างผู้ชำนาญงานในแขนงต่างๆ จากยอดฝีมือช่างในอาณาจักรต่างๆ ที่อยู่ใต้อำนาจการปกครองของเปอร์เซียในยุคนั้นซึ่งมีถึง 23 อาณาจักร เช่นช่างที่ชำนาญงานทางด้านการตัด การแกะสลักหินก็มาจากอียิปต์ ช่างตกแต่งภายในที่จะต้องมีริ้วเงินริ้วทองประดับประดาบนฝ้าเพดาน ร่องเสา ผนังหรือกรอบประตู หน้าต่างก็มาจากอาณาจักรลิเดียช่างเหล็กก็มาจากอาณาจักรฮิตไทต์เป็นต้น  หลังจากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอีก 5 รัชกาลต่อมา แต่ก็ยังไม่เคยเสร็จสมบูรณ์  จนกระทั่งมาถูกยึดครองและเผาทำลายอย่างย่อยยับโดยกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งอาณาจักรกรีซในปี 330 ก่อนคริสตศักราช  แต่กระนั้นก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ตลอดกาลทั้งความใหญ่โตโอฬารของตัวพระราชวังและความอลังการทางด้าน

สถาปัตย์ดังนั้นเวลา 2 ชั่วโมงของการเที่ยวชมพระราชวังเปอร์ซีโปลิสแห่งนี้  จึงเป็น 2 ชั่วโมงที่คละเคล้าไปด้วยความระทึกใจ ความประหลาดใจและความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมสำหรับผู้มาเยือนทุกคนเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหินซึ่งอยู่สูงจากพื้นถึง 20 เมตรและยังมีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความงดงามอีกด้วย

12.30 น.      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นภาคใต้ (5)

บ่าย       นำท่านเดินทางจากเปอร์ซีโปลีสเมืองอิศฟาฮานอีกประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ  เมืองอิศฟาฮานเป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษ ที่ 17-18 อาณาจักรเปอร์เซียมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิศฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า“Esfahan is half of the world”ใครต้องการสินค้าอะไรก็ต้องไปซื้อหากันที่

อิศฟาฮานยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่างๆ รวมทั้งสยามซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

19.30 น.      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (6)

โรงแรมที่พัก KOWSAR HOTEL ระดับ 4* ดาว หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่สี่ของการเดินทาง     อิศฟาฮาน (เต็มวัน)

06.00 น.     บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.     รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (7)

08.30 น.     นำท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอิศฟาฮานซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบจัตุรัสอิหม่ามใจกลางเมือง(กรุณาเตรียมของใช้ส่วนตัวให้ครบถ้วนก่อนลงจากรถ เพราะรถจะมารับอีกครั้งหนึ่ง 18.00 น.) เมืองอิศฟาฮานเป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ร่วม 1,800 ปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซัสซาเนียน และเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เชียระหว่างปี ค.ศ.1587-1749 ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครอง  อดีตเมืองหลวงแห่งนี้เคยรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 16-17 และปัจจุบันนี้เป็นเมืองมรดกโลกโดยการขึ้นทะเบียนขององค์การยูเนสโกนำท่านเที่ยวชมโบสถ์แว้งค์(Vank Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำชุมชนชาวอาร์เมเนียซึ่งพักอาศัยอยู่ในเขต “นิวจุลฟา” ของเมืองอิศฟาฮาน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด๊อกซ์ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนต่างนิกาย ต่างศาสนา แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และชี้ให้เห็นถึงความใจกว้างของผู้นำประเทศและผู้นำทางศาสนาซึ่งเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ตัวโบสถ์สร้างระหว่างปี 1606-1655 หากมองจากภายนอกจะเห็นโดมของโบสถ์เหมือนเป็นโดมของมัสยิด แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นไม้กางเขนขนาดเล็กปักอยู่ที่โดม  ใกล้ๆ กับตัวโบสถ์จะมีพิพิธภัณฑ์ของชาวอาร์เมเนียนซึ่งจัดแสดงภาพเขียนของบุคคลสำคัญของชาวอาร์เมเนียน และบางส่วนจัดแสดงวิวัฒนาการเกี่ยวกับการพิมพ์ในอิหร่าน ซึ่งชาวอาร์เมเนียนเป็นผู้บุกเบิก

จากนั้นชมมัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque) ตั้งอยู่ปลายสุดทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส  เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เริ่มสร้างในปี 1611 สมัยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4 ปีต่อมา  นอกจากขนาดที่ใหญ่โตโอฬารแล้ว ยังเป็นมัสยิดที่มีองค์ประกอบทางด้านสถาปัตย์ที่สวยงามที่สุดในประเทศอิหร่านโดยเฉพาะโดมประธานขนาดมหึมาที่สร้างคร่อมกันเป็นสองชั้นขนานกันตลอดทุกตารางนิ้ว  ซึ่งมีผลต่อการระบายอากาศและการกระจายของเสียงผู้นำสวดให้แผ่ออกไปจนได้ยินอย่างชัดเจนในทุกซอกทุกมุมของมัสยิดโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน

12.00 น.     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารใกล้จัตุรัสอิหม่าม (8)

บ่าย       นำท่านชม พระราชวังอะลีคาปู(Ali Qapu Palace)สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม  เป็นอาคาร 6 ชั้นที่ใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบนชั้น 3 ของพระราชวังสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และมีระเบียงหันหน้าเข้าหาจัตุรัสอิหม่ามสำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไว้ประทับทอดพระเนตรการละเล่นต่างๆ  และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูงที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นทุกมุมและทุกอย่างที่อยู่บนจัตุรัสได้อย่างชัดเจนจากนั้นเข้าชมมัสยิดชีคล็อตฟุลเลาะห์(Sheikh Lotfollah Mosque)ซึ่งเป็นมัสยิดเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้นที่จะเข้ามาทำการละหมาดได้  สร้างโดยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ระหว่างปี 1602-1619  ขึ้นชื่อว่าวิจิตรสวยงามที่สุดในการตกแต่งภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โดมประธานซึ่งอยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่  จากนั้นให้ท่านได้มีเวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้งสิ่งของต่างๆ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายแล้วนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือเดินเที่ยวชมและถ่ายภาพที่สะพานซิโอเซโพลซึ่งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม หรือจะเดินในย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารที่มีทั้งอาหารพื้นเมือง กะบับแบบตุรกี(Donner Kebab) หรืออาหารแบบฟาสต์ฟูด เช่น เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่มีในอิหร่านที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีผู้คนทั้งชาวเมืองอิศฟาฮานเองและนักท่องเที่ยวออกมาเดินช้อปเดินชมและชิมอาหารต่างๆ กันอย่างคึกคักทุกวันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนกระทั่งถึงประมาณ 3-4 ทุ่ม

**ไม่มีอาหารค่ำบริการเพื่อให้ท่านได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินชมเดินช้อปและเดินชิมเพื่อหามื้อค่ำทานเองตามอัธยาศัย  ได้บรรยากาศแบบกันเองกับชาวอิหร่านในเมืองอิศฟาฮาน**

โรงแรมที่พัก KOWSAR HOTELระดับ 4* ดาว หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่ห้าของการเดินทาง    อิศฟาฮาน – นาอีน – เมย์บ็อด – ยาซด์

06.00 น.         บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (9)

จากนั้นเดินทางสู่เมืองนาอีนซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ2 ชั่วโมง แวะให้ท่านได้เปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเที่ยวชมเขตเมืองเก่าและมัสยิดประจำเมืองหรือJameh Mosque ที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดามัสยิดทั้งหลายในประเทศอิหร่านปัจจุบัน  โดยจะให้เวลาท่านประมาณ 1 ชั่วโมงในการเข้าชมและถ่ายภาพกับมัสยิดเก่าแก่และสวยงามแห่งนี้

13.00 น.           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นในเมืองนาอิน (10)

เดินทางต่อสู่เมืองเมย์บ็อด(Meybod) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนาอีนประมาณ 1 ชั่วโมง นำท่านชมป้อมปราการนาริน(Narin Caravan Sarai) ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าในบริเวณนี้คือที่ตั้งหลักแหล่งของคนยุคบรรพกาลตั้งแต่ประมาณ4,000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว และป้อมปราการแห่งนี้ก็สร้างคร่อมบนที่ตั้งหลักแหล่งเดิมตั้งแต่ประมาณ 800-900 ปีก่อนคริสตกาลในยุคกษัตริย์โซโลมอนแห่งอาณาจักรยูดาย  ส่วนป้อมปราการที่เห็นในปัจจุบันนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ในยุคซัสซาเนียนของเปอร์เซียจากเมืองเมย์บ็อดเดินทางต่อสู่เมืองยาซด์ซึ่งเปรียบไปแล้วก็เหมือนราชินีแห่งท้องทะเลทรายนั่นเอง โดยมีอายุประมาณ 1,800 ปีตั้งแต่ยุคซัสซาเนียนเช่นเดียวกัน

19.30 น.       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (11)

โรงแรมที่พัก ARK HOTEL หรือ DAD HOTEL ระดับ 4 ดาวในเมืองยาซด์

**เพื่อความสะดวก  กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นสำหรับการไปพัก 1 คืนที่คาราวานซารายในทะเลทรายในคืนพรุ่งนี้ ส่วนกระเป๋าใหญ่จะไม่เอาลงจากรถเพราะพื้นเป็นหินกรวดจึงลากกระเป๋ายาก**

วันที่หกของการเดินทาง    ยาซด์ – คาราวานซาราย Zein O Din

06.00 น.     บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.      รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (12)

08.00 น.       นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมืองยาซด์  โดยเริ่มจากศาสนสถานที่เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาโซโร-แอสเตอร์เมื่อประมาณต้นคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ซัดซาเนียนปกครองเปอร์เชีย  สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดย่อมทางด้านใต้ของเมืองยาซด์  เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยตัวอาคารหลักในการทำพิธีทางศาสนา บ่อน้ำดื่มน้ำใช้ซึ่งอยู่ใต้ดิน ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องพัก และแท่นทำพิธีปลงศพ  ทั้งหมดนี้สร้างด้วยดินเหนียวตากแห้ง และเรียกรวมกันว่า Tower ofSilence นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ให้ท่านได้สัมผัสกับศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและเมืองยาซด์ก็เป็นศูนย์กลางศาสนาโซโรแอสเตอร์โลกด้วย

จากนั้นชมAteshkadeh Fire Templeซึ่งเป็นศาสนสถานที่ชาวโซโรแอสเตรียนในเมืองยาซด์ยังคงใช้ในการทำพิธีอยู่ ทั้งการบูชาเทพอะหุรามาสดาซึ่งเป็นเทพสูงสุดของศาสนานี้และท่านศาสดาโซโรแอสเตอร์ซึ่งเป็นผู้เผยแผ่คำสอนมาตั้งแต่เมื่อ628 ปีก่อนคริสตกาล การเข้าชมย่อมต้องให้ความเคารพต่อสถานที่โดยการไม่ส่งเสียงดัง และอยู่ในอาการสำรวมเมื่อเข้าไปภายในห้องทำพิธี  ซึ่งห้องนี้จะต้องมีเปลวไฟลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาเปรียบดังพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับ

ปิดท้ายด้วยการชมมัสยิดประจำเมืองยาซด์(Masjid-e Jameh)ซึ่งมีเสามินาเร่ห์ที่สูงถึง 48 เมตรสูงที่สุดในอิหร่าน สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยคร่อมลงไปบนมัสยิดหลังเดิมที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12

12.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นในเมืองยาซด์ (13)

จากนั้นนำท่านเดินทางออกนอกเมืองยาซด์มุ่งสู่เส้นทางการค้าโบราณทางด้านตะวันออกซึ่งนักการค้าและนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ของโลกที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ มาร์โค โปโล(Marco Polo) ก็เคยเดินทางแบบกองคาราวานการค้าผ่านบนเส้นทางนี้เช่นเดียวกันเมื่อปี ค.ศ.1272  แวะชมป้อมปราการ SaryardFortressซึ่งอยู่กลางทะเลทรายอีกแห่งหนึ่งห่างจากเมืองยาซด์ออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง  ป้อมซายาร์ดมีอายุประมาณ 1,200-1,500ปี มีขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตเชื่อว่ามีห้องที่อยู่ภายในมากถึง 400ห้อง เป็นศุนย์บัญชาการเพื่อป้องกันตนเอง  จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงที่พักแรมทางของพ่อค้าในอดีตซึ่งเรียกว่า”คาราวานซาราย” (Caravan Sarai) และปัจจุบันนี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคเมื่อเกือบ 500ปีที่แล้ว

พักที่ Zein O Din CaravanSarai พร้อมอาหารค่ำ

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (14)

วันที่เจ็ดของการเดินทาง   ZEIN O DIN – เมืองเคอร์มัน – มาฮาน

07.00 น.       บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.       รับประทานอาหารเช้า ณ คาราวานซาราย (15)

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางมุ่งตะวันออกสู่เมืองเคอร์มันซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคอร์มัน อันเป็นศูนย์กลางการค้าในถิ่นทะเลทรายที่สำคัญไม่แพ้เมืองยาซด์ และมาร์โค โปโลก็เคยเดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้าที่เมืองนี้ในช่วงปลายปี ค.ศ.1272 นี่คือเมืองที่เขาบอกว่าชอบมากที่สุดเมืองหนึ่งที่อยู่ในอาณาจักรเปอร์เซีย  จากเมืองเคอร์มันเดินทางต่อไปอีกประมาณ 35 กิโลเมตรก็จะถึงเมืองมาฮานที่จะรับประทานอาหารและเที่ยวชมสถานที่สำคัญในบ่ายวันนี้(คาราวานซาราย-เคอร์มัน ระยะทาง 115 กิโลเมตร และเคอร์มัน-มาฮาน 35 กิโลเมตร)

13.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองมาฮาน (16)

บ่าย       ชมสถานที่สำคัญในเมืองมาฮาน(Mahan) โดยเริ่มจากสถาปัตยกรรมอิสลามเปอร์เซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ทั้งโครงสร้างอันโอฬารยิ่งใหญ่ และการตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีที่สวยงามแห่งยุค นั่นคืออนุสรณ์สถานของท่านชาห์ เนมาทอลลาร์ วาลี่(Shah Ne’matollah Vali) ซึ่งเป็นผู้รอบรู้หลักคำสอนของศานาอิสลามนิกายซูฟีและเป็นนักปราชญ์แห่งศตวรรษด้วย ท่านเสียชีวิตลงที่นี่เมื่อปี ค.ศ.1431 ส่วนอนุสรณ์สถานของท่านถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1436และมีการต่อเติมขยับขยายและสร้างมัสยิดขึ้นในภายหลังสมัยกษัตริย์ชาห์ อับบาส ที่ 1เมื่อปี ค.ศ.1601ซึ่งได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวมุสลิมทั่วไปจนกระทั่งปัจจุบัน

จากเมืองมาฮานออกไปนอกเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเคอร์มัน  นั่นก็คือตำหนักฤดูร้อนแห่งหนึ่งของกษัตริย์ในราชวงศ์กอญัรของเปอร์เซีย(QajarDynasty)ที่เรียกว่า Shazdeh Mahan หรือ Prince Garden สร้างโดยสถาปนิก Mirza Naserodollehเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชาย Mohammad Hassan Khan Qajar เมื่อปี ค.ศ.1870-1890 บนพื้นที่อันกว้างใหญ่ถึง 5.5เฮกตาร์ (ประมาณ 33.5ไร่) ท่ามกลางอุทยานที่สวยงามและร่มรื่นทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงน้ำตกแบบขั้นบันไดที่ให้ความชุ่มชื่นตามแนวทางเดินจากซุ้มประตูด้านหน้าจนเกือบถึงพระตำหนักปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของอิหร่าน และได้รับการบรรจุรายชื่อรอการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักในเมืองเคอร์มัน

19.30 น.      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (17)

พักที่โรงแรม KERMAN PARS HOTEL ระดับ 5* ดาวหรือเทียบเท่า

***เพื่อความสะดวก  กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นสำหรับการไปพัก 1 คืนที่แค้มป์พักในทะเลทรายในคืนพรุ่งนี้ ส่วนกระเป๋าใหญ่จะไม่เอาลงจากรถเพราะต้องลากกระเป๋าไกล***

วันที่แปดของการเดินทาง    เมืองเคอร์มัน – ทะเลทราย KALUTS – LUT STAR CAMP

07.00 น.      บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.      รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (18)

จากนั้นชมมัสยิดประจำเมืองคือ MalekJamehMosqueเป็นมัสยิดสำคัญและเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเคอร์มาน ในสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียน-เซลจุกเติร์ก สร้างในยุคที่พวกเซลจุกเติร์กมีอำนาจปกครองเปอร์เซีย โดยกษัตริย์ MalekTouran Shahที่1 (ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ.1072-1092)มีขนาดมหึมามากคือกว้าง 91เมตรและยาวถึง 101เมตร นอกจากจะอลังการด้วยขนาดอันมโหฬารแล้วยังสวยงามด้วยลวดลายปูนปั้นอันสวยงามอีกด้วย นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงแห่งยุคเซลจุกเติร์กเลยทีเดียว  จากมัสยิดมาเล็คนำท่านชมสถาปัตยกรรมอีกรูปแบบหนึ่งคือการสร้างโดมด้วยหินผสมกับอิฐ ที่เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่คริสต์สตวรรษที่2ในยุคซัสซาเนียน และสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศาสนสถานของศาสนาโซโรแอสเตอร์อีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือ Jabalieh Dome(Rock Dome)หรือชื่อพื้นเมืองเรียกว่าGonbad-e Jabaliye.

13.00 น.      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองเคอร์มัน (19)

หลังอาหาร เดินทางสู่ถิ่นทะเลทรายทางตอนเหนือของเมืองเคอร์มันซึ่งเป็นพื้นที่แบบทะเลทรายที่มีโอเอซีสกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปและหลายแห่งก็เป็นโอเอซีสขนาดใหญ่ที่มีหมู่บ้านของชาวอารยันพื้นถิ่นตั้งหลักปักฐานมานานหลายร้อยปี พืชหลักที่เป็นสัญลักษณ์ของโอเอซีสก็คือ อินทผาลัมนั่นเอง ซึ่งจะสังเกตุเห็นว่ามีดงของอินทผาลัมที่ใบสีเขียวเข้มอยู่ทั่วไปในแถบนี้ มาร์โคโปโลเคยกล่าวไว้ในปี ค.ศ.1272 ที่เขาออกมาเที่ยวป่าและล่าสัตว์ในดงอินทผาลัมแถบนี้ว่า “นี่คือแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เราจะหาน้ำที่สะอาดและสัตว์ป่าได้อย่างไม่ยากเย็นในดงอิทผาลัมเหล่านี้ วันนี้เราทำอาหารแบบปิคนิกจากเกมส์ที่เราล่ามาได้จำนวนมาก”

จากเมืองเคอร์มันไปทางเหนือประมาณ 2ชั่วโมงก็จะเข้าสู่พื้นที่ตอนในของทะเลทราย Lut ( Kavir – e Lut) ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 153,600ตารางกิโลเมตร และที่ซ่อนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ก็คือพื้นที่ที่เรียกว่า Kaluts นี่คือพื้นที่ทะเลทรายที่สวยติดอันดับโลกอีกแห่งหนึ่งและมันคือหนึ่งเดียวของประเทศอิหร่านที่มีความสวยงามระดับมิสยูนิเวอร์สขนาดนี้ ให้ท่านได้มีเวลาถ่ายภาพและดื่มด่ำซึมซับกับบรรยากาศที่พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลงจนกระทั่งลับเนินทรายเบื้องหน้าลงไปจนกระทั่งนาทีสุดท้าย จากนั้นจึงเดินทางไปยังที่พักซึ่งเป็นเต๊นท์แบบพื้นถิ่นทะเลทรายที่Lut StarDesert Campซึ่งอยู่ห่างออกไปจากจุดชมวิว 45 กิโลเมตร

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม (20)

รับประทานอาหารค่ำและพักค้างคืนที่ Lut Star Desert Camp ในเขตทะเลทราย Kavie -E Lutใต้ผืนฟ้าอันกว้างไกลและดารดาษไปด้วยหมู่ดาวน้อยใหญ่นับล้านดวง นี่คือประสบการณ์อันหาได้ยากยิ่งที่ต้องมาเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองให้ได้อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง

วันที่เก้าของการเดินทาง  ลุทสตาร์แคมป์ – เมืองเคอร์มัน – กรุงเตหะราน

07.00 น.      รับประทานอาหารเช้าที่ชาดัดแคมป์  (21)

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเคอร์มันซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคอร์มันและเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมขนส่งมาตั้งแต่ยุคที่มีการค้าแบบกองคาราวานที่เรารู้จักกันในนามเส้นทางสายไหม แวะชมตลาดบาซาร์คู่บ้านคู่เมืองที่มีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซาฟาวิด อายุประมาณ 450ปี ซึ่งมรขนาดใหญ่มากและแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามชนิดของสินค้า เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว เครื่องเทศ พรม และอื่นๆ  และที่สำคัญในตลาดบาซาร์แห่งนี้มีโรงอาบน้ำโบราณที่ใหญ่โตและยังมีสภาพที่สมบูรณ์มากทั้งๆ ที่สร้างมาแล้วเกือบห้าร้อยปีที่ต้องไม่พลาดชม

12.00 น.     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองเคอร์มัน (22)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินของเมืองเคอร์มัน ซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปเพียงการเดินทางแค่ 15นาทีเท่านั้น เพื่อโดยสารเครื่องบินไปยังสนามบินเมห์ราบัดชานกรุงเตหะราน

15.40 น.     ออกเดินทางสู่กรุงเตหะราน โดยสายการบินมาฮาน แอร์

เที่ยวบิน W5-1054 (โดยใช้เวลาบินประมาณ 1.40 ชั่วโมง)

เมื่อถึงแล้วนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

19.30 น.    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม

พักที่โรงแรม AZADI PARSIAN HOTELระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่าทางเหนือของเตหะราน

วันที่สิบของการเดินทาง    เตหะราน – กรุงเทพฯ

07.00 น.     บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.      รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม (23)

และทำการเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พักและนำท่านชมพระราชวัง “เนียวาราน”ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์ปาห์เลวีของอิหร่าน ก่อนที่จะถูกปฏิวัติและโค่นล้มราชบัลลังก์โดยอิหม่ามโคมัยนีในปี ค.ศ. 1979นี่คือพระราชวังที่ไม่ได้มีความโอ่อ่าอลังการเลยเมื่อเปรียบเทียบกับพระราชวังในประเทศอื่นๆ  แต่ทำไมโคมัยนีจึงพระราชวังแห่งนี้คือตัวอย่างของความฟุ่มเฟือยซึ่งผิดหลักศาสนาอิสลามและไม่มีเอกลักษณ์ของศิลปะแบบเปอร์เซียเลย….คำตอบอยู่ภายในพระราชวังที่จะนำท่านเข้าชมครับ

12.00 น.      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน (24) (เมนูปลาเทร้าท์)

บ่าย        นำท่านเดินทางสู่ใจกลางกรุงเตหะรานเพื่อชมพระราชวังอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือพระราชวังโกเลสตาน(Golestan Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังที่สวยงามในปัจจุบัน  ซึ่งช่วงหนึ่งหลังจากการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนี พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่าน่าอัปยศอดสู เช่นเดียวกับพระราชวังแห่งอื่นๆ พระราชวังแห่งนี้เพิ่งได้รับการบูรณะ เมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งราวๆ ห้าปีที่ผ่านมานี่เอง อย่างไรก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงความงาม ในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเดียวกับเพชร  และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสัน และลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพระราชวังแห่งนี้ ก็ด้วยกษัตริย์องศ์หนึ่งของราชวงศ์กอญัร (Qajar)คือ Nasser Al-Din Shah (ครองราชย์ค.ศ.1848-1896) โปรดให้สร้างและตกแต่งพระราชวังแห่งนี้ ในศิลปะแบบยุโรป ซึ่งในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนี เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

21.45 น.      ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบิน W5-051  ซึ่งใช้เวลาในการบินตรงประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง

***อาหารค่ำบริการบนเที่ยวบินของมาฮานแอร์***

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง      กรุงเทพฯ

07.45 น.     เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

25 ต.ค.  4พ.ย. 62
22 พ.ย. – 3 ธ.ค. 62
27 ธ.ค. – 6 ม.ค. 63
 
ผู้เดินทาง ราคาต่อท่าน
ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน / ท่านละ 78,800  บาท
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน / ท่านละ 78,800  บาท
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่  2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม/ ท่านละ 63,800  บาท
พักห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม ท่านละ 8,800  บาท
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะบนชั้นประหยัด ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง 30 กิโลกรัม/ท่าน
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ 2 เที่ยวบิน                                ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ                                                                   ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ   ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ                              ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิหร่าน                                                                                 ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานคอยอำนวยความสะดวก
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงินคนละ 1,000,000.-บาท  ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 100,000.-บาท
  อัตราค่าบริการไม่รวม
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 3 USD /คน/วัน,ทิปคนขับรถ 2/ คน/ วัน, ทิปหัวหน้าทัวร์ แล้วแต่ความพึงพอใจของท่าน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหารที่สั่งเอง, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฯลฯ
  • ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 20 ก.ก.สำหรับเที่ยวบินในประเทศ และเกิน 30 ก.ก.สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
  • ค่าห่อสัมภาระด้วยพลาสติกก่อนโหลดขึ้นเครื่อง เช่น ของที่เป็นกล่อง เป็นลังกระดาษหรือลังโฟม เป็นต้น
  • ค่าพนักงานเข็นกระเป๋าในสนามบินทุกแห่ง หากท่านเรียกใช้บริการด้วยตนเอง
    การจองและชำระเงิน
  • ชำระค่ามัดจำท่านละ 30,000.- บาท ภายใน 7 วันหลังจากตกลงเดินทาง(Confirm)***
  • กรุณาชำระค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทาง 40 วัน
  หมายเหตุสำคัญที่ผู้เดินทางต้องอ่านและทำความเข้าใจ การยกเลิกการเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 61 วันขึ้นไป คืนเงินมัดจำทั้งหมด 30,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45วัน หักค่ามัดจำ 10,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-44 วัน หักมัดจำ 20,000.-บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 75% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
  • อิหร่านหักค่าใช้จ่าย 100%
2.กรณีฉุกเฉินหรือเหตุสำคัญใดๆ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและโปรแกรมทัวร์ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบจากเหตุอันคาดไม่ถึงและอยู่นอกเหนือการควบคุมดูแลของบริษัทฯเนื่องมาจากภัย
  • จลาจล ประท้วง ความไม่สงบทางการเมือง อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ปัญหาการจราจร การล่าช้า หรือยกเลิกเที่ยวบิน แต่
  • ทางบริษัทฯจะพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีที่สุด
  • หากเกิดเหตุใดๆ หลังจากออกวีซ่าแล้ว สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,500บาท โดยปริยาย (ไม่คืนทุกกรณี)
  • สงวนสิทธิ์ไม่ขายแก่บุคคลที่สงสัยว่าจะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ
  • ท่านสามารถ นำบัตรเครดิด เช่น VISA, MASTER หรือเงินสดสกุล EURO และ ไปใช้ได้ในร้านค้าขนาดใหญ่เท่านั้น
** เงินสกุล USD จะต้องมีสภาพใหม่ และเป็น Series ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา
ขั้นตอนการยื่นวีซ่าของประเทศอิหร่าน
  • เตรียม สแกนรูปถ่ายหน้าพาสปอร์ตแบบสี ให้กับทางเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่ส่งขออนุญาตและรับรหัสจากหน่วยงานรัฐในประเทศอิหร่าน (ระยะเวลาประมาณ 15-20 วัน)
  • หลังจากได้รหัสจากหน่วยงานรัฐของประเทศของอิหร่าน ต้องนำเอกสารยื่นวีซ่าฉบับจริงยื่นกับทางสถานทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย ซึ่งสถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 7-10 วันทำการ
  เอกสารที่ต้องเตรียม
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว  3 รูป พื้นขาว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารกรอกข้อมูลส่วนตัว